เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)
กรุงเทพฯ, 28 กันยายน 2568 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดพิธีครั้งยิ่งใหญ่ เนื่องใน วันพระราชทานธงชาติไทย ประจำปี 2568 โดยมีคณะผู้บริหารและพนักงานเครือเจริญโภคภัณฑ์ และกลุ่มธุรกิจในเครือจากทั่วทุกมุมโลก ร่วมประกาศคำปฏิญาณแสดงความจงรักภักดี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ผู้ทรงพระราชทาน “ธงไตรรงค์” อันเป็น สัญลักษณ์สูงสุดแห่งเอกราชและความสามัคคีของชาติไทย เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2460 ซึ่งได้โบกสะบัดคู่ผืนแผ่นดินไทยมาแล้วกว่า 108 ปี เป็นไปตามดำริของ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส ผู้ริเริ่มให้เครือเจริญโภคภัณฑ์ และกลุ่มธุรกิจในเครือ จัดกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องใน วันพระราชทานธงชาติไทย เป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา ด้วยตระหนักว่า การเคารพธงชาติไทยและการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดี และเป็นพลังใจสำคัญในการสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติ และในวันนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และกลุ่มธุรกิจในเครือได้แสดงพลังแห่งความภักดีจากทุกมุมโลก ตอกย้ำเจตนารมณ์ที่จะธำรงรักษ
เมื่อเร็วๆนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จับมือ ทัพเรือภาคที่ 2 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จ.สงขลา หรือ ศรชล. ภาคีเครือข่าย ซีพีร้อยเรียงความดี จัดกิจกรรม “ร้อยเรียงความดี ทะเลไทยยั่งยืน ดำน้ำ ฟื้นฟูปะการังเทียม” โดยมี พล.ร.ต. ปรีชา รัตนสำเนียง รอง ผบ.ทรภ.2, พล.ร.ต.อิทธิพัทธ์ กวินเฟื่องฟูกุล รองผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค 2 ,พล.ร.ต.ชยากร พันธ์หล้า เสนาธิการทัพเรือภาค 2, พล.ร.ต.มรุเดช บุญนิตย์ ผอ.สำนักงานฝ่ายอำนวยการ ศรชล.ภาค 2, สิบตำรวจตรี ชัยวัฒน์ อินอ่อน นายอำเภอสทิงพระ ,นายชยุต ขุนรักษาพล นายกเทศมนตรี สทิงพระ เเละนายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร และผู้บริหารสูงสุดด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วย ผู้นำชุมชน กลุ่มเยาวชน นักเรียน ครู ชาวประมงในพื้นที่ เครือข่ายซีพีอาสาจากพนักงานกลุ่มธุรกิจในเครือซีพี เข้าร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ส่งเสริมการจัดการขยะทะเลอย่างยั่งยืน และปลุกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ ณ หาดมหาราช อ.สทิงพระ จ.สงขลา นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร และผู้บริ
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ขับเคลื่อนการป้องกันไฟป่าและหมอกควันภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับภาคีในจังหวัดน่าน อาทิ อุทยานแห่งชาตินันทบุรี สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงฯ บ้านสบขุ่น สถานีป้องกันไฟป่านันทบุรี และชุมชนบ้านสบขุ่น ดำเนินการสร้างแนวกันไฟในพื้นที่ป่าชุมชนและแนวใกล้แหล่งทำกิน ระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ราว 1,500 ไร่ พร้อมขยายผลในบ้านดอยติ้ว อ.ท่าวังผา กว่า 2,000 ไร่ และสนับสนุนภารกิจเฝ้าระวังไฟป่าในบ้านดอนไชยป่าแขม จ.พะเยา อีก 1,000 ไร่ รวมพื้นที่ที่เครือซีพีสนับสนุนการสร้างแนวกันไฟในภาคเหนือแล้วกว่า 4,500 ไร่ เพื่อปกป้องชุมชน ลดหมอกควัน และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน นายอรรถวิทย์ ยุทธยศ ผู้จัดการทั่วไป ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “เครือซีพีให้ความสำคัญกับการป้องกันไฟป่าและการบรรเทาภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งมั่นทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ เสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่และชุมชนที่ร่วมกันดูแลผืนป่าให้คงความอุดมสมบูรณ์ เพื่อประโยชน์ของประชาชน สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติ
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าสนับสนุนความยั่งยืนทางทะเล เปิดตัวสุดยอด Web Application “ควบคู่กับนวัตกรรมธนาคารสัตว์น้ำ” ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อยกระดับการติดตามผล การจัดเก็บข้อมูล และการบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรับรองความถูกต้องทางกฎหมายด้วยการจดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นทางการ หนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนคือ “ธนาคารสัตว์น้ำ” ซึ่งใช้ระบบออโตเมชั่นควบคุมการเพาะฟักสัตว์น้ำที่มีไข่ นอกกระดอง เช่น ปูม้า ปูดำ ปูแสม กั้งกระดาน และกุ้งก้ามกราม โดยปัจจุบันมีการติดตั้งระบบดังกล่าวแล้วใน 21 ชุมชนชาวประมงพื้นบ้านทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ SEACOSYSTEM: นวัตกรรมเพื่อทะเลไทย นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ และกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวถึงแนวทางนโยบายการอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลผ่าน แนวคิด“SEACOSYSTEM เพื่อทะเลไทยที่ยั่งยืน” มุ่งเน้นการบูรณาการ ความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่ออนุรักษ์ปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล “นโยบายนี้มีเป้าหม
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้า ขับเคลื่อนโครงการ “ป่าปลอดเผา” ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชน โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร และนางสาวพิไลลักษณ์ พิชัยวัตต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ บ้านโป่ง ต.ยางเปียง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และขับเคลื่อนการจัดการเชื้อเพลิงในป่า ลดการเผาที่เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นละอองและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ โครงการ “ป่าปลอดเผา” เริ่มต้นนำร่องที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีจุดความร้อน (Hotspot) สูง โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขับเคลื่อนโมเดลการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการใบไม้แห้ง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ก่อให้เกิด
เมื่อเร็วๆนี้ นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “CP SEACO CAMP: ห้องเรียนมารีน เพื่อทะเลไทยยั่งยืน” ครั้งที่ 1 และรับมอบ “นวัตกรรมธนาคารสัตว์น้ำ” แห่งแรก โดยมี นางสาวพิไลลักษณ์ พิชัยวัตต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เป็นผู้มอบ พร้อมด้วย นายนิอันนุวา สุไลมาน นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ผู้แทนนายอำเภอเมืองปัตตานี ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 3 บ้านปากน้ำ คณาจารย์มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ชมรมประมงพื้นบ้านตำบลปะนาเระ ชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรแม่น้ำปัตตานี คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาล 3 และซีพีอาสา รวมกว่า 150 คน เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนเทศบาล 3 บ้านปากน้ำ จ.ปัตตานี นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ทรัพยากรทางทะเลในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความเสื่อมโทรมจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การทำประมงเกินขนาด มลพิษทางทะเล และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลงและระบบนิเวศเสียสมดุล จึงมีความพยายามในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่า
ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตามแนวคิดของ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ว่า “เมื่อสังคมมีปัญหา จุฬาฯ มีคำตอบ” ความร่วมมือระหว่างจุฬาฯ โดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ที่มี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธ์ เป็น คณบดี ฯ และเครือซีพีจึงเกิดขึ้นเพื่อพัฒนา ‘POR-DEE’ หน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้พอดีกับใบหน้าคนไทย มีประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่น PM 2.5 เพื่อให้นำไปจำหน่ายในราคาที่ย่อมเยา โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกนำไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลจุฬาฯ และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ตามเจตนารมณ์ของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือซีพี ล่าสุด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ศ.นพ.รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ฯ คณะแพทยศาสตร์ พร้อมด้วย ศ.นพ.สมชาย ธนวัฒนาเจริญ คณบดี สำนักวิชาการทรัพยากรการเกษตร จุฬาฯ และผู้บริหาร คณาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ นำโดย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กร และ
ก้าวเข้าปีที่ 10 ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ประกาศนโยบายด้านความยั่งยืนในภาคเหนือ โดยเข้าไปขับเคลื่อนการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังในหลายจังหวัด จากสภาพปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกิดจากภาคการเกษตร โดยเข้าไปสนับสนุนเกษตรกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลอดการเผา 100% โดยผนึกกำลังทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษาและชุมชน เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจต้นเหตุของปัญหาของเกษตรกรและชุมชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้งสร้างแรงจูงใจ สนับสนุนในการปรับเปลี่ยนอาชีพ “ปลูกกาแฟสร้างป่า” ทดแทนการปลูกข้าวโพด จนเกิดโมเดลความยั่งยืนแก่ชุมชน และขยายผลในพื้นที่ 4 ต้นน้ำ สำคัญ ปิง วัง ยม และน่าน ในภาคเหนือ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า เครือซีพียังคงมีนโยบายสนับสนุนเกษตรปลอดเผา 100% ด้วยระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Corn Traceability) โดยกลุ่มธุรกิจในเครือซีพี บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) หรือ BKP พร้อมทั้งมีนโยบายส่งเสริมเกษตรกรให้มีความยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าปฏิบัติการ ตัดต้นตอหมอกควันพิษ PM2.5 อย่างจริงจัง ประกาศลั่น “ไม่รับซื้อ-ไม่นำเข้า” ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากพื้นที่เผาและรุกป่า พร้อมผลักดัน ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Corn Traceability) สกัดข้าวโพดที่มาจากพื้นที่บุกรุกป่าและแปลงเผาทั่วประเทศ รวมถึงในประเทศเมียนมาตั้งเป้า “หยุดไฟ หยุดฝุ่น” ที่ต้นเหตุ พร้อมจับมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือแนวทางกำจัดปัญหาหมอกควันไฟป่าในภาคเหนืออย่างเป็นระบบ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุดด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือซีพี นำทีมผู้แทนจาก บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) หรือ BKP กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซีพีเอฟ และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เข้าหารือกับ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ดันมาตรการเชิงรุก แก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 และหมอกควันข้ามแดนผ่านกลไกตรวจสอบย้อนกลับ ในการนี้ นายจอมกิตติ ระบุว่า ซีพีได้ประกาศนโยบายชัดเจน “ไม่รับซื้อ ไม่สนับสนุน” ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มาจากการเผาแปลงเกษตรและบุกรุกป่า พร้อมพัฒนา เ
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ดำเนินโครงการด้านความยั่งยืนโดยเฉพาะการฟื้นฟูป่า 4 ต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.ลำปาง จ.พะเยา และ จ.น่าน ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยลงมือขับเคลื่อนแบบบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชนกว่า 50 หน่วยงาน โดยนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน ปลูกต้นไม้ไปแล้ว 1,387,859 ต้น ใน 12,079 ไร่ พร้อมทั้งส่งเสริมการปรับเปลี่ยนอาชีพแก่ชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ด้วยการปลูกกาแฟใต้ป่า เพิ่มพื้นที่สีเขียว 621,706 ต้น ได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ในโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก หรือ LESS ด้านป่าไม้และพื้นที่สีเขียว และการจัดการของเสีย ในการกักเก็บคาร์บอนและลดก๊าซเรือนกระจก รวม 17,332.091 ตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า (tCO2eq) นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า จากนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้กำหนดเป้าหมายด
