เมล็ดพันธุ์ข้าว
อาชีพเกษตรกรรม นับเป็นรายได้หลักของคนไทยจำนวนมาก แต่ในวันนี้ เมืองไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว ดังนั้น ปัญหาการขาดแคลนแรงงานคนในภาคเกษตร จึงเป็นอุปสรรคสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไปสู่ THAILAND 4.0 ของรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยดำเนินนโยบายเกษตรอัจฉริยะ ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาทดแทนแรงงานคน และส่งเสริมการทำเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต กลุ่มผลิตข้าวพันธุ์ดีครบวงจร ตำบลห้วยเตย ต้นแบบนาแปลงใหญ่ของจังหวัดมหาสารคาม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตข้าวพันธุ์ดีครบวงจร ตำบลห้วยเตย อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มชาวนา ภายใต้การนำของ นายบุญมา พลภักดี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลห้วยเตย เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในท้องถิ่น พวกเขารวมกลุ่มกันเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีและกระจายเมล็ดพันธุ์ดีให้เพียงพอต่อความต้องการของชุมชน รวมทั้งลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตข้าวให้สูงขึ้น ในปี 2559 พวกเขาเริ่มจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน ก่อนจะพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตข้า
กรมการข้าว เตรียมใช้ศูนย์ข้าวชุมชน-นาแปลงใหญ่ ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี 100,000 ตัน แก้ปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวในฤดูการผลิต ปี 2563 ชู “ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสวนแตง” เป็นต้นแบบผลิตเมล็ดพันธุ์ดี สร้างอาชีพ-รายได้มั่นคงสู่เกษตรกร นางจุรี ภัทรกุลนิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว กรมการข้าว เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม และนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยเกษตรกร จึงมีนโยบายสำคัญ ในการส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรมีความกินดีอยู่ดี โดยมอบหมายให้กรมการข้าว ไปดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายด้านการเกษตร ได้แก่ การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถผลิตข้าวคุณภาพ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกษตรกร สามารถผลิตข้าวคุณภาพได้ คือ การใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี โดยปัจจุบันเกษตรกรมีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ดีในปริมาณจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเกษตรกรมีการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง บางส่วนซื้อเมล็ดพันธุ์ดีจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ปีละประมาณ 3 แสนกว่าตัน นางจุรี กล่าวว่า
เกษตรฯ รวมศูนย์ข้าวชุมชน เร่งเครื่องเพิ่มศักยภาพผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี 2 แสนตัน ภายในปี 63 รองรับความต้องการใช้ในประเทศ พร้อมผนึกเครือข่ายเชื่อมโยงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ นายประภัตร โพธสุธน รมช. เกษตรฯ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาเชื่อมโยงเครือข่ายประธานศูนย์ข้าวชุมชนระดับเขต พร้อมมอบนโยบายแนวทางการทำงาน ณ โรงแรม ดิ ไอเดิล เซอร์วิส เรสซิเดนซ์ จ.ปทุมธานี ว่า ศูนย์ข้าวชุมชนมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาการผลิตข้าวและชาวนา และผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีไว้ใช้เองอย่างเพียงพอในชุมชน เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ดี ที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับเรื่องข้าวมาโดยตลอด ชาวนาจึงเปรียบเสมือนผู้สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ อีกทั้ง กระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและเพิ่มเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ ที่จะสามารถช่วยให้การเพาะปลูกได้ผลผลิตดียิ่งขึ้น รัฐบาลต้องการสร้างระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของประเทศให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง โดยศูนย์ข้าวชุมชนคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จ จึงต้องร่วมมือกันในการผลิตเมล็ด
กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านทุ่งรวงทอง จัดตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2536 สมาชิกแรกตั้ง 12 ราย สมาชิกปัจจุบัน 75 ราย ประธานกลุ่ม นายเดช พะโยน ที่ทำการกลุ่ม ตั้งอยู่บ้านทุ่งรวงทอง หมู่ที่ 14 ตำบลเขาคีริส อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร เบอร์โทรศัพท์ 089-567-5533 ความคิดริเริ่ม การจัดทำแปลงขยายพันธุ์ข้าวของกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านทุ่งรวงทอง ซึ่งในทุกปีจะประสบปัญหาในด้านต่างๆ จากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์และสิ่งแวดล้อม และนับวันยิ่งจะมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สมาชิกในกลุ่มก็สามารถช่วยกันแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีเยี่ยม จนทำให้สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ตามเป้าหมายที่ศูนย์กำหนดอย่างมีคุณภาพ ทำให้กลุ่มประสบความสำเร็จ เป็นต้นแบบของการทำนาที่ดี และส่งผลให้สมาชิกกลุ่มมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 1. การนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ และสภาพแวดล้อม กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านทุ่งรวงทอง มีการพัฒนาโดยการนำเครื่องจักรกลการเกษตรมาใช้ในกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางด้านประสิทธิภาพของกลุ่มในการลดต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ แก้ไขปัญห
นายกฯย้ำปมร่าง พ.ร.บ.ข้าว รบ.เจตนาดี ป้อง สนช.ไม่มุ่งหวังเอาเป็นเอาตายกับใคร แค่ต้องการช่วยชาวนาไม่ให้ถูกเอาเปรียบ เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวถึงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ข้าว ว่าเป็นกฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่เสนอมายังรัฐบาลเนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ จึงจำเป็นต้องให้รัฐบาลพิจารณา ซึ่งได้พิจารณาส่งกลับไปแล้ว ได้ให้ปรับประเด็นต่างๆ ที่มีปัญหา สิ่งที่เอามาเผยแพร่กันวันนี้เป็นการนำสิ่งที่ไม่มีกฎหมายตัวจริงมาเผยแพร่ ทำให้เกิดความเกลียดชังกันทั่วไปหมด ทั้งที่เจตนารมณ์ของ สนช.และรัฐบาล มุ่งหวังดูแลเกษตรกรให้มากขึ้น ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบไม่ว่าใคร ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบกับเกษตรกร ทั้งการเก็บเมล็ดพันธ์ุ การแลกเปลี่ยน และการขายเมล็ดพันธุ์ เพียงแต่ไปดูส่วนที่เป็นภาคเอกชนว่าจะทำอย่างไร นายกฯกล่าวว่า ฉะนั้น การขออนุญาตบริษัทต่างๆ ต้องมีกติกามีการรับรองพันธุ์ข้าวต่างๆ ซึ่งไทยมีพั
ร่างพระราชบัญญัติข้าว พ.ศ. … หมวด 4 การจัดทำฐานข้อมูลและการออกใบรับซื้อข้าวเปลือก มาตรา 20 เพื่อประโยชน์ในการจัดทำฐานข้อมูลข้าวเปลือกของประเทศ รวมทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ ติดตาม และเฝ้าระวังการซื้อขายข้าวเปลือกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ผู้รับซื้อข้าวเปลือกออกใบรับซื้อข้าวเปลือกทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานในการรับซื้อข้าวเปลือกและให้ส่งสำเนาใบรับซื้อข้าวเปลือกให้กรมการข้าว โดยให้มุ่งเน้นการใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ รายละเอียดใบรับซื้อข้าวเปลือก และการส่งสำเนาใบรับซื้อข้าวเปลือกตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมการข้าวประกาศกำหนดโดยความเห็นของคณะกรรมการ โดยจะกำหนดให้แตกต่างกันตามประเภทของผู้รับซื้อหรือลักษณะของการรับซื้อก็ได้ หมวด 5 การกำกับดูแลการผลิตข้าว มาตรา 21 ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดให้มีการทำเขตศักยภาพการผลิตข้าวของประเทศโดยมีเขตครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศ และประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป เขตศักยภาพการผลิตข้าวของประเทศตามวรรคหนึ่ง ให้จัดทำโดยการวิเคราะห์พื้นที่การผลิตข้าวทั่วประเทศ ทั้งพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการปลูกข้าวและพื้นที่ที่ไม่มีความเหมาะสม
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่รัฐสภา นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณร่าง พ.ร.บ. ข้าว เปิดเผยว่า ขอยืนยันคณะกรรมาธิการฯ ไม่ได้มีการแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้ชาวนาต้องติดคุกแต่อย่างใด โดยประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการห้ามไม่ให้เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองนั้น เป็นบทบัญญัติที่ห้ามเฉพาะกลุ่มนายทุนเท่านั้น แต่ถ้าเป็นกลุ่มชาวนาที่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการมีการเก็บเมล็ดพันธุ์เอาไว้ และทำการแลกเปลี่ยนกันในเครือข่ายชาวนาด้วยกันจะไม่มีความผิด นายกิตติศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เป็นการเอื้อนายทุนยักษ์ใหญ่ตามที่หลายฝ่ายกล่าวหา เพราะถ้าชาวนาที่มีเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี ก็สามารถทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนได้อย่างอิสระ เว้นแต่ชาวนาจะไปทำในลักษณะที่เป็นผู้ประกอบการเพื่อค้ากำไรเสียเอง เช่นนี้ก็ต้องขออนุญาตจากกรมการข้าวเสียก่อน ดังนั้น ยืนยันได้ว่า สนช. ไม่ได้มีการแก้ไขเพื่อปิดกั้นการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวแต่ประการใด จึงอยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจตามนี้ด้วย นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาร่างกฎหมายใกล้เสร็จสิ
