เลี้ยงกบ
คุณจุฑามาศ เบญจวรรณ อยู่บ้านเลขที่ 1/2 หมู่ที่ 3 ตำบลหัวเขา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพทำนาทำสวน ในแต่ละปีเธอเริ่มมองเห็นปัญหาของเรื่องน้ำ ที่มีปริมาณน้อยลง บวกกับราคาผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว ที่มีราคาขึ้นลงไม่แน่นอน ทำให้เธอมองหาอาชีพเสริมที่สามารถหาเงินได้เร็วขึ้น จึงมองเรื่องการเลี้ยงกบ จากการทดลองในครั้งนั้นทำให้การเลี้ยงกบประสบผลสำเร็จจนสามารถสร้างรายได้นับหมื่นบาทต่อเดือนกันเลยทีเดียว “อาชีพหลักๆ ที่บ้าน ก็ทำนาทำสวน ราคาผลผลิตมันก็ได้ไม่ค่อยเต็มที่เท่าที่ควร ก็เลยคิดที่จะหาอย่างอื่นมาทำเป็นอาชีพเสริม ก็เลยได้ลองเลี้ยงกบแทน เพราะคิดว่าอย่างน้อย เราไม่ได้ดีตรงนั้น ก็อยากได้ตรงนี้แทน พอปี 54 ก็เลยเอามาทดลองเลี้ยง” คุณจุฑามาศ เล่าถึงความเป็นมา ช่วงที่เริ่มเลี้ยงใหม่ๆ คุณจุฑามาศ บอกว่า นำกบมาเลี้ยงภายในร่องสวนมะม่วง ก็พบปัญหาเรื่องการจัดการหลายๆ ด้าน ต่อมาจึงทำการดัดแปลงเย็บกระชังบกให้มีมุม 4 มุม ให้คล้ายกับกระชังเลี้ยงปลา โดยที่พื้นของกระชังเป็นพลาสติกดำพีอี(PE) เย็บติดกับมุ้งเขียว สามารถนำมาเลี้ยงบริเวณรอบบ้านได้เลย และที่สำคัญยังใช้น้ำน้อยอีกด้วย เ
ในบรรดาวิสาหกิจชุมชนที่เพาะเห็ดอินทรีย์แบบจริงจังนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร ตำบลสระพัฒนา อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่มี คุณธณัส รัตนแสงศรี นั่งเก้าอี้ประธาน เป็นอีกแห่งที่ประสบความสำเร็จ ปัจจัยสำคัญคือ ทำครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการแรก กระทั่งแปรรูป ใส่ซอง ฉีก ลูกค้าหยิบรับประทานได้ทันที แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย วิสาหกิจชุมชนดังกล่าว หรือที่ทุกคนรู้จักกันในแบรนด์ “แฮปปี้ไลฟ์ฟาร์ม” (Happy life farm) ผู้ผลิตเห็ดหลินจือและเห็ดแปรรูปหลากหลายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งพืชผักผลไม้นานาชนิด โดยสินค้าเหล่านี้นอกจากจะมีเครื่องหมาย “อย.” และ GMP แล้ว ยังผ่านมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ “ไอฟอม” (International Federation of Organic Agriculture Movements-IFOAM) ด้วย เรียนรู้วิธีการทำก้อนเห็ด คุณธณัส รัตนแสงศรีเองไม่ได้จบด้านเกษตรแต่อย่างใด โดยเรียนระดับปริญญาตรี-โท จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สาขาการตลาดและสาขาคอมพิวเตอร์ ทว่าสนใจงานเกษตรและศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองส่วนหนึ่ง และมี คุณกมลวัน จันทร์พะยอม เป็นรองประธานกลุ่ม ซึ่งทำหน้าที่ด้านการตลาดอย
ที่บ้านน้อยจอมศรี อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ชาวบ้านส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำการเกษตร ทำนา ทำไร่ ส่วนใหญ่ใช้น้ำจาก “เขื่อนน้ำอูน” สำหรับทำการเกษตร ฉะนั้น ผู้ที่เดินทางไปจังหวัดสกลนคร จะพบพื้นที่เขียวชะอุ่มไปด้วยข้าวนาปรัง พืชฤดูแล้ง ตลอดจนบ่อเลี้ยงปลาและเลี้ยงกบ ห่างตัวเมืองสกลนคร ประมาณ 12 กิโลกรัม มีหมู่บ้านเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของเมืองสกลนคร คือ บ้านน้อยจอมศรี ต.ฮางโฮง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่มีกลุ่มอาชีพหลากหลาย อาทิ กลุ่มทำหมอนขิด กลุ่มเกษตรกรทำนา กลุ่มเลี้ยงปลา และกลุ่มเลี้ยงกบ โดยเฉพาะกลุ่มเลี้ยงกบ ที่มีมากที่สุดของจังหวัดสกลนคร กว่า 10 ราย คุณรัตนา ศรีบุรมย์ และคุณกมลชัย ศรีบุรมย์ อยู่บ้านเลขที่ 218 ตำบลฮางโฮง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร สองสามีภรรยา เป็นหนึ่งในกลุ่มเลี้ยงกบ ที่กบพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ กว่า 3,000 ตัว โดยคุณรัตนา เล่าว่า ก่อนเลี้ยงกบเป็นอาชีพ ได้ทำนาและทำไร่มาก่อน รวมทั้งเป็นลูกจ้างกรรมกรในตัวเมือง “นอกจากทำนาปลูกข้าวแล้ว ชาวบ้านแห่งนี้ยังมีอาชีพเสริมคือการการเกษตรปลูกพืชฤดูแล้งเลี้ยงสัตว์ และบางส่วนเลี้ยงกบ ขายพันธุ์กบเป็นส่วนน้อย เน้นขายตัวอ่อนของกบหรือฮวก (ลูกอ๊อด) เ
การเลี้ยงกบและการเลี้ยงไก่พื้นเมือง จัดเป็นอีกอาชีพที่นิยมเลี้ยงกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นชุมชนหรือหมู่บ้าน จะมีโครงการส่งเสริมให้เลี้ยงกบและไก่พื้นเมืองเพื่อเป็นอาหารในครัวเรือน และเหลือจากการบริโภคสามารถจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกทาง ซึ่งสุพรรณฟาร์ม ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกฟาร์มหนึ่งที่เริ่มต้นจากการเลี้ยงเพื่อนำมาบริโภคในครัวเรือนสู่การเลี้ยงเป็นอาชีพที่สร้างได้ให้กับครอบครัว โดยได้พลิกผันจากชีวิตข้าราชการครูมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างพอเพียง คุณสุพรรณ คำเถิง เจ้าของสุพรรณฟาร์ม เปิดเผยว่า เริ่มเลี้ยงกบเมื่อปี พ.ศ. 2549 ขณะนั้นยังรับราชการครู โดยจะใช้พื้นที่ภายในบริเวณบ้านสร้างบ่อซีเมนต์ จำนวน 10 บ่อ สูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร พื้นเทปูนหนาเพื่อรองรับน้ำ และมีท่อระบายน้ำตรงส่วนที่ลาดที่สุด ก่อนนำกบลงเลี้ยงจะล้างบ่อซีเมนต์ให้สะอาดด้วยการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ใส่ทิ้งไว้ 2-3 วัน ถ่ายน้ำออกล้างให้สะอาด ตากบ่อทิ้งไว้ให้แห้ง 1-2 วัน นำกบมาลงเลี้ยง โดยในปีแรกกบที่เลี้ยงได้ซื้อลูกกบมาในราคาตัวละ 3 บาท ในปีที่สองสามารถเพาะพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เองได้ จึงลดต้นทุนการผ
คุณจันทร์ เรืองเรรา อยู่บ้านเลขที่74/1 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี 70180 โทรศัพท์ (089) 910-1254 เดิมเขาทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด และสับปะรด ลงทุนสูง เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องพึ่งพิงราคาจากตลาด บางช่วงสินค้าทางการเกษตรที่ปลูกมีราคาตกต่ำ ทำให้ขาดทุนต้องกู้เงินจาก ธ.ก.ส. มาลงทุนมีหนี้สินกว่า 800,000 บาท จึงทบทวนการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวที่ผ่านมา และได้ศึกษาเรียนรู้จากผู้รู้และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ และน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เริ่มทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกข้าว ทำไร่อ้อย ไร่สับปะรด ปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงปลา และเลี้ยงกบ ปัจจุบัน คุณจันทร์มีพื้นที่เกษตรกรรมของตนเอง 10 ไร่ และของภรรยา 34 ไร่ รูปแบบกิจกรรมทางการเกษตร คุณจันทร์ ทำเกษตรผสมผสาน ทั้งปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงและผลิตอาหารปลา ทำปุ๋ยหมักชีวภาพและสารไล่แมลงใช้เอง และร่วมฟื้นฟูป่าชุมชน คุณจันทร์มีความโดดเด่นเรื่องการปลูกสับปะรด และแปรรูปสับปะรด โดยมีรูปแบบการปลูกดังนี้ วางระบบน้ำในพื้นที่ปลูก วางแผนปลูกสับปะรดทุกเดือน โดยปลูกครั้งละ 1 ไร่ เพื่อให้ได้ผลผลิตทั้งปี มีการเตรียมดินก่อน
ย้อนกลับไปหลายปีก่อน โรงเรียนวิเศษชัยชาญวิทยาคม ตำบลไผ่จำศีล อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ยังคงสภาพเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ที่แม้จะเป็นโรงเรียนประจำอำเภอ แต่จำนวนนักเรียนและบุคลากรครูผู้สอนก็ไม่ได้มากอย่างที่คิด อย่างไรก็ตาม โรงเรียนก็ยังคงเป็นโรงเรียนที่เพียบพร้อมไปด้วยกิจกรรมและการส่งเสริมสนับสนุนนักเรียนในมุมของภาควิชาการ เพื่อให้ศักยภาพนักเรียนเทียบเท่ากับโรงเรียนในระดับจังหวัดและภูมิภาคอื่นได้ ปัจจุบัน ศักยภาพด้านวิชาการยังคงดำเนินไปอยู่ แต่สิ่งที่เพิ่มมาให้เห็นและเป็นกิจกรรมที่จัดได้ว่าเป็นกิจกรรมที่โดดเด่นมากกิจกรรมหนึ่งของโรงเรียน คือ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ให้กับชุมชน ตำบล อำเภอ รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงที่ต้องการ โดยศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งนี้ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2540 โดย อาจารย์ไพศาล มั่นอก ครูชำนาญการพิเศษ ดูแลด้านการเกษตรของโรงเรียนวิเศษชัยชาญวิทยาคม ซึ่งการดำเนินการค่อยเป็นค่อยไป กระทั่งเป็นที่รู้จักและเป็นต้นแบบให้กับชุมชนหลายแห่ง สนใจพาเกษตรกรเข้ามาเรียนรู้ อาจารย์ไพศาล บอกว่า เดิมกิจกรรมการเกษตรของโรงเรียน เริ่มต้นภายในพื้นที่
