เอลนีโญ
เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพฯ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร ครั้งที่ 2/2566 โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (6 กันยายน 2566 ) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 42,646 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่แล้วประมาณ 6,450 ล้านลูกบาศก์เมตร เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,188 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำน้อยกว่าปีที่แล้ว 3,342 ล้านลูกบาศก์เมตร จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำในปีนี้น้อยกว่าปีที่แล้วค่อนข้างมาก ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เร่งเก็บกักน้ำและสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าให้ได้ม
วันนี้ (28 ส.ค. 66) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ(กรุงเทพมหานคร) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นต้น เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (28 ส.ค. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 41,949 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯรวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 34,388 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,172 ล้าน ลบ.ม.
วันนี้ (21 ส.ค. 66) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (21 ส.ค. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 41,789 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 34,548 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,258 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41
จากคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยว่า แนวโน้มผลผลิตทางการเกษตรในช่วงครึ่งปีหลังอาจได้รับผลกระทบจากภาวะแห้งแล้งเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้พืชเกษตรสำคัญของไทยที่ปกติจะมีผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงปลายปีเกิดความเสียหาย รวมถึงสินค้าปศุสัตว์และประมงซึ่งอาจได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นและผู้ประกอบการอาจต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น แม็คโคร พร้อมยืนหยัดสร้างความเชื่อมั่น ตอกย้ำความเป็นศูนย์รวมอาหารสดและวัตถุดิบเพื่อผู้ประกอบการและลูกค้าทุกกลุ่ม ได้วางแผนร่วมกับพาณิชย์จังหวัด หน่วยงานท้องถิ่น และทีมงานฝ่ายจัดซื้อส่วนภูมิภาคของแม็คโครที่อยู่ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ เข้าสนับสนุนและวางแผนการรับซื้อจากเกษตรกรอย่างใกล้ชิด อีกทั้งวางแผนบริหารจัดการปริมาณผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ รวมถึงดูแลราคาให้เกิดความเป็นธรรมกับเกษตรกรผู้ผลิตและลูกค้าทุกกลุ่ม โดยครึ่งปีหลังตั้งเป้ารับซื้อสินค้ากลุ่มผัก ผลไม้ไทยสูงขึ้นกว่าปี 2565 ถึง 23% นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงประมาณกลางเดือนมิถุนายน – กลางเดือนกรกฎาคม จะเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง อาจส่งผลทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ส่วนในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่จะมีฝนตกชุกหนาแน่นที่สุด โดยคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สภาวะเอลนีโญ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และมีแนวโน้มจะเกิดต่อเนื่องยาวไปถึงปี 2567 ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำสำหรับการเพาะปลูกในพื้นที่เกษตรและส่งผลต่อผลผลิตสินค้าเกษตรโดยตรง โดยเฉพาะเกษตรกรที่พึ่งพาอาศัยน้ำฝนเป็นหลักอาจได้รับความเสียหายสูง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นให้มากที่สุด กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดตั้ง “ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร”ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ในช่วงเกิดภัย และสามารถทำหน้าที่ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับภัยพิบัติด้านการเกษตรในภาพรวมทั้งประเทศ ครอบคลุมในทุกช่วงที่เกิดภัยได้อย่างทันท่วงที สำหรับ “ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภั
