แปรรูปยางพารา
จากสถานการณ์ราคายางพาราที่ตกลงมาถึงขีดสุดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราได้รับผลกระทบไม่น้อย อาจเรียกได้ว่าถึงขั้นราคาที่ขายได้ถูกกว่าต้นทุนการผลิต เนื่องจากในหลายๆ พื้นที่มีการจ้างแรงงานในการทำสวนยางพารากันมากขึ้น จึงทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และที่สำคัญอาจจะมีการปลูกพืชแบบเชิงเดี่ยวมากเกินไป จึงทำให้มีรายได้เข้ามาเพียงทางเดียว คุณนิพนธ์ คนขยัน นายก อบจ.บึงกาฬ กล่าวว่า ประชาชนจังหวัดบึงกาฬที่ขึ้นทะเบียนปลูกยางพาราไว้มีจำนวน 8.9 แสนไร่ คิดเป็นร้อยละ 80 ที่เหลือส่วนหนึ่งไม่ขึ้นทะเบียน ในจำนวนนี้ 60 เปอร์เซ็นต์ ปลูกและกรีดยางพาราเอง ส่วนที่เหลือจ้างแรงงานกรีด ภายในจังหวัดมีโรงงานที่รับซื้อยางพาราจากชาวบ้านทั้งสิ้น 7 แห่ง จึงทำให้ช่วงวิกฤตที่ผ่านมาชาวบ้านยังพอสามารถประคับประคองตัวเองอยู่ได้ แม้จะเป็นการขายน้ำยางก้อนถ้วยที่ได้ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 13 บาทก็ตามในขณะนั้น ด้วยความมุ่งมั่นที่ทำงานด้วยตัวเองโดยไม่เน้นจ้างแรงงาน ต้นทุนการผลิตจึงไม่สูง คุณนิพนธ์ บอกว่า ถ้าวันนี้ประชาชนได้มีโอกาสได้ขายเองด้วย จะเป็นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่งการจัดงานวันยางพาราและ
จังหวัดบึงกาฬอัดงบฯกลุ่มจังหวัด 193 ล้านบาท สร้างโรงงานแปรรูปยางพารา 5 แห่งรวด เดินเครื่องผลิตหมอน-ที่นอน-ยางแผ่นรมควัน-น้ำยางข้น-ยางลูกขุน คาดจัดซื้อจัดจ้างเสร็จภายใน ก.พ.นี้ พร้อมจับมือกลุ่มรับเบอร์วัลเล่ย์ เมืองชิงเต่า เปิดตลาดใหม่ ด้านผู้ว่าฯบึงกาฬ เผยไฮไลต์งานยางพาราบึงกาฬปี 2560จัดใหญ่ โชว์นวัตกรรมสร้างคนบึงกาฬ 4.0 เร่งพัฒนาครบวงจรต้นน้ำถึงปลายน้ำ นายนิพนธ์ คนขยัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บึงกาฬ เปิดเผย”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บึงกาฬเป็นจังหวัดที่ปลูกยางพารามากที่สุดในภาคอีสาน ประมาณ 1 ล้านไร่ เปิดกรีดแล้วประมาณ 7 แสนไร่ มีโรงงานรับซื้อยางก้อนถ้วย 7 แห่งเกษตรกรร้อยละ 80 มีอาชีพปลูกยางพารา และเกือบทั้งหมดทำการกรีดยางเอง ดังนั้นแม้ราคายางพาราจะผันผวน เกษตรกรก็พออยู่ได้ แต่เป็นการทนอยู่ เช่น ในช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมา ราคายางก้อนถ้วยกิโลกรัมละ 13-15 บาท ปรากฏว่าบรรยากาศทุกบ้านเงียบกริบ แต่ปีใหม่ ปีนี้ราคายางก้อนถ้วยอยู่ที่กิโลกรัมละ 30-40 บาท ทุกบ้านมีความสุข ดังนั้นการจะสร้างความสุขให้ยั่งยืน จึงมองว่าต้องแปรรูปเพิ่มมูลค่ายางพารา เปิด รง.หมอนยางแห่งแรกบึงกาฬ นา
คุณอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถรวบรวมมาเป็นศูนย์รวม เป็นสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) สำเร็จแล้ว โดยมีจากพื้นที่มีสวนยางจำนวน 64 จังหวัด สวนยาง 19 ล้านไร่ ชาวสวนยางทั่วประเทศจำนวน 7 ล้านคน จากจำนวน 1.6 ล้านครัวเรือน มี 76 องค์กรชาวสวนยาง ทั้งนี้ สยยท. จะทำรับเบอร์แบงก์ ที่จังหวัดระยอง เป็นแห่งแรกของประเทศ และจะเป็นต้นแบบขยายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยใช้สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย ประจำจังหวัด (กยท.) เป็นสำนักงาน ซึ่งมีความพร้อมอยู่แล้ว รับเบอร์แบงก์นั้นจะยึดเอาต้นแบบจากกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และบางแห่งได้พัฒนาเป็นธนาคารหมู่บ้าน เป็นสถาบันการเงิน ประสบความสำเร็จอยู่เป็นจำนวนมาก โดยจะถอดแบบมาเป็นรับเบอร์แบงก์ เพื่อให้ชาวสวนยางได้เป็นสมาชิก และทำธุรกรรมทางด้านการเงิน เช่น ฝากเงิน กู้เงิน โดยเฉพาะชาวสวนยางเวลาปลูกยาง โค่นยาง จะมีเงินสงเคราะห์อยู่จำนวน 16,000 บาท/ไร่ ใช้เวลาใช้จ่ายอยู่ 6 ปี โดยจะนำเงินตรงนี้มาอยู่ในรับเบอร์แบงก์ ต่อยอดเป็นดอกเบี้ย ซึ่งชาวสวนยางจะได้รับปร
