แม่น้ำโขง
วันที่ 14 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในบ้านหาดไคร้ หมู่ 7 ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้ใช้วิกฤตภัยแล้งที่แม่น้ำโขงแห้งลงเก็บไกหรือสาหร่ายแม่น้ำโขง ที่ขึ้นอยู่ตามซอกและก้อนหินในแม่น้ำโขง เพื่อนำมาปรุงอาหารและขายสร้างได้เลี้ยงครอบครัวในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้และเป็นการเก็บได้เพียงปีละ1 ครั้ง เท่านั้น จนทำให้ไกหรือสาหร่ายน้ำโขงกลายเป็นอาหารตามฤดูกาล นางคำ โยงยืน วัย 70 ปี ชาวบ้านที่ออกเก็บไกในแม่น้ำโขง กล่าวว่า ไกเป็นสาหร่ายน้ำโขงที่มีรสชาติอร่อยไม่แพ้กับสาหร่ายที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ตนและน้องสาวรวมทั้งเพื่อนบ้านนับร้อยคนได้ออกมาเก็บกันเป็นประจำในช่วงหน้าแล้งของทุกปี ส่วนใหญ่จะเริ่มเก็บตั้งแต่ช่วงของเดือนมีนาคมถึงเมษายนหรือหากน้ำโขงแห้งก็จะออกหาไกจนถึงเดือนพฤษภาคม หรือจนกว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้น การเก็บไกต้องเลือกที่ไม่แก่จนเกินไป หลังเก็บได้นำมาล้างในแม่น้ำโขง เพื่อเอาส่วนที่เป็นเมือกและสาหร่ายไกที่ไม่สมบูรณ์ รวมทั้งเศษดินทรายออก จากนั้นบีบจนแห้งนำมาแขวนให้สะเด็ดน้ำริมแม่น้ำโขง ก่อนจะนำไปขายให้แม่ค้าในตลาด ที่รับซื้อกิโลกรัมละ 10 บาท นางคำ กล่าวด้ว
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์แม่น้ำโขงที่แห้งในระยะนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือสินค้าระหว่างอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย กับเมืองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีนเท่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อการเดินเรือสินค้าและเดินเรือท่องเที่ยวระหว่างอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กับเมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว โดยจากการสำรวจระหว่างเส้นทาง พบว่า ระดับน้ำเฉลี่ยอยู่เพียงประมาณ 2-3 เมตร เท่านั้น ทำให้หลายจุดนั้นเห็นเนินทรายและโขดหินอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ที่มีเกาะแก่งเป็นจำนวนมาก ทำให้การเดินเรือแม้จะยังสามารถขับผ่านได้ แต่คนขับต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนหลายพื้นที่ในเขต สปป.ลาว ก็ได้เริ่มมีการปรับปรุงริมตลิ่งและเริ่มการก่อสร้างสะพานข้ามโขงใหม่ ในช่วงแขวงบ่อแก้ว เชื่อมบ้านก้อนตื่น และบ้านหาดแก้ว เมื่อสร้างเสร็จจะทำให้ชาวบ่อแก้ว ไปนครเวียงจันทน์ ผ่านไชยะบูรี ใกล้ขึ้นมาอีก ตลอดจนเป็นการขนส่งสินค้า และไปมาหาสู่กันระหว่างแขวงบ่อแก้ว กับจังหวัดพะเยา โดยผ่านบ้านปากคอบ และบ้านฮวก ขณะที่เส้นทางน้ำโขงระหว่างไทยจีนแม้จะมีการระบายน้ำเพิ่มขึ้น แต่ก็ทำให้
เมื่อวันที่ 29 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดบึงกาฬ มีระดับลดลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วติดต่อกัน ล่าสุดระดับน้ำอยู่ที่ 3.70 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 12 เมตร ซึ่งถือว่าลดลงอย่างมาก โดยคาดปีนี้น้ำในแม่น้ำโขงจะลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีถือเป็นโอกาสให้กับชาวประมงที่หาปลาในแม่น้ำโขง หาปลาได้สะดวกมากขึ้นเพราะน้ำในแม่น้ำโขงมีความใสเพิ่มมากขึ้นง่ายต่อการสังเกตหมู่ปลา และน้ำก็ยังไม่ไหลเชี่ยวมาก จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการหาปลา ชาวประมงทั้งในฝั่งไทยและฝั่ง สปป.ลาว ต่างพากันออกจับปลาน้ำโขงขึ้นมาจำหน่ายให้แก่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดหรือนำไปขายตามตลาดนัดต่างๆ ทำให้ตลาดปลาน้ำโขงคึกคักเป็นอย่างมาก สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านที่อาศัยจับปลาในแม่น้ำโขงขายจะมีรายได้เฉลี่ยคนละ 500 – 1,500 บาทต่อวัน นอกจากนี้ปลาที่เหลือจากขายในตลาดก็สามารถนำกลับมาทำเป็นอาหารรับประทานในครอบครัวได้อีกด้วย ซึ่งก็สามารถช่วยลดรายจ่ายเพิ่มรายได้เป็นอย่างดี ช่วงต้นฤดูแล้งในปีนี้ ที่มา : มติชนออนไลน์
วันที่ 20 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม สถานการณ์น้ำยังคงต้องเฝ้าระวังการเกิดปัญหาน้ำโขงหนุนเอ่อท่วมต่อเนื่อง หลังจากระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วันละประมาณ 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร ล่าสุดอยู่ที่ระดับประมาณ 9.50 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 50 เซนติเมตร ห่างจากจุดวิกฤตแค่ประมาณ 3.50 เมตร คือที่ 13 เมตร หากระดับน้ำโขงถึงจุดวิกฤต จะส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำเอ่อท่วมพื้นที่ลุ่ม รวมถึงติดลำน้ำสาขาสายหลักมากขึ้น เช่นเดียวกันกับพื้นที่ติดกับลำน้ำก่ำ ที่รองรับน้ำมาจาก หนองหาร จ.สกลนคร เป็นระยะทางยาวกว่า 120 กิโลเมตร ผ่าน อ.โพนนาแก้ว อ.โคกศรีสุมพรรณ จ.สกลนคร มายัง อ.นาแก อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ในช่วงนี้เริ่มมีปริมาณน้ำสูง เริ่มเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน เนื่องจากระดับน้ำโขงสูง ทำให้ลำน้ำก่ำไหลระบายลงน้ำโขงช้า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า มีพื้นที่การเกษตร นาข้าวของเกษตรกร ที่อยู่ตามแถบลุ่มน้ำก่ำ ได้รับผลกระทบ จากปัญหาน้ำท่วมขัง แล้วเกือบ 1,000 ไร่ ซึ่งหากระดับน้ำไม่ลดอีกประมาณ 1 สัปดาห์คาดว่านาข้าวจะได้รับความเสียหายจำนวนมาก โดยทางด้าน โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำตอนล่าง ตามแนวทางพระราชดำริ
เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ขณะนี้น้ำโขงมีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไหลเชียวและมีสีขุ่นแดง เช้านี้วัดได้ 5.12 เมตร แต่ยังไม่ถึงขีดอันตราย ขีดอันตรายอยู่ที่ 10-12 เมตร เนื่องจากได้รับน้ำจากทางเหนือไหลทะลักลงมาบวกกับน้ำฝนที่ตกลงมาและน้ำป่าจากทางประเทศเพื่อนบ้านไหลมาสมทบทำให้น้ำในลำน้ำโขงหนุนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และก็มีเศษสิ่งปฎิกูลไหลปะปนมากับน้ำโขง ทั้งเศษไม้ ท่อนไม้ ซากพืชซากสัตว์ที่เน่าตายเป็นจำนวนมาก จึงฝากเตือนผู้ใช้เรือเดินทางไปมาระหว่างลำแม่น้ำโขงของไทย-ลาวให้ใช้ความระมัดระวังในการข้ามไปมาอาจไปชนเข้ากับสิ่งปฎิกูลทำให้เรือเสียหายหรืออับปางลงได้และที่สำคัญในช่วงน้ำขึ้นนี้ปลาจากแม่น้ำโขงจะจับได้มากสร้างรายได้ให้กับชาวเรือที่ออกให้ปลามาจำหน่ายตามลำแม่น้ำโขงได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นผู้ว่าฯได้สั่งการให้ทางอำเภอทางป้องกันอำเภอและป้องกันจังหวัดให้เฝ้าระวังอันอาจจะเกิดน้ำป่าไหลหลากขึ้นได้เตือนประชาชนที่อาศัยและปลูกบ้านเรือนอยู่ตามตลิ่งฝั่งแม่น้ำโขงให้ติดตามพยากรณ์อากาศจากทางอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดและเฝ้าติดตามคำเตือนจากทางอำเภอและทางจั
วันที่ 20 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ภายหลังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีพายุฝนฤดูร้อนตกลงมาต่อเนื่อง ไม่เพียงส่งผลดีต่อเกษตรกรซึ่งประสบปัญหาภัยแล้งมาหลายเดือน ยังส่งผลดีต่อชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งมีอาชีพประมงหาปลาตามลำน้ำโขงขายสร้างรายได้ เนื่องจากระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 เมตร ล่าสุดอยู่ที่ระดับประมาณ 4-5 เมตร ส่งผลให้ชาวบ้านหาปลาตามลำน้ำโขงได้มากขึ้น เพราะใกล้เป็นช่วงฤดูกาลวางไข่ ส่งผลให้ตามตลาดสดต่างๆ ในพื้นที่ จ.นครพนม มีพ่อค้าแม่ค้านำปลาน้ำโขง น้ำสงคราม มาวางขายกันคึกคัก สร้างเงินหมุนเวียนสะพัด ส่วนใหญ่จะเป็นปลาน้ำโขง ซึ่งเป็นที่นิยมนำไปปรุงเป็นเมนูปลาน้ำโขง ปลาน้ำสงคราม และปลาตามธรรมชาติ อาทิ ปลาแค้ ปลาคัง ปลายอน ปลานาง ปลาบึก ปลาค้าว ปลาตะเพียน ปลาดุก ปลาเผาะ และอีกหลากหลายชนิด มีราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ 100-600 บาท ส่งผลดีต่อชาวบ้านที่มีอาชีพประมงหาปลาน้ำโขงขายมีรายได้มากขึ้น บางรายสามารถขายได้วันละ 5,000-10,000 บาท นอกจากนี้บางส่วนยังได้นำไปแปรรูป ทำปลาแห้ง ปลาร้า ปลาส้ม เป็นสินค้าโอท็อปขาย เป็นของฝาก สร้างรายได้อีกด้วย
วันที่ 12 เมษายน ในเดือน เม.ย.นี้พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงติดกับ จ.เชียงราย ชายแดนไทย-สปป.ลาว มีระดับสูงจนเข้าท่วมเกาะแก่งและริมตลิ่งตลอดแนว ซึ่งสภาพดังกล่าวแตกต่างจากธรรมชาติของแม่น้ำโขงที่ผ่านมา โดยหลายฝ่ายเชื่อว่าเกิดจากการที่เขื่อนจี่งหงซึ่งกั้นแม่น้ำโขงในเขตเมืองเชียงรุ้ง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ห่างจาก อ.เชียงแสน ประมาณ 400 กิโลเมตร ที่มีการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนในปริมาณ 2,500-2,800 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่อัตราการไหลเข้าของน้ำจากเขื่อนอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่าทางการจีนได้ลดระดับการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนลงกว่าครึ่งหนึ่ง ขณะที่มีกระแสว่าทางการจีนกำลังจะกลับมาสำรวจแม่น้ำโขงในจุดที่ติดฝั่งไทยโครงการปรับปรุงร่องแม่น้ำโขงอีกครั้งหลังจากก่อนหน้านี้ถูกต่อต้านหนัก โดยนายสุรนาท ศิริโชค รักษาการ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา จ.เชียงราย กล่าวว่า สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคฯ ได้รับข้อมูลจากผู้ประสานงานคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission-MRC) ว่าทางการจีนได้แจ้งหนังสือถึง MRC อย่างเป็นทางการว่าในระหว่างวันที่
วันที่ 31 มีนาคม 2560 ที่หาดทรายแม่น้ำโขง บริเวณบ้านท่ามะเฟือง ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ที่ชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นได้ร่วมกันเร่งสร้างร้านค้าบริเวณหาดทรายในแม่น้ำโขงและทางลงหาด เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดหาดบ้านท่ามะเฟืองอย่างเป็นการในวันพรุ่งนี้ (1 เมษายน 60) หลังจากปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ มีชาวหนองคายและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวและเล่นน้ำโขงกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีเอกลักษณ์ของตนเองคือมีซุ้มอาหารเป็นซุ้มๆ รวมไปถึงโต๊ะ-เก้าอี้ตั้งอยู่ในน้ำ เป็นการแช่น้ำรับประทานอาหาร จากการที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดหนองคายลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ อยู่ที่ระดับ 2.92 เมตร ลดลงจากเมื่อวานนี้ 14 ซม. ต่ำกว่าตลิ่ง 9.28 เมตร ทำให้ขณะนี้ได้เกิดหาดทรายในแม่น้ำโขงขึ้นหลายจุด ซึ่งหาดทรายบ้านท่ามะเฟืองก็เป็นจุดหนึ่งที่มีหาดทรายเป็นบริเวณกว้างสวยงาม อีกทั้งยังเหมาะต่อการเล่นน้ำ เนื่องจากระดับน้ำโดยรอบมีระดับต่ำ ประกอบกับหาดจอมมณีที่เป็นหาดขนาดใหญ่ใกล้กับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ในเขตเทศบาลเมืองหนองคายก็ไม่ได้เกิดขึ้นติดต่อกัน
