แม่โจ้
วิธีการให้น้ำแก่สวนลําไย ที่ชาวสวนทํากัน แบ่งออกได้ 3 วิธี คือ วิธีให้น้ำทางผิวดิน วิธีโดยสปริงเกลอร์ และวิธีโดยน้ำหยด โดยการให้น้ำทั้ง 3 วิธี มีเป้าหมาย คือ ต้องการให้น้ำซึมลงเปียกดินในทรงพุ่ม ถึงความลึกประมาณ 40 เซนติเมตร ขึ้นไป เพราะรากลําไยส่วนใหญ่แพร่กระจายอยู่ในดินที่ระดับความลึกนี้ การให้น้ำแก่ต้นเล็กที่มีอายุ 1-2 ปี การให้น้ำแก่ต้นลําไย ที่มีอายุ 3 ปี ขึ้นไป การให้น้ำทางผิวดิน กรณีที่สวนลําไยอยู่ในบริเวณที่ลุ่ม และมีลําเหมืองไหลผ่านสวน การให้น้ำโดยทางผิวดินเป็นการให้น้ำที่ให้ครั้งหนึ่งๆ ปริมาณมาก เพื่อให้ดินที่ควรลึกอย่างน้อย 40 เซนติเมตร อุ้มน้ำไว้ให้มากที่สุด ทําให้ต้นลําไยค่อยๆ ใช้ได้หลายวัน ปริมาณน้ำที่ต้องให้ ครั้งหนึ่งๆ จึงขึ้นอยู่กับขนาดทรงพุ่ม และปริมาณน้ำที่ต้นลําไยใช้ประโยชน์ได้ของดินลึก 40 เซนติเมตร นํ้าที่ใช้ประโยชน์ได้ของดินแตกต่างกันไปตามความหยาบละเอียดของดิน โดยทั่วไปแล้วปริมาณน้ำเป็นความลึกของน้ำที่ใช้ประโยชน์ได้ที่ดิน เนื้อต่างๆ อุ้มไว้ให้พืชใช้ในความลึก 40 เซนติเมตร ต่อการให้นํา้หนึ่งครั้ง การให้น้ำทางผิวดินที่ง่ายที่สุดคือ การไขน้ำเข้าท่วมขังในพื้นที่ทั
ทีม Agro_Power และ ทีม BEADMAN_TECHนักศึกษาคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คว้า 2 รางวัล ในการแข่งขัน Agri-Hackathon 2025 ภายใต้ธีม “Farming the Future: นวัตกรรมเกษตรไทย_ก้าวไกลอย่างยั่งยืน” จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ไทย-นอร์เวย์ พร้อมกิจกรรม Hack Day & Pitch Day ระหว่าง 12-14 กันยายน 2568 โดยมีสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าร่วมแข่งขัน 27 ทีม ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้รับรางวัลดังนี้ รางวัลชนะเลิศ โดย ทีม Agro Powerจากผลงาน แพลตฟอร์ม “WasteX: Turning Food Waste into Future Resource” ระบบจัดการเศษอาหารแบบ Hub-and-Spoke ที่เชื่อม บ้าน/ร้าน/โรงเรียนเข้ากับ WasteX Hub เพื่อแปรรูปด้วยหนอนแมลงวันทหารดำ (BSF) และติดตามย้อนกลับได้ตลอดเส้นทางผ่านนวัตกรรมด้านการจัดการข้อมูลเศษอาหาร ช่วยลดปริมาณเศษอาหารและขยะอินทรีย์ ลดคาร์บอน และหมุนเวียนทรัพยากรกลับสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ทีม “Agro Power” (รางวัลชนะเลิศ) มีสมาชิกนายณัฐวัตร แซ่เซียว, นายวาทิต สุนทรรัตนวงศ์, นางสาวจิรัชยา ทาทองอาจารย์ที่ปรึกษา: อ.ดร.วงค์พันธ์ พรหมวงศ์ และ รางวัล
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมทางการเกษตรสำหรับบัณฑิตผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (Agri Inno) นำทีมผู้ประกอบการภายใต้ความร่วมมือของศูนย์ Agri inno มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ได้ส่งเสริม ผลักดันผู้ประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนการนำงานวิจัยออกไปใช้ประโยชน์ (Licensing) จากมหาวิทยาลัยออกสู่เชิงพาณิชย์ และงานที่ได้รับทุนสนับสนุนผ่านกลไกรายภูมิภาค Regional Innovation Business Platform ของ NIA เข้าร่วมงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์ อววน. เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนด้วยพลังสหวิทยาการ หรือ งาน อว. แฟร์ 2024 ที่จัดขึ้นโดยกระทรวง อว. ผสานพลังความร่วมมือกับทุกภาคส่วนจัดงาน ระหว่างวันที่ 22-28 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ รศ.ดร.ดวงพร อมรเลิศพิศาล หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมทางการเกษตรสำหรับบัณฑิตผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมจัดแสดงผลงานและนวัตกรรม ในงาน อว. แฟร์ 2024 มีผลิตภัณฑ์ที่มาจากผลงานวิจัยของนักวิจัยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ 4 ผลงาน ได้แก่ – ผลิตภัณฑ์ Im
วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน 2566 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดงานแถลงข่าว “งานเกษตรแม่โจ้ 90 ปี : เกษตร | อาหาร | สุขภาพ” ยกทัพโชว์เคสผลงานเด่นขึ้นห้าง เรียกน้ำย่อยลองไฟก่อนพบงานจริงยิ่งใหญ่ปลายปี 16-24 ธันวาคม 2566 ประชาชนสนใจร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในพิธี ณ ลานโปรโมชั่น 2 ชั้น 1 เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ก่อตั้งครั้งแรกในปี 2477 ปัจจุบันกำลังจะครบรอบวาระ 90 ปี ในปี 2567 นับได้ว่าเป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านการเกษตรแห่งแรกของไทยที่ตั้งอยู่ในระดับภูมิภาค เป็นแหล่งภูมิปัญญาทางการเกษตรที่ได้ผลิตบัณฑิตคุณภาพออกสู่สังคม และเผยแพร่ผลงานวิจัยทางการเกษตรที่ได้รับการต่อยอดองค์ความรู้สู่สาธารณะมาอย่างยาวนาน ซึ่งปัจจุบันมหาวิทยาลัยแม่โจ้ประกอบไปด้วยคณะที่มีการเรียนการสอนทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เกษตรศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ทั้งหมด 18 คณะ เนื่องในวาระครบรอบ 90 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงได้กำหนดจัดงานเกษตรแม่โจ้ 90 ปี : เกษตร | อาหาร | สุขภาพ ระหว่างวันท
ช่วงเวลาที่ผ่านมา มีนักวิชาการด้านเห็ดหลายคน หลายสำนัก ที่มีความรู้เรื่องการเพาะเห็ดต่างๆ มากมาย ส่วนใหญ่ทำเป็นเห็ดเศรษฐกิจกันมากเลยทีเดียว แต่ก็มีคนคิดที่จะเพาะเห็ดเผาะ เพราะมีราคาแพง เอร็ดอร่อย ใครๆ ก็ชอบ แต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่สามารถเพาะได้ แต่ครั้งนี้แม่โจ้และทีมงานศึกษาหาวิธีเลียนแบบธรรมชาติเพื่อกลับคืนสู่ป่าจนได้ผลดี เห็ดเผาะ หรือภาษาทางเหนือเรียก เห็ดถอบ เป็นอาหารอันโอชะของหลายๆ คน จะได้รับประทานในช่วงต้นฝนประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ของทุกปี จะเกิดขึ้นเองในธรรมชาติทางภาคเหนือและภาคอีสาน เห็ดเผาะมีลักษณะเป็นลูกกลมๆ อ่อนนุ่ม เนื้อในมีสีขาว เปลือกนอกกรอบ เมื่อผลแก่จะมีสีผิวเป็นสีน้ำตาลอมดำ เนื้อในจะดำ แต่นิยมบริโภคเห็ดเผาะที่อ่อนมากกว่า นำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น นำไปต้มใส่เกลือเล็กน้อย จิ้มกับน้ำพริก นำไปแกงใส่ปลาร้าใส่ผักหวานหรือไข่มดแดง หรือทำเป็นแกงกะทิก็ได้ความอร่อย แต่กว่าจะได้มาเป็นอาหารที่เอร็ดอร่อยนั้น ชาวบ้านจะต้องเดินขึ้นเขาไปหาจากป่าธรรมชาติ มักจะอยู่ตามผิวดินหรือใต้ดินเล็กน้อย ชาวบ้านจะใช้ไม้หรือด้ามเหล็กคุ้ยเขี่ยหาเห็ด บางครั้งจะอยู่ใต้ใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาปิดบัง ก
วันพุธที่ 7 มิถุนายน 2566 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมภาคเหนือ ประจำปี 2566 ได้รับเกียรติจาก ดร.อำนวย ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธี รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดี นำคณะผู้บริหาร ผู้แทนคณาจารย์ บุคลากร พร้อมด้วย ดร.สมชาย เขียวแดง นายกสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ในฐานะผู้แทนศิษย์เก่าทั่วประเทศ และผู้แทนองค์กรนักศึกษา ร่วมพิธีบรวงสรวงพระพิรุณทรงนาค ต่อด้วยพิธีทำบุญทางศาสนา และวางพวงมาลาคารวะอนุสาวรีย์คุณพระช่วงเกษตรศิลปการ “บิดาเกษตรแม่โจ้” ผู้บุกเบิกก่อตั้งแม่โจ้ จนมีคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีพระช่วงฯ ไม่มีแม่โจ้” ซึ่งในแม่โจ้ปีนี้ครบรอบ 89 ปี โอกาสนี้ คุณขุมทรัพย์ โลจายะ (หลานสายตรง) ทายาทคุณพระช่วงฯ ให้เกียรติเข้าร่วมพิธี พร้อมทั้งเป็นผู้แทนมอบทุนการศึกษา ในกิจกรรม 90 ปี 999 ทุนเพื่อพัฒนาแม่โจ้ เป็นเงิน 325,000 บาท และเพื่อสมทบกองทุนพระช่วงเกษตรศิลปการ และคุณหญิงช่วงเกษตรศิลปการ (สำอางค์ โลจายะ) เป็นเงิน 320,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 645,000 บาท ทั้งนี้ มีหน่วยงาน องค์กรต่างๆ รวมถึงผู้แทนศิษย์เก่าแต่ละรุ่น แต่ละภูมิภาค เข้าร่วมพิธีค
14 สิงหาคม 2476 คุณพระช่วงเกษตรศิลปการ ยืมม้าจากนายอำเภอสันทราย บุกเข้าดงแม่โจ้ พร้อมคนนำทางมุ่งหน้าต่อไปตามทางเกวียนใช้เวลาชั่วโมงกว่าถึงดงไม้และป่าโปร่งที่เรียกว่า “ดงแม่โจ้” มีพื้นที่ประมาณ 800 ไร่ มีหมู่บ้านเล็กๆอยู่ชายป่าประมาณ 10 หลังคาเรือน ถึงแม้ผืนดินแห่งนี้จะมีสภาพเป็นดินเลว แต่มีแหล่งน้ำเพียงพอที่สามารถปรับแก้ไขสภาพดินให้ดีขึ้นได้ ท่านจึงสร้างสถานีกสิกรรมภาคพายัพขึ้นบนผืนดินแห่งนี้ ต้นเดือนเมษายน 2477 เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี รมต.กระทรวงธรรมการ (สมัยนั้น) มีบัญชาให้จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมประจำภาคเหนือขึ้นที่ ดงแม่โจ้ ติดพื้นที่ด้านทิศใต้ของสถานีทดลองกสิกรรมภาคพายัพ แต่งตั้งให้ พระช่วงเกษตรศิลปการ ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ 17 พฤษภาคม 2477 นักเรียนรุ่นแรกเดินทางมารายงานตัวครบทั้ง 46 คน (ภายหลังมาอีก 2 คน รวมเป็น 48 คน) 7 มิถุนายน 2477 ได้เปิดการเรียนการสอนครั้งแรก โดยคุณพระช่วงเกษตรศิลปการ บิดาเกษตรแม่โจ้ ผู้บุกเบิกและก่อตั้ง แม่โจ้ พร้อมทั้งจัดให้มีพิธีไหว้ครูขึ้นในวันนี้ได้เชิญข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ข้าหลวงประจำจังหวัดและธรรมการจังหวัดมาร่วมให้โอวาท ซึ่งเหตุการณ์ครั
ฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดโมเดลธุรกิจเกษตรแบบใหม่ ให้ทุกท่านได้เป็นเจ้าของผลผลิตมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองคุณภาพ แบบเช่าเหมายกต้นตลอดฤดูกาลเก็บเกี่ยว ในพื้นที่ฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยทุกขั้นตอนการผลิตระบบ GAP ตามมาตรฐานการส่งออก การันตีผลผลิตมะม่วงคุณภาพเริ่มต้นที่ 50 กิโลกรัม/ต้น (ขนาดผล 300 กรัม ขึ้นไป) พร้อมจัดส่งให้ถึงบ้าน นายสุรชัย ศาลิรัศ ผู้อำนวยการฟาร์มมหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า “สำหรับการเปิดขายมะม่วงแบบเหมายกต้นตลอดฤดูกาลเก็บเกี่ยวนั้น ถือเป็นโมเดลธุรกิจเกษตรแบบใหม่ ที่ให้ท่านได้เป็นเจ้าของมะม่วงทั้งต้น โดยมีเจ้าหน้าที่ นักศึกษา ดูแลดำเนินการทุกกระบวนการผลิตระบบ GAP ตามมาตรฐานการส่งออก ตั้งแต่ต้นฤดูกาล จนถึง ช่วงเก็บเกี่ยวการผลิต คือ ตัดแต่งกิ่งหลังการเก็บผลผลิตเพื่อฟื้นฟูสภาพต้นในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม มีการป้องกันศัตรูพืชเพื่อรักษาคุณภาพผลผลิตช่วงออกดอก และก่อนห่อผล ในเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ตัดแต่งผลและห่อผลเพื่อปรับปรุงคุณภาพสีผิว ป้องกันโรคและแมลง ช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากแปลง คัดขนาดและคุณภาพผลผลิตในเดือนพฤษภาคม พร้อมจ
สาขาพืชผัก คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดงานฉลองครบรอบ “45 ปี พืชผักแม่โจ้” โชว์องค์ความรู้และนวัตกรรมทางด้านพืชผัก ทั้งด้านวิชาการและงาน Field day เปิดตัวบริษัท First Organic Seed บริษัทจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์แห่งแรกของประเทศไทย พร้อมกิจกรรมมากมายตลอดงาน ระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม 2565 ณ พื้นที่ฟาร์มมหาวิทยาลัย และ สาขาพืชผัก คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์ ดร. สุเทพ วัชรเวชศฤงคาร หัวหน้าสาขาพืชผัก คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า นับจากปี 2520 ที่ได้มีการก่อตั้งสาขาพืชผักเป็นครั้งแรก สังกัดคณะผลิตกรรมการเกษตร เริ่มจากมีนักศึกษาจำนวนประมาณ 30 คน จวบจนปัจจุบัน สาขาพืชผักแม่โจ้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 45 ได้ผลิตบัณฑิตคนพืชผัก กระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ กว่า 1,800 คน ได้สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างประโยชน์ต่อสังคมในมิติต่างๆ มากมาย ซึ่งการเรียนการสอนของสาขาพืชผักมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เรียกได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยเดียวในประเทศไทย ที่มีหลักสูตรเฉพาะทางเน้นการเรียนการสอนด้านพืชผักในทุกมิติอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ใ
นักอ่านหนังสือประเภทนวนิยาย เมื่อกึ่งศตวรรษที่ผ่านไปจวบจนปัจจุบัน คงจะเคยได้สัมผัสเคยอ่านเรื่องร้อยป่า ที่ประพันธ์โดยนามปากกานักเขียนชื่อดังของฟ้าเมืองไทย โดย อรชร กับ พันธุ์ บางกอก นักประพันธ์เรื่องร้อยป่าที่นักอ่านทุกเพศวัยต่างพากันติดนวนิยายเรื่องนี้อย่างงอมแงมกันเลยทีเดียว เป็นนวนิยายที่เคยขายดีสูงสุดในสมัยนั้น เป็นเรื่องราวของลูกผู้ชาย ลูกแม่โจ้ ลูกป่าไม้ (แพร่) ที่นักเขียนโดยเฉพาะ พันธุ์ บางกอก เคยเป็นศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 11 รุ่นเดียวกับ แผ้ว ดิษกุล ในฐานะเคยเรียนด้วยกันสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 ราวปี พ.ศ. 2487 ต้องติดตามอ่านถึงประวัติชายคนนี้ สุดท้ายต่างก็มาเรียนจบแม่โจ้แล้วมาเรียนต่อโรงเรียนป่าไม้แพร่ด้วยกัน แล้วมาทำงานที่กรมป่าไม้แห่งเดียวกัน จึงเกิดเป็นเรื่องร้อยป่าขึ้นมา ด้วยความเป็นคนมีพรสวรรค์ของนักเขียนที่นำตัวละครของเพื่อนที่มีบุคลิกเป็นคนรักอาชีพป่าไม้ รักษาผืนป่ามาด้วยความรัก ความเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ก้มหัวให้นายทุนค้าไม้เถื่อนที่จะครอบงำ ไม่แปลกนัก ที่เนื้อหาเรื่องราวของป่าไม้ในนวนิยายร้อยป่า ได้มโนภาพเรื่องป่าไม้ได้กลมกลืนกับตัวละคร ทั้งผู้เขียนและผู้ถูกอุปโลกน์ให้เป็น
