โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
โครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาสระแก้ว-ปราจีนบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่มาจากพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อทรงได้รับทราบถึงความทุกข์ยากเดือดร้อนของราษฎรที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ราบเชิงเขา ตามแนวสันเขาบรรทัดที่เชื่อมติดต่อกับสาธารณรัฐกัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดสระแก้ว ที่นอกจากต้องประสบปัญหาพื้นที่เสื่อมโทรม ดินขาดความอุดมสมบูรณ์และขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ส่งผลให้ราษฎรตกอยู่ในสภาพยากจนแล้ว ยังต้องอยู่ในอันตราย และหวาดกลัวภัยจากอิทธิพลของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่เคลื่อนไหวปฏิบัติการในพื้นที่ จากความทุกข์เข็ญที่เกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการช่วยเหลือและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์ุ องคมนตรีประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินงานพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ โดยได้เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2521 เป็นต้นมา พร้อมทรงพระราชทานแนวทางการพัฒนาหลัก 3 ด้าน คือ การพัฒ
“เดิมนั้นผมทำงานเป็นพนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมือง แต่เนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรง จึงตัดสินใจลาออกมา แล้วก็มาทำเกษตรในพื้นที่ของพ่อแม่ ปลูกข้าวและอ้อย แต่ประสบปัญหาเยอะมาก โดยเฉพาะปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ และเกิดโรคระบาด การปลูกพืชเชิงเดี่ยวนั้นพอมีปัญหาเกิดขึ้น ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่เลยครับ เพราะเราไม่มีรายได้ทางอื่นมาจุนเจือ ส่งผลให้ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในการลงทุน ขาดทุนตลอด แต่โชคดีว่า ต่อมาผมได้รับคัดเลือกให้มีสิทธิ์เข้าเช่าที่ดินทำกินจาก ส.ป.ก. ทำให้ชีวิตเปลี่ยนเลย” นายนวนศรี บุตรโคตร หนึ่งในเกษตรกรต้นแบบผู้ประสบความสำเร็จ ที่วันนี้ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองบัวลำภู ให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ในเขตปฏิรูปที่ดิน ตั้งอยู่เลขที่ 114 หมู่ที่ 5 บ้านโนนสง่า ตำบลโนนเมือง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ได้ย้อนอดีตเมื่อครั้งเริ่มต้น แม้ลำบาก แต่ไม่ย่อท้อ “สำนักงาน ส.ป.ก. จังหวัดหนองบัวลำภู ถือว่ามีส่วนร่วมอย่างมากในการช่วยเหลือผม ให้สามารถยกระดับความรู้ ยกระดับความคิด เปิดโลกทัศน์ผมให้กว้างขึ้น ทั้งจากการพาไปศึกษาดูงานตามศูนย์เรีย
นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวในระหว่างเป็นประธานเปิดงาน “ต่อยอด ชีวิตวิถีใหม่ ไปกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ” ว่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นสถานที่ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันสำคัญ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่อง และได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้จัดตั้งสถานที่นี้ขึ้นเป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นเป็นแห่งแรก โดยได้ทรงวางแนวทางให้เป็นสถานที่ศึกษาและแสดงตัวอย่างแห่งความสำเร็จ ที่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปสามารถนำไปเป็นแบบอย่างเพื่อปฏิบัติตามได้อย่างเหมาะสม “ตลอดระยะเวลา 41 ปีที่ผ่านมา เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าทรงให้ความสำคัญกับงานพัฒนา เนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องสร้างสรรค์ไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้เ
นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมคณะที่ปรึกษา เดินทางไปยังโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านปางขอน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงและพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรควบคู่ไปกับการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร ให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน ในการนี้ได้เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ราษฎร และผู้ปฏิบัติงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านปางขอน โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริดอยบ่อ อำเภอเมือง โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ตามพระราชดำริบ้านห้วยหญ้าไซ อำเภอแม่สรวย โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่อนุรักษ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย และโครงการพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านสันติสุข – บ้านขุนกำลัง อำเภอปง จังหวัดพะเยา รวมทั้งสิ้น 464 ถุง โอกาสนี้ องคมนตรี และคณะได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำ
กรมวิชาการเกษตร สานต่อโครงการ “5 ประสาน สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ถวายในหลวง” กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย จึงได้จัดทำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ขึ้นเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยส่งเสริมให้เกษตรกรที่มีความสมัครใจจาก 882 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 70,000 ราย/ปี น้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ของเกษตรกรแต่ละพื้นที่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สร้างอาชีพจากผลผลิตในทำเกษตรทฤษฎีใหม่ในครัวเรือนของตนเอง นายจำรอง ดาวเรือง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้โครงการ “5 ประสาน สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ถวายในหลวง” มาตั้งแต่ปี 2560 ด้วยการส่งเสริมและปลูกฝังให้เกษตรกรและประชาชนศึกษาและน้อมนำองค์ความรู้หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ที่ได้รับไปปรับใช้กับพื้นที่เกษตรของตนเองได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับพื้นที่ของเกษตรเพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น สา
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กำหนดให้มีการจัดงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 12 ระหว่าง วันที่ 7-14 สิงหาคม 2561 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงเป็นประธานเปิดงาน ในวันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม 2561 ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมประกวดพรรณไม้ นิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และผลิตภัณฑ์ผลผลิตจากโครงการพระราชดำริ และเกษตรกรทั่วประเทศ” กรมปศุสัตว์ ได้ร่วมจัดงานดังกล่าวต่อเนื่องเป็น ครั้งที่ 5 ตั้งแต่ ปี 2557 การจัดกิจกรรมที่ผ่านมา ได้มีการไถ่ชีวิตโค-กระบือ ทั้งหมด 16 ตัว แยกเป็น โค 8 ตัว (เพศผู้ 4 ตัว เพศเมีย 4 ตัว) กระบือ 8 ตัว (เพศผู้ 4 ตัว เพศเมีย 4 ตัว) โดยการไถ่ชี
