ไก่สวยงาม
มีโอกาสได้จับเข่านั่งคุยกับ คุณกิตติชัย ไกลถิ่น ประธานชมรมผู้เพาะพันธุ์ไก่ซารามอประเทศไทย ถึงการเลี้ยงไก่ซารามอ ความนิยม การเพาะพันธุ์ การจัดการประกวด และอื่นๆ อีกมาก ทำให้ได้ทราบว่า ไก่ซารามอ เข้ามาในเมืองไทยนานแล้ว แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากเลี้ยงแล้วจะเพาะให้ได้ไก่ซารามอสวยๆ ทำได้ยาก แม้จะมีการจัดประกวดไก่ซารามอขึ้นทุกปี แต่ก็มีคนเลี้ยงหน้าใหม่เพิ่มเข้ามาน้อย ปัจจุบันมีผู้เลี้ยงไก่ซารามาในประเทศไทยกว่า 50 ราย และมีผู้เลี้ยงในพื้นที่ภาคใต้มากที่สุด ไก่ซารามอ มีถิ่นกำเนิดในรัฐกลันตัน ของประเทศมาเลเซีย และเป็นไก่สายพันธุ์พื้นเมืองของรัฐกลันตัน มีลักษณะประจำตัวที่แปลกไม่เหมือนใคร เพราะมีหน้าอกตั้งสูง คล้ายกับทหารยืนตรง น้ำหนักของไก่ซารามอเมื่อโตเต็มที่ 250-500 กรัมต่อตัวเท่านั้น จึงให้คำนิยามว่า เป็นไก่ขนาดเล็กที่สุดในโลก คุณกิตติชัย เล่าถึงที่มาของการเลี้ยงไก่ซารามอว่า เขาชอบไก่มาตั้งแต่เล็ก เมื่ออยู่ประถมศึกษาปีที่ 6 ก็ซื้อลูกเจี๊ยบที่ถูกพ่นสีมาเลี้ยง เมื่อไก่โตขึ้นเป็นไก่เนื้อ จึงนำไปขาย เห็นว่าการเลี้ยงไก่ก็ทำเงินได้ จึงคิดซื้อไก่ขนาดเล็กมาเลี้ยง เพราะไม่ต้องการให้ไก่โต ได้ร
ไก่ที่เราเห็นหรือรู้จักกันทั่วไป มักจะเป็นไก่สายพันธุ์พื้นบ้าน ไก่ชน ที่หาดูได้ง่าย แต่กับไก่แปลกๆ ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากต่างประเทศ อาจจะหาชมได้ยากหน่อย วันนี้เราจึงมานำเสนอไก่สวยงามนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น ไก่ตีนโตเวียดนาม ไก่ต๊อก ไก่โปแลนด์ ไก่มินิโคชิน ไก่ดำ และไก่หัวเราะ คุณสุธน สังจันทร์ อยู่บ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 14 ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย บัณฑิตมหาวิทยาลัยแม้โจ้ รุ่น 73 ที่จบทางด้านพืชสวนมา แต่มีอาชีพดูแลความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบไอทีให้บริษัทเอกชน ในจังหวัดกำแพงเพชร เจ้าของไก่สวยงามนานาชาติอาเซียน มีข้อสงสัยว่า ทำไมถึงเลือกเลี้ยงไก่สวยงาม ไม่เลี้ยงเป็นพวก ไก่ชน ไก่พื้นบ้านทั่วๆ ไป คุณสุธน บอกว่า เลี้ยงเพราะความน่ารัก มันไม่เหมือนพวกไก่ชนที่จะต้องดูชั้นเชิง ดูสายพันธุ์ แต่ไก่สวยงามไม่ต้อง อย่างไก่มินิโคชิน มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศจีน แต่ในเมืองไทยมีการนำเข้ามาอย่างแพร่หลาย มีจุดเด่นที่ ตัวเล็กกลมๆ ไซซ์มินิ โตเต็มที่น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัมเศษๆ เราจะเห็นว่าตรงขามีขนงอกออกมา ดูเผินๆ ขาสั้นคล้ายไก่แจ้ เหมาะสำหรับคนที่อยากเลี้ยงไก่ แต่พื้นที่ไม่มาก อย่างหมู่บ้านจัดสรร ออกไข
กระแสเลี้ยงไก่สวยงาม สายพันธุ์ต่างประเทศกำลังเป็นที่นิยม และตลาดยังมีความสนใจอีกมาก ทำให้ผู้เลี้ยงไก่สวยงามสายพันธุ์ต่างประเทศ ได้รับออเดอร์สั่งจองกันข้ามปี แถมยังผลิตเพื่อส่งขายกันแทบไม่ทัน คุณสุทธิชัย ผลิรัตน์ หรือ คุณต้อย วัย 45 ปี อดีตกุ๊ก ร้านอาหารไทย ประเทศเยอรมัน ที่ลาออกจากงานกุ๊กและผันอาชีพมาเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ เริ่มต้นเรื่องราวของคุณต้อยด้วยการทำงานที่ต่างประเทศว่า “ทำงานเป็นกุ๊ก อยู่ร้านอาหารไทย ประเทศเยอรมัน กว่า 18 ปีแล้ว จนตอนนี้ได้สัญชาติเยอรมันแล้วด้วย แต่ปัจจุบันนี้ได้ลาออกจากงานกุ๊กแล้ว เพราะอยากมาสานต่อความคิดที่อยากทำฟาร์ม และเอาดีด้านการเลี้ยงไก่อย่างจริงจังที่บ้านเกิด อำเภอทุ่งศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช สมัยก่อนตอนเด็กๆ บ้านของผมเคยได้เลี้ยงไก่แจ้ พื้นฐานบ้านเราเป็นเกษตรกร ชาวนา ชาวสวนทั่วไป แต่ที่ให้ความสนใจเรื่องการเลี้ยงไก่ เพราะสมัยที่ยังทำงานอยู่ที่เยอรมัน ได้มีโอกาสไปดูพันธุ์ไก่ต่างประเทศ สายพันธุ์ต่างๆ มาพอสมควร ทั้งได้มีโอกาสพบเจอกับคนเลี้ยงไก่ คนที่พัฒนาสายพันธุ์ไก่ที่เยอรมัน ยิ่งทำให้สนใจการเลี้ยงไก่มากขึ้น” คุณต้อย บอกว่า เรานำเข้าไข่ไก่มาจากเมืองนอ
“ขาใหญ่ ไอ้ตีนโต” จั่วหัวเรื่องก็จำต้องถอยฉากไปตั้งหลักแล้วตั้งสติ กับวลีกระแทกหูใครหลายๆ คน ที่ยังไม่คุ้นชินให้พากันตื่นตระหนก แตกตื่น… แต่ถ้าผู้อ่านได้พบเห็นก็คงต้องตกตะลึง เพราะพี่เขา “ขาใหญ่” จริงๆ แถม “ตีนโต” อีกต่างหาก ไม่เพียงใหญ่ตรง “แข้ง ขา” และก็ “ตีน” ตัวก็ใหญ่ น้ำหนักก็มาก เขาเป็นใครมาจากไหน “คุณสุธน สังข์จันทร์” คนไกรใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ไปคว้าตัว “พี่ขาใหญ่ ไอ้ตีนโต” มาจากดินแดนเหงียน ทางตอนเหนือของเวียดนาม ที่เมืองดองต่าว (DongTao) จังหวัดฮึงเอียน เมื่อราวๆ 5 ปีก่อน อ้อ..! ลืมบอกไปว่า “พี่ขาใหญ่ ไอ้ตีนโต” ที่ว่านี้เขาคือ “ไก่” นำเข้าจากเมืองดองต่าว ประเทศเวียดนาม ที่ใครๆ เห็นก็ต้องร้องโอ้วววว พี่เขาขาใหญ่จริงๆ อย่างที่เกริ่นไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว คุณสุธน นำเข้าไก่สายพันธุ์แท้ต้นตำรับจากเวียดนาม ที่ว่านี้มาเพาะขยายพันธุ์ ครั้งนั้นนำเข้ามา 13 ตัว แยกเป็นตัวเมีย 10 ตัว ตัวผู้ 3 ตัว โดยติดต่อผ่านเพื่อนที่รู้จักกันในเวียดนาม และซื้อมาในราคาตัวละ 2,500 บาท เป็นไก่ลูกเจี๊ยบตัวเท่ากำปั้น เอามาปล่อยเลี้ยงแบบธรรมชาติอยู่ในเล้าที่มีตาข่ายอวนล้อมรอบเพื่อป้องกันหมา แมว
ชมรมไก่แจ้ทวารวดี เป็นชมรมไก่แจ้ที่รวมเกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของ คนเลี้ยงไก่แจ้สวยงามทุกเพศ ทุกวัย และสมาชิกคนรักไก่แจ้ รวมถึงผู้เลี้ยงไก่แจ้ในหลายจังหวัด โดยมีคุณธรรมรัตน์ สมเสร็จ หนุ่มใหญ่วัย 40 ปีเศษ เป็นประธานชมรม ทั้งยังก่อตั้งฟาร์มเล็กๆ ที่รวบรวมสายพันธุ์มาตรฐานไก่แจ้ขึ้น ใช้ชื่อว่า ไก่แจ้ “น้ำพักน้ำแรง” บ้านคุณธรรมรัตน์ เพื่อเพาะและขยายพันธุ์ไก่แจ้ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น คุณธรรมรัตน์ บอกว่า ปัจจุบันไก่แจ้ ถูกจัดให้เป็นไก่สวยงาม เมื่อมีเวทีประกวดจะดูที่ความสวยงามเป็นหลัก ซึ่งเมื่อพิจารณาจากรูปร่างลักษณะแล้ว ไก่แจ้สายพันธุ์ต่างประเทศจะได้เปรียบ เพราะมีคุณลักษณะที่สวยงามกว่า ส่วนไก่แจ้สายพันธุ์ไทย จะได้เปรียบเรื่องของสีสัน เพราะความชอบเลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรกในวัยเยาว์ ไก่แจ้ นก และปลา จึงเป็นสัตว์ที่คุณธรรมรัตน์เลือกมาเลี้ยงและให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะมีขนาดเล็ก จับต้องได้ โดยก่อนหันมามุ่งมั่นกับการขยายพันธุ์ไก่แจ้อย่างจริงจัง คุณธรรมรัตน์มีไก่แจ้ที่เลี้ยงไว้ดูเล่นหลายร้อยตัว กระทั่งปี 2540 ถูกชักชวนให้เข้าวางการไก่แจ้ เริ่มจากการเป็นสมาชิกชมรมอนุรักษ์ไก่แจ้แห่งประเทศไทย
กลุ่มคนเลี้ยงไก่สวยงาม ณ วันนี้ อาจจะได้เคยได้ยินชื่อไก่อียิปต์ เพราะคลุกคลีอยู่ในวงการ แต่สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง หรือเป็นเพียงแค่ผู้ที่ชื่นชอบ แต่ยังไม่มีไก่สวยงามไว้ในครอบครอง อาจจะไม่คุ้นชื่อไก่สวยงามชนิดนี้นัก เพราะจัดได้ว่าเป็นไก่สวยงามที่พบได้ไม่บ่อยเลย ไก่อียิปต์ ที่จะเอ่ยถึงในครั้งนี้ พบที่บ้านของ คุณพิทยา คุ้มเมฆ บริเวณตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งคุณพิทยาเป็นเพียงผู้เลี้ยงไก่สวยงามมือใหม่ เพิ่งเริ่มหัดเลี้ยงและจริงจังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา โดยคุณพิทยาเองก็เป็นนักเพาะเลี้ยงไก่สวยงามที่เรียกตัวเองว่า เป็นมือใหม่หัดเลี้ยง แต่ถึงอย่างนั้นก็สามารถเพาะขยายพันธุ์และจำหน่ายผ่านเว็บไซต์มาแล้วหลายต่อหลายครา ไก่อียิปต์ ที่อยู่ในความดูแลของคุณพิทยา มีเพียง 1 คู่ (ผู้-เมีย) ที่ได้แบ่งปันจากเพื่อนมา และยังไม่ได้ผสมสักครั้ง เพราะอายุปัจจุบันของไก่ คือ 7 เดือน คุณพิทยา ต้องการให้ไก่อียิปต์ทั้งคู่มีความสมบูรณ์มากกว่านี้ จึงให้ผสม เพื่อให้ลูกไก่ที่แข็งแรงสมบูรณ์มากพอ จุดเด่นของไก่อียิปต์ คุณพิทยาให้ข้อมูลเท่าที่ทราบว่า ไก่อียิปต์ เป็นไก่ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอียิ
มีโอกาสได้จับเข่านั่งคุยกับ คุณกิตติชัย ไกลถิ่น ประธานชมรมผู้เพาะพันธุ์ไก่ซารามอประเทศไทย ถึงการเลี้ยงไก่ซารามอ ความนิยม การเพาะพันธุ์ การจัดการประกวด และอื่นๆ อีกมาก ทำให้ได้ทราบว่า ไก่ซารามอ เข้ามาในเมืองไทยนานแล้ว แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากเลี้ยงแล้วจะเพาะให้ได้ไก่ซารามอสวยๆ ทำได้ยาก แม้จะมีการจัดประกวดไก่ซารามอขึ้นทุกปี แต่ก็มีคนเลี้ยงหน้าใหม่เพิ่มเข้ามาน้อย ปัจจุบันมีผู้เลี้ยงไก่ซารามาในประเทศไทยกว่า 50 ราย และมีผู้เลี้ยงในพื้นที่ภาคใต้มากที่สุด ไก่ซารามอ มีถิ่นกำเนิดในรัฐกลันตัน ของประเทศมาเลเซีย และเป็นไก่สายพันธุ์พื้นเมืองของรัฐกลันตัน มีลักษณะประจำตัวที่แปลกไม่เหมือนใคร เพราะมีหน้าอกตั้งสูง คล้ายกับทหารยืนตรง น้ำหนักของไก่ซารามอเมื่อโตเต็มที่ 250-500 กรัม ต่อตัวเท่านั้น จึงให้คำนิยามว่า เป็นไก่ขนาดเล็กที่สุดในโลก คุณกิตติชัย เล่าถึงที่มาของการเลี้ยงไก่ซารามอว่า เขาชอบไก่มาตั้งแต่เล็ก เมื่ออยู่ประถมศึกษาปีที่ 6 ก็ซื้อลูกเจี๊ยบที่ถูกพ่นสีมาเลี้ยง เมื่อไก่โตขึ้นเป็นไก่เนื้อ จึงนำไปขาย เห็นว่าการเลี้ยงไก่ก็ทำเงินได้ จึงคิดซื้อไก่ขนาดเล็กมาเลี้ยง เพราะไม่ต้องการให้ไก่โต ได้
พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร จัดเป็นอีกพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกเพื่อความสวยงามไว้จำนวนมาก ส่วนใหญ่ทำเป็นฟาร์มขนาดย่อม เลี้ยงเพื่อขายส่งตลาดนัดจตุจักร แหล่งค้าสัตว์ปีกทั้งเพื่อการบริโภคและเพื่อความสวยงามที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ นอกเหนือจากนั้นก็เป็นตลาดค้าส่งรองลงมา เช่น ตลาดนัดสนามหลวง 2 ย่านทวีวัฒนา หรือตลาดนัดจตุจักร 2 มีนบุรี อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครเท่าใดนัก อึดใจเดียวก็ถึง ที่ต้องพามาถึงสถานที่แห่งนี้ก็เพราะเป็นที่ตั้งของฟาร์มไก่สวยงามเล็กๆ ฟาร์มหนึ่ง แต่มากด้วยคุณภาพของไก่สวยงามและมากชนิดให้เลือกซื้อ ประสิทธิ์ฟาร์ม ตั้งอยู่ที่บ้านคลอง 19 ตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา มี คุณประสิทธิ์ พัดเย็นใจ เป็นเจ้าของ ครั้งแรกที่พบคุณประสิทธิ์ไม่ต้องการให้เรียกสถานที่เพาะเลี้ยงไก่สวยงามว่าฟาร์ม เพราะสถานที่เพาะเลี้ยงไม่ได้กว้างขวางมากนัก แต่เพราะคุณภาพของไก่สวยงามที่ออกสู่ท้องตลาด และระบบการจัดการในเรื่องของการคัดคุณภาพไก่ก่อนส่งจำหน่ายให้กับปลายทางเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้เราต้องชื่นชมและให้เกียรติเรียกว่า “ฟาร์ม” 12 ปีก่อน คุณ
ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ ไก่แจ้ไม่ได้เป็นแค่ไก่วัดอีกต่อไป เพราะตลาดไก่แจ้ที่ถูกยกระดับขึ้นมาให้มีการประกวดประชันความสวยของไก่ ความนิยมเก็บสะสมไก่แจ้ให้ครบตามสีสากล และสีมาตรฐานของไทย ทำให้ไก่แจ้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์เลี้ยงสวยงามที่ราคาค่อนข้างสูง หากจะให้ได้รูปทรงไก่ที่ได้มาตรฐานและเก็บสะสมสีให้ครบตามแบบฉบับคนนิยมไก่แจ้ จากการพูดคุยของเจ้าของฟาร์มไก่แจ้ด่านเกวียน ทำให้ทราบได้ว่า แท้จริงแล้วอาจมีบางฟาร์มที่ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่รูปลักษณ์ของไก่เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญถึงสุขภาพของไก่แจ้ สำหรับผู้เลี้ยงไก่แจ้ที่ต้องการให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรง เลี้ยงเป็นเพื่อนเล่นไปตลอดชีวิตของไก่ ฟาร์มไก่แจ้ด่านเกวียน เป็นที่รู้จักมากในชื่อของฟาร์มไก่แจ้บางใหญ่ เพราะเดิมทีที่ตั้งของฟาร์มอยู่ในละแวกบางใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี แต่ปัจจุบันย้ายฟาร์มมาไว้ที่ ตำบลด่านเกวียน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มี คุณสุริยา คงดี และ คุณศศมณ เขมทัสสี เป็นเจ้าของ ฟาร์มไก่แจ้ด่านเกวียน ตั้งอยู่บนพื้นที่ไม่กว้างนัก แต่มีการจัดอย่างเป็นระเบียบจากเจ้าของฟาร์ม ให้อากาศถ่ายเทตลอดเวลา แสงแดดเข้าถึงกรง แบ่งสัดส่วนของที
ยุคนี้ การเข้าถึงโซเชียล นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการติดต่อสื่อสาร ในมุมของเกษตรกรถือว่าเป็นประโยชน์ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ทำให้เข้าถึง เสมือนอยู่ใกล้และเห็นสินค้าจริง ก่อนจะจัดส่งถึงมือผู้รับ โดยเฉพาะเมื่อผู้ผลิตอยู่ไกลจากผู้บริโภคมาก คุณฉัตรชัย เตชะเลิศพนา หนุ่มม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ แต่มาปักหลักทำงานอยู่ที่บ้านสวนห้วยปู่ใหม่ หนองอาบช้าง ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะลูกจ้างที่ดูแลกิจกรรมและภาพรวมทั้งหมดของรีสอร์ตบ้านสวนห้วยปู่ใหม่ แต่เพราะเป็นคนทำงานที่มีความละเอียดรอบคอบ ประกอบกับเจ้าของรีสอร์ตมีความเอื้อเฟื้อ ทั้งยังรักสัตว์ จึงมีสัตว์เลี้ยงเป็น “นกยูง” และ “ไก่ต๊อก” ไว้บริเวณรีสอร์ต และคุณฉัตรชัย มีหน้าที่ดูแล ด้วยความที่เป็นคนรักสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ปีก ชื่นชอบสัตว์ปีกสวยงามเป็นพิเศษ เมื่อได้ทำหน้าที่ดูแลนกยูงให้กับเจ้าบ้าน จึงคิดว่า เมื่อต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งในการดูแลนกยูงและไก่ต๊อกอยู่แล้ว หากมีสัตว์ปีกสวยงามเป็นของตนเอง เลี้ยงไว้ และใช้เวลาดูแลในพื้นที่เดียวกัน เวลาที่ใช้ไปก็จะเกิดประโยชน์มากขึ้นอีก อีกทั้งเจ้าของรีสอร์ตเองใจดี ยินดีให้พื้นที่สำหรับเลี้ยง โดยไม่
