ไผ่
เรียนเชิญ..ร่วมงานตลาดความรู้.วิถีไผ่ วิถีสุข:พลังเล็กๆที่ทรงคุณค่า.. รูปแบบของงาน…เสวนาและอบรมให้ความรู้.ไผ่ครบวงจร.และเกษตรอินทรีย์…ฟรี ..สาธิต.การเผาถ่าน..การทำหน่อไม้ดอง..การเผาข้าวหลาม..การกลั่นน้ำมันหอมระเหย.. การจัดนิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณท์การเกษตร.. OTOP วังน้ำเขียว..เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน..เครือข่ายพัฒนาชุมชน..เครือข่ายSMF..และเครือข่ายโรงเรียนป่าไผ่สวนลุงโชค.. และการแสดงดนตรีในสวนไผ่…
คุณโชคดี ปรโลกานนท์ หรือ ลุงโชค เกษตรกรที่คว่ำหวอดในการปลูกไผ่เป็นอย่างมาก ลุงโชคได้ใช้ประโยชน์จากไผ่สร้างรายได้ในทุกมิติในทุกช่องทาง ตั้งแต่ในเรื่องของการทำเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จุดเริ่มต้นที่ดีคือการจัดการสวนไผ่ให้มีระบบระเบียบ ศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องสายพันธุ์ไผ่ ผู้ปลูกอย่าด่วนใจร้อนที่จะตัดหน่ออ่อนมากิน แต่ควรปล่อยให้หน่อขึ้นไปตามธรรมชาติเสียก่อน ซึ่งหลังปลูกได้อายุ 2 ปี ไผ่จะให้ผลผลิตที่พร้อมให้ใช้ประโยชน์ได้
“ไผ่”ได้ชื่อว่าพืชมหัศจรรย์ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนไม่เว้นแม้กระทั่งน้ำจากลำต้นที่ผลิตออกเป็นน้ำดื่มบริสุทธิ์จากภูมิปัญญาที่มากด้วยสรรพคุณ โดยศูนย์เรียนรู้บ้านท่าไม้ยาว ม.6 ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ที่มีครูธเนศหรืออ.ธเนศ เมฆนาคา ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนบ้านท่าแย้ เป็นประธานศูนย์ฯและเจ้าของผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาเป็นผู้ริเริ่มผลิตน้ำดื่มบริสุทธ์จากต้นไผ่ที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษผ่านกรรมวิธีง่าย ๆ จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของศูนย์ฯในเวลานี้ “การจะได้น้ำไผ่ต้องมาเอาตอนกลางคืนเท่านั้นเพราะธรรมชาติของต้นไผ่กลางคืนเขาจะคายน้ำส่วนเกินออกมา ส่วนกลางวันจะอมน้ำ ไผ่ทุกกอทุกต้นมีน้ำ และการให้น้ำแบบนี้เป็นการระบายน้ำส่วนที่เกินของเขาและเก็บน้ำไว้เท่าที่จำเป็นถึงเราไม่เจาะรู ไผ่ก็จะคายน้ำออกทางราก”อ.ธเนศ เมฆนาคา เจ้าของผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาน้ำดื่มบริสุทธ์จากต้นไผ่เผยที่มาน้ำดื่มจากไผ่ และอธิบบายถึงขั้นตอนการทำ โดยระบุว่าเริ่มจากการเลือกลำต้นไผ่ต้องไม่อ่อนเกินไปหรือมีอายุ 3 ปีขึ้นไป สังเกตุจะสีของต้นจะต้องไม่สีเขียวสดและไม่มีเปลือกไผ่ห่อหุ้ม นั่นบ่งบอกได้ว่าเป็นต้นไผ่ที่พร้อมให้น้
คุณประเสริฐศักดิ์ แสงสัทธา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มุ่งเน้นนโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรของไทย โดยส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับศักยภาพและความเหมาะสมของพื้นที่ รวมทั้งแนวโน้ม ความต้องการของตลาด สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ พบว่า “ไผ่ซางหม่น” นับเป็นหนึ่งในพืชทางเลือกที่มีโอกาสทางการตลาด และมีศักยภาพการผลิตในพื้นที่ (ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร ปี 2564) ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูกรวม 544 ราย เนื้อที่ปลูกครอบคลุมทั้ง 16 จังหวัดภาคเหนือ รวมทั้งสิ้น 2,680 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 70 ของเนื้อที่ปลูกรวมทั้งประเทศ แหล่งผลิตสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่ อุตรดิตถ์ แพร่ และน่าน มีเนื้อที่ปลูกรวม 1,641 ไร่ หรือร้อยละ 59 ของเนื้อที่ปลูกรวมของภาคเหนือ และคิดเป็นร้อยละ 47 ของเนื้อที่ปลูกรวมทั้งประเทศ โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกทั้ง 3 จังหวัด รวม 363 ราย สำหรับไผ่ซางหม่น นับว่าเป็นพันธุ์ที่มีลักษณะโดดเด่นคือ เจริญเติบโตเร็ว มีลำต้นตรงโดยธรรมชาติและมีขนาดสม่ำเสมอ สามารถใช้ประโยชน์ตลอดทั้งลำในการแปรรูป จึงทำใ
ที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นพื้นที่รับน้ำตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน ประสบภัยน้ำท่วมทุกปีมากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำ “ชุมแสง” โดนน้ำท่วมอ่วมอรทัยในปี 2554 นานถึง 3 เดือนกว่า พืชผลการเกษตรที่ถูกน้ำท่วมเสียหายหมด ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนอย่างหนัก เมื่อคราวอุทกภัยใหญ่ บ้านทับกฤชใต้ถูกน้ำท่วมนานกว่า 3 เดือน พืชผลเกษตรเสียหายหมด แต่กลับมีพืชอยู่ชนิดหนึ่งที่ถูกน้ำท่วมนานก็สามารถทนอยู่ได้ หลังจากน้ำลดลงพืชชนิดนั้นกลับให้ผลผลิตดีมาก นั่นก็คือ “ไผ่อินโดจีน” เป็นไผ่รับประทานหน่อสายพันธุ์หนึ่งที่ คุณนิรุต ผลพิกุล อยู่บ้านเลขที่ 4/1 หมู่ที่ 6 บ้านทับกฤชใต้ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ปลูกอยู่ 12 ไร่ คุณนิรุต กล่าวว่า พื้นที่สวนไผ่ของตนถูกน้ำท่วมนานกว่า 3 เดือน ระดับน้ำสูงประมาณ 3 เมตรครึ่ง หลังจากระดับน้ำลดลงก็พบว่า ไผ่อินโดจีนที่ปลูกอยู่ในพื้นที่ 12 ไร่ ยังยืนต้นอยู่ได้ไม่ล้มตาย จะมีตายก็เฉพาะไผ่ต้นอ่อนๆ เพิ่งจะลงปลูกใหม่ไม่ถึงปี นอกนั้นไม่ตาย “จะว่าไผ่น้ำท่วมไม่ตายเสียทุกสายพันธุ์ก็ไม่ได้ เพราะละแวกบ้านที่ปลูกไผ่สีสุก ไผ่รวก และไผ่อื่นๆ ถูกน้ำท่วมตายหมด มะพร้าวที่ว่าแน่ๆ ยังตาย จ
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ หนูมีที่ว่างเปล่าอยู่แปลงหนึ่ง พื้นที่ 3 ไร่ แต่มีบางช่วงเกิดน้ำท่วมขัง หนูสนใจอยากจะปลูกไผ่ หนูจึงขอเรียนถามคุณหมอเกษตรว่า พื้นที่ของหนูจะปลูกไผ่ได้หรือไม่ ถ้าปลูกได้ควรปลูกพันธุ์อะไรดี ขอความกรุณาแนะนำด้วยค่ะ หนูขอกราบขอบคุณคุณหมอเกษตรมาเป็นการล่วงหน้า ด้วยความเคารพอย่างสูง วนิดา ทองวิทยา ตอบ คุณวนิดา ทองวิทยา ไผ่ เป็นพืชคู่บ้านคู่เมืองของไทยมาแต่โบราณกาล ในอดีตมีการนำออกจากป่าธรรมชาติ และปลูกตามหัวไร่ปลายนา แต่ปัจจุบัน เกษตรกรมีการพัฒนามาปลูกไผ่เป็นสวนขนาดใหญ่ มีทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ทั้งนี้ ไผ่เป็นพืชระบบรากตื้นเช่นเดียวกับพืชในตระกูลหญ้าทั่วไป ไผ่จึงไม่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขัง จะเห็นว่าป่าไผ่ในธรรมชาติเจริญเติบโตอยู่บริเวณเชิงเขา น้ำท่วมไม่ถึง แม้แต่การปลูกในที่ลุ่มภาคกลาง ชาวบ้านมักปลูกไผ่ตามหัวไร่ปลายนา บริเวณที่เป็นโคก หรือที่ดอนริมแม่น้ำ ลำคลอง ที่น้ำท่วมไม่ถึงเช่นเดียวกัน ดังนั้น วิธีแก้ไขทำได้ด้วยการยกเป็นร่องสวน ให้สันร่องสูงกว่าระดับน้ำท่วมถึง แล้วจึงปลูกไผ่ได้ ถึงเวลานั้นคุณจะปลูกไผ่พันธุ์อะไรก็ได้ หากเป็นไผ่อเนกประสงค์ที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้
“ไผ่เป๊าะหวาน” ลำต้นไม่ตรง เป็นไผ่เปลือกบาง มีเส้นผ่านศูนย์กลางลำ 6 นิ้ว สูง 8-10 เมตร ปล้องยาวโดยประมาณ 12 นิ้ว เนื้อไม้บาง ลักษณะใบมีสีเขียวเล็กคล้ายหอก ก้านมีสีเหลือง มักพบกระจายพันธุ์ตามชายแดนไทย-พม่า แถบจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก มีบ้างเป็นบางพื้นที่ เป็นต้นกล้าที่มาจากเมล็ด จึงไม่ต้องห่วงเรื่องไผ่จะแก่และตายขุย อยู่ได้ไม่ต่ำกว่า 70-80 ปี หน่อมีขนาดใหญ่เต็มที่ 2.5-3 กิโลกรัม รสชาติหวาน กรอบ ไม่มีเสี้ยน เนื้อเยอะ นิยมนำมาต้มจืด ผัดหน่อไม้ใส่หมู และใส่ในกระเพาะปลา อร่อยอย่าบอกใคร คุณเฉลิม ยานะวงษ์ เกษตรกรผู้ปลูกไผ่ เจ้าของไร่ ยานะวงษ์ ตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 336 หมู่ที่ 9 ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คุณเฉลิม ได้เริ่มปลูกไผ่มาแล้วกว่า 7 ปี มีอาชีพเดิมคือ ทำไร่ข้าวโพด แต่เนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้งที่นับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงมากขึ้น บวกกับราคาข้าวโพดไม่ดี คนปลูกเยอะ แรงงานหายาก ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน คุณเฉลิมจึงเริ่มหันมาปลูกไผ่เป๊าะ โดยให้เหตุผลที่เลือกปลูกไผ่เป๊าะว่า ไผ่เป๊าะมีราคาดี ราคาซื้อขายกันในสวนกิโลกรัมละ 40 บาท ถ้าขยันหน่อยก็นำไปวางขายตามริมถนนแม่สอด ก็จะได้ราคาถึงกิโลกร
สำหรับพันธุ์ไผ่บง พันธุ์เพชรน้ำผึ้ง ประวัติความเป็นมาของ “ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง” เป็นการพัฒนาพันธุ์ไผ่บงหวานเมืองเลย นำเมล็ดมาเพาะเพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ เป็นต้นที่คัดมาจากต้นที่เพาะเมล็ด เมื่อ ปี 2549 และขุดแยกเหง้าจากต้นแม่มาขยายพันธุ์ ทำให้มีอายุอยู่ได้มากกว่า 50 ปี แน่นอน และลักษณะเหมือนต้นแม่ทุกประการ ลักษณะเด่น คือสามารถทำหน่อนอกฤดูได้ หน่อดก หน่อใหญ่เต็มที่มีน้ำหนัก 300 กรัมขึ้นไป สามารถขุดหน่อได้ตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป มีรสชาติหวาน หอม กรอบ อร่อย และที่สำคัญรับประทานสดๆ ได้ ทำให้สามารถนำไปประกอบเมนูอาหารได้อย่างหลากหลาย เช่น ส้มตำ ยำ สลัด ห่อหมก ผัด ชุบแป้งทอด ต้มจืด ไม่มีสารไซยาไนด์ ปลูกง่าย ดูแลจัดการง่าย ไม่มีโรคและแมลงรบกวน ปัจจุบัน ได้คัดเลือกออกมาหลายเบอร์ ซึ่งมีลักษณะพิเศษแตกต่างกันออกไป เช่น ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง เบอร์ 1, 2, 3, 9 เป็นต้น ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการปลูกไผ่บงหวานคือ สามารถทำได้ในครอบครัว ไม่ต้องจ้างคนงานเยอะ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์-ต้นเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่ทำหน่อไม้นอกฤดู และเป็นช่วงที่มีรายได้ดีมากๆ ในช่วงนี้รายได้ตกอยู่ที่เดือนละแสนกว่าบาท เมื่อหักต้นทุนแล้
คุณคอลีเยาะ ลาเตะ หรือ พี่คอลี เจ้าของสวนไผ่ยิ้ม ออร์แกนิก อยู่ที่หมู่ที่ 4 ตำบลปิยามุมัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์สาวใต้ที่ต้องต่อสู้กับโรคร้าย ชีวิตใกล้หมดหวัง พลิกกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเพราะอาชีพเกษตร ปลูกไผ่กิมซุง สร้างรายได้แบบครบวงจร ทั้งขายลำไผ่ ขายหน่อไม้ และขายน้ำไผ่ สร้างรายได้หมุนเวียนไม่รู้จบ พี่คอลี เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรว่า ก่อนที่จะมาเป็นเกษตรกรปลูกไผ่ ตนเองประกอบอาชีพทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไหล่ยนต์มาก่อน ต่อมาตนเองต้องมาประสบกับปัญหาสุขภาพ เป็นมะเร็งตับอ่อนระยะที่ 3 ซึ่งหมอได้บอกกับตนเองว่าจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกิน 1 เดือน เป็นสาเหตุให้ต้องเลิกทำธุรกิจอะไหล่ยนต์เพื่อกลับมาใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ที่บ้าน แต่พอหลังจากกลับมาอยู่บ้านเป็นระยะเวลาได้เกือบ 2 ปี ตนเองก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ ในขณะที่เงินเก็บเริ่มหดหายเพราะไม่ได้ทำงาน จึงทำให้ตนเองกลับมาฮึดสู้อีกครั้งเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ ด้วยการพยายามมองหาอาชีพใหม่ที่เหมาะกับคนสุขภาพไม่ค่อยดีอย่างตนเอง จนวันหนึ่งได้ไปเปิดเจอวิดีโอที่สอนเกี่ยวกับการทำเกษตร การสร้างอาชีพโดยที่สามารถทำง
ไผ่เลี้ยง เชื่อว่าเป็นไม้นำเข้า เนื่องจากไม่พบตามธรรมชาติในป่าลึก ไผ่เลี้ยงมีลักษณะลำต้นตรง เนื้อหนา จึงเหมาะสำหรับใช้ทำบันได โป๊ะ หลักไม้สำหรับเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ และใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ อีกทั้งหน่ออ่อนก็ใช้บริโภค มีรสชาติดี ไผ่เลี้ยง เป็นไผ่ขนาดกลาง ลำต้นตรง สีเขียวเข้ม ไม่มีหนาม เนื้อลำหนา เส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 3-7 เซนติเมตร สูง 8-12 เมตร หน่อสีเขียวอมเหลือง ไม่มีขนที่กาบใบ ต่างกับไผ่รวกที่มีขนาดใกล้เคียงกัน วิธีขยายพันธุ์ ดีที่สุดคือการแยกเหง้า เริ่มแยกได้เมื่อไผ่มีอายุ 2-3 ปี หากอายุเกิน 3 ปี ต้นที่แยกออกไปจะไม่แข็งแรง คัดเลือกต้นหรือลำที่แข็งแรง ตัดให้สั้นเหลือตอไว้ สูง 50-80 เซนติเมตร บำรุงต่อไปให้ผลิใบ และแตกกิ่งแขนงออกมาใหม่ แล้วใช้เสียมคม และสะอาด ตัดแซะออกชำในถุงเพาะชำ มีแกลบดำ หรือดินขุยไผ่เป็นวัสดุเพาะ ดูแลรักษาให้แข็งแรง เมื่ออายุ 8-12 เดือน นำปลูกลงแปลงได้ แปลงปลูกถ้าเป็นที่นา จำเป็นต้องยกร่องสวน แต่ถ้าหากเป็นที่ดอน ปรับที่แล้วปลูกได้เลย ช่วงปลูกดีที่สุดคือ ต้นฤดูฝน ใช้ระยะปลูก 4×4 เมตร ใน 1 ไร่ ปลูกได้ 100 ต้น หรือ 100 กอ ระยะ 1-2 ปีแรก ที่ว่างระหว่างต้น และระหว่า
