กบ
เยาวชนหรือวัยรุ่นมีการปรับตัวมาทำในสิ่งที่รักและชอบ จนเกิดความชำนาญและต่อยอดสร้างเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ อย่างน้อยก็ช่วยลดรายจ่ายของครอบครัวได้อีกหนึ่งช่องทาง สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจสร้างรายได้ให้กับตัวเองในอนาคตได้ คุณพิภัช ทัศไนยเธียรกุล หรือ คุณเจ อยู่บ้านเลขที่ 48/91 ซอยสายไหม 84/3 เขตสายไหม ถนนสายไหม (ในตลาดวงศกร) กรุงเทพมหานคร ได้ใช้เวลายามว่างจากหลังเลิกเรียน มาเลี้ยงกบสวยงามฮอร์นฟร็อกที่เขาชอบ จากนั้นหมั่นศึกษาการขยายพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวนกบให้มีมากขึ้น เมื่อกบมีปริมาณที่พร้อมทำตลาดได้ จึงเปิดเพจทางเฟซบุ๊กเพื่อตีตลาดออนไลน์ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายทำรายได้ดี กบฮอร์นฟร็อกเป็นกบสวยงามที่มีลักษณะปากกว้าง พร้อมทั้งมีสีสีนที่สวยงามให้ผู้ที่สนใจเลี้ยงได้เลือกได้หลากหลายสี อาทิ สีเหลือง สีเขียว สีส้ม สีช็อกโกแลต เป็นต้น นอกจากการเลี้ยงสวยงามแล้ว กบฮอร์นฟร็อกยังเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงสำหรับผู้ที่เชื่อในเรื่องของฮวงจุ้ย นำมาเลี้ยงเพื่อเสริมบารมีหรือเสริมในเรื่องของธาตุน้ำ ถ้าไม่ต้องการตู้ปลาสวยงามที่มีน้ำจำนวนมาก การเลี้ยงกบสวยงามอย่างกบฮอร์นฟร็อกจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลื
ประเทศไทย นอกจากต้องเจอปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ยังต้องประสบกับวิกฤตเรื่องน้ำ ซึ่งกรมชลประทานได้รายงานสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ว่ายังมีน้ำเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง แม้จะมีปริมาณน้ำฝนที่ตกลงภายในเขื่อนแล้วก็ตาม ทำให้ชาวนาที่เคยทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง คือ นาปี และนาปรัง ต้องหยุดทำนาปรังลงพร้อมทั้งการเกษตรอื่นๆ ด้วย เพื่อให้ปริมาณน้ำมีใช้ถึงฤดูฝนใหม่ที่จะมาถึง เกษตรกรทำนา เช่น คุณเกษร ป้องฉิม อยู่บ้านเลขที่ 65/2 หมู่ที่ 1 ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ต้องเจอกับปัญหานี้เช่นกัน ซึ่งเธอมีอาชีพทำนาเป็นรายได้หลักของครอบครัว ในช่วงที่ไม่ได้ทำนาเช่นนี้ เธอยังมุ่งมั่นหาอาชีพเสริม ด้วยการเลี้ยงกบและเลี้ยงปลาดุก และนำกบที่เลี้ยงมาเพิ่มมูลค่า ด้วยการประกอบอาหารขาย เป็นการสร้างรายได้เป็นอย่างดี คุณเกษร เล่าว่า ครอบครัวของเธอทำนามากกว่า 20 ปี แต่ระยะหลังๆ ราคาข้าวไม่แน่นอนทำให้ต้องเริ่มมองหาอาชีพเสริม เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น “ทำนามานานมาก บางทีรายได้มันไม่เพียงพอ เมื่อประมาณปี 54 ก็เลยลองหากบมาเลี้ยงดู ก็เลยเริ่มเลี
คำว่า “ความจนมันน่ากลัว” คงนำมาใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย จึงทำให้หลายๆ คน ขยันหมั่นเพียรในการทำงานเพื่อเก็บออมเงิน สร้างอนาคตให้กับตนเองหรือส่งต่อความมั่นคงทางสถานะครอบครัวให้กับลูกหลานต่อไป อย่างเช่น เกษตรกรทางการเกษตรก็เช่นเดียวกัน สร้างอาชีพเพื่อให้เกิดรายได้และมีเงินออม มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนโดยที่ไม่ต้องทิ้งบ้านเกิดเพื่อเข้าไปทำงานยังเมืองใหญ่ แต่สามารถทำกินอยู่บนที่ดินของตนเองได้อย่างมีความสุข คุณวันเพ็ญ เริงฮัง อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 6 ตำบลทับกุง อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี เป็นเกษตรกรตัวอย่างที่สู้ชีวิต ด้วยการทำอาชีพทางการเกษตรที่มั่นคงให้กับตนเอง ด้วยการเลี้ยงกบจำหน่าย ทำการเรียนรู้และศึกษาการผสมพันธุ์ต่างๆ จึงทำให้กบที่เธอเลี้ยงสร้างรายได้ และเป็นอาชีพที่มั่นคงให้กับเธอมาจนถึงทุกวันนี้ คุณวันเพ็ญ เล่าว่า สมัยก่อนทำอาชีพรับจ้างทุกอย่าง ไม่ว่าใครจ้างทำอะไรก็ทำหมด ตั้งแต่การเป็นกรรมกรก่อสร้างเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงลูกจำนวน 2 คนให้ได้อยู่สุขสบาย เมื่อเก็บเงินออมได้ก้อนหนึ่งจึงได้ตัดสินใจซื้อรถเพื่อไปออกจำหน่ายหนังสือตามงานต่างๆ ก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยกับการค้าขาย เพราะต้องเดิ
คุณสมพรชัย องอาจ อยู่บ้านเลขที่ 280 หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความสนใจในเรื่องของการประมง เขาจึงหาวิธีเลือกเลี้ยงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่เหมาะกับพื้นที่บ้าน คือ การเลี้ยงกบในกระชังบก ที่มีการใช้น้ำในประมาณที่น้อย แต่สามารถโตจนทำเงินได้มาก ที่เรียกง่ายๆ ว่า เลี้ยงจนมีปริมาณที่ผลิตไม่พอขายกันเลยทีเดียว คุณสมพรชัย เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีทำการเกษตรอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของภรรยา โดยเขาเองก็ได้ไปอยู่ที่นั้นสักระยะหนึ่ง ต่อมาได้ทำกิ่งพันธุ์ไม้ผลจากจังหวัดนครปฐมมาทำตลาดในจังหวัดบึงกาฬ จึงได้ย้ายมาอยู่บ้านเกิดที่นี้ พร้อมทั้งเพาะเลี้ยงกบในกระชังบกเป็นอาชีพไปด้วย เพราะการเลี้ยงกบด้วยวิธีนี้ใช้น้ำในประมาณน้อย และที่สำคัญการเลี้ยงก็ใช้พื้นที่น้อยอีกด้วย “ช่วงที่จะกลับมาอยู่ที่บึงกาฬ ผมมองว่าพื้นที่รอบบ้านผม มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ แต่ถ้าจัดสรรดีๆ ก็น่าจะทำอะไรได้หลายอย่าง ในเรื่องของการประมงผมมองว่าน่าสนใจ เพราะเป็นสิ่งที่คนต้องกินกันทุกวัน ก็เลยอยากที่จะเลี้ยงอะไรสักอย่างที่เข้ากับพื้นที่ของบ้าน จึงตัดสินใจเลี้ยงกบในกระชังบก เพรา
คุณจุฑามาศ เบญจวรรณ อยู่บ้านเลขที่ 1/2 หมู่ที่ 3 ตำบลหัวเขา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เธอมีอาชีพทำนาทำสวน ในแต่ละปีเธอเริ่มมองเห็นปัญหาของเรื่องน้ำ ที่มีปริมาณน้อยลง บวกกับราคาผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว ที่มีราคาขึ้นลงไม่แน่นอน ทำให้เธอมองหาอาชีพเสริมที่สามารถหาเงินได้เร็วขึ้น เธอจึงมองเรื่องการเลี้ยงกบ จากการทดลองในครั้งนั้น ทำให้เธอประสบผลสำเร็จ จนสามารถสร้างรายได้นับหมื่นบาทต่อเดือน คุณจุฑามาศ เล่าว่า ที่บ้านของเธอประกอบอาชีพทำนาทำสวน จากการจำหน่ายผลผลิตบางครั้งไม่เพียงพอ “อาชีพหลักๆ ที่บ้าน ก็ทำนาทำสวน บางครั้งมีขายของทั่วไปด้วย แต่ทำนาทำสวนบางทีราคาผลผลิตมันก็ได้ไม่ค่อยเต็มที่เท่าที่ควร ก็เลยคิดที่จะหาอย่างอื่นมาทำเป็นอาชีพเสริม ก็เลยได้ลองเลี้ยงกบแทน เพราะคิดว่าอย่างน้อย เราไม่ได้ดีตรงนั้น ก็อยากได้ตรงนี้แทน ลองดูเพื่อจะได้ดีอีกด้านหนึ่ง พอปี 2554 ก็เลยเอามาทดลองเลี้ยง” คุณจุฑามาศ เล่าถึงความเป็นมาของการเลี้ยงกบ ในตอนแรกที่ทดลองเลี้ยง เธอบอกว่า ซื้อลูกกบตัวเล็ก มาทดลองเลี้ยงที่บ้าน เพื่อลองผิดลองถูก “ตอนแรกก็หาซื้อมาเลย เอามาเลี้ยง 5,000 ตัว แบ่งกับแม่คนละครึ่ง ตอนนั้
