กรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร.
“น.ส.ศุภมาส” เผย กระทรวง อว.จับมือ สกร.จัดทำแผน 5 ปีผลิต “ครูนวัตกรให้กับชุมชน” โดยมีเป้าหมายให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เดินหน้าผลักดันให้เกิด 30,000 หมู่บ้านนวัตกรรมพร้อมก่อตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หนึ่งศูนย์หนึ่งอำเภอ ให้ได้ 879 อำเภอ เมื่อวันที่ 28 พ.ย. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ติดตามการดําเนินงานของกระทรวง อว.ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2567 ที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ขณะนี้กระทรวง อว.และกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมกันจัดทำแผน 5 ปีในการผลิตครูนวัตกรให้กับชุมชน โดยมีเป้าหมายให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยปีที่ 1 ตั้งเป้าให้ครู สกร. จำนวน 16,000 คน ได้พัฒนาทักษะ(Upskill) ปรับปรุงทักษะ(Reskill ) และเพิ่มทักษะ(Newskill) และปีที่ 2 เราจะสร้างครูนวัตกรให้ได้ จำนวน 15,000 คน ปีที่ 3 ครู นวัตกรจะสามารถนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้ในการพัฒนาหมู่บ้านได้ไม่น้อยกว่า 50,000 เทคโนโลยีหรือนวัตกรรม ซึ่งจะนำไปสู่ปีที่ 4 ที่จะสามารถผลักดันให้เกิดหมู่บ้านนวัตกรร
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 67 ณ ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรห้วยยอด จำกัด อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานเปิดโครงการอบรมประวัติศาสตร์ชาติไทยและบุญคุณพระมหากษัตริย์ไทย โดยมี นายอำเภอห้วยยอด จิตอาสาพระราชทาน โดยมีนักศึกษาจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ (สกร.อำเภอ) ห้วยยอด สิเกา รัษฎา และวังวิเศษ รวม 400 คน เข้าร่วม ด้วยนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567ได้กำหนดแผนการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิตเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ให้กลุ่มคนทุกช่วงวัยพัฒนาศักยภาพ ให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอห้วยอด จึงได้นำนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ด้านการส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ ความรักชาติ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และบรรพบุรุษไทย มีความเข้าใจเรื่องแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยและสถาบันพระมหา
เขตบางแค เป็น 1 ใน 50 เขตของกรุงเทพมหานคร เป็นเขตเกษตรกรรมผสมผสานแหล่งที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย แขวงบางไผ่ แขวงบางแคเหนือ แขวงบางแค และแขวงหลักสอง ปัจจุบันเขตบางแค มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 3 ในกรุงเทพมหานคร วิถีชีวิตคนเมืองกรุงไม่หยุดนิ่ง มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้รูปแบบการทำงานเพื่อการศึกษาของ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้เขตบางแค (สกร.เขตบางแค) ต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทสังคมเมืองกรุง เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้กับประชาชนได้ทั่วถึง ทุกที่ ทุกเวลา สกร.เขตบางแค ในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้กรุงเทพมหานคร (สกร.กรุงเทพมหานคร) ได้ดำเนินโครงการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จัดการศึกษาตลอดชีวิต สำหรับกลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัย จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ทำงานใกล้ชิดกับภาคีเครือข่ายต่างๆ เช่น ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่างๆ เพื่อจัดการศึกษาให้ตรงตามความต้องการของผู้เรียน นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อการพึ่งพาตนเอง และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน โครงการ 1 อำเภอ 1 อาชีพ สกร.เขตบางแค มีภารกิจ
การยกระดับจาก “สำนักงาน กศน.” สู่การเป็น “กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (กสร.)” ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดปทุมธานี (สกร.จังหวัดปทุมธานี) ภายใต้การนำของ นายณัฐพงษ์ ทองหล่อ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดปทุมธานี มุ่งดำเนินงานสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ให้เป็นรูปธรรม เต็มสรรพกำลังความสามารถ เพื่อให้การส่งเสริมการเรียนรู้ การบริหารงาน และการปฏิบัติงาน เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สถานศึกษาในสังกัด สกร.จังหวัดปทุมธานี จำนวน 7 แห่ง ประกอบด้วย ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองปทุมธานี ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอคลองหลวง ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอธัญบุรี ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอลาดหลุมแก้ว ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอลำลูกกา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอสามโคก และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหนองเสือ มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยจัดการเรียนรู้ 3 รูปแบบ คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองและการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยตลอดทุกช่วงวัย แล
จาก พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 นำไปสู่การยกระดับ กศน. ให้เป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อประโยชน์ต่อประชาชน ให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยเข้าถึงการเรียนรู้ได้ตามความพร้อมและศักยภาพ และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 มีหน้าที่จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ 3 รูปแบบ คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ซึ่งการส่งเสริมการเรียนรู้ ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ มุ่งพัฒนาบุคคลให้มีทักษะการเรียนรู้ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิตที่สอดคล้องและเท่าทันพัฒนาการของโลก มีโอกาสพัฒนาหรือเพิ่มพูนทักษะของตนเองให้สูงขึ้นหรือปรับเปลี่ยนทักษะของตนเองตามความถนัดหรือความจำเป็น ผ่านการมีส่วนร่วมของ 3 เสาหลัก ได้แก่ รัฐ เอกชน และท้องถิ่น นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ยังคงเดินหน้านโยบายส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน และกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ตามความสนใจ และความต้องการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนา ส่งเสริมอาชีพ และเพื่อลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ สร้างงาน สร้างอ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยราษฎรพื้นที่สูง เนื่องจากป่าต้นน้ำลำธารถูกบุกรุกทำลาย ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร จึงพระราชทานโครงการพระราชดำริ “โครงการสร้างป่า สร้างรายได้” เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำลําธารที่ถูกทําลายจนเสื่อมโทรมให้คืนสภาพป่าที่สมบูรณ์ มีทั้งไม้ป่าดั้งเดิมของท้องถิ่น ใช้หลักวิชาการกําหนดรูปแบบการปลูกลดหลั่นกันไปตามระดับชั้นเรือนยอด ที่มีสภาพใกล้เคียงป่าธรรมชาติ ในแปลงปลูกไม้ป่ายังส่งเสริมปลูกพืชเกษตร เช่น กาแฟ ชาอัสสัม กล้วย มะคาเดเมีย อะโวกาโด ฯลฯ เพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ขับเคลื่อนโดยหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมป่าไม้ กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร. (ชื่อใหม่ของสำนักงาน กศน.) รวมทั้งภาคธุรกิจเอกชน เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ร่วมสนับสนุนโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างจิตสํานึกให้ราษฎรเป็นผู้รักษาป่า สามารถยังชีพอยู่กับป่าอย่างกลมกลืนแบบมีส่วนร่วม เพื่อรักษาป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์มิให้ถูกทําลาย รวมทั้
