กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
นางนภา จิโรภาส ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดตรัง (สกร.ตรัง) เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมวิชาการ “ส่งเสริมการมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ” (Learn to Earn) เมื่อวันที่ 6 กันยายน ๒๕๖๗ ณ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ตรัง นายธนากร เยาว์ดำ นักวิชาการศึกษา สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดตรังได้ กล่างถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่า มหกรรมวิชาการ “ส่งเสริมการมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ” (Learn to Earn) สืบเนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) ได้ประกาศข้อสั่งการและแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ นำนโยบายด้านการศึกษา “เรียนดี มีความสุข” ไปขับเคลื่อนสู่สถานศึกษาและกรมส่งเสริมการเรียนรู้ นำนโยบายส่งเสริมการมีรายได้ ระหว่างเรียนจบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) ไปขับเคลื่อนโดยจัดอบรมอาชีพเสริมในชุมชนเพื่อเสริมสร้างทักษะใหม่ (New Skill) เพิ่มสมรรถนะ (Up Skill) หรือ ทบทวนทักษะ (Re Skill) ให้แก่ผู้เรียนและประชาชนทั่วไปให้มีความพร้อมในการเข้าสู่อาชีพ จบแล้วมีงานทำแ
“อำเภอหนองเสือ” จังหวัดปทุมธานี เป็นอีกหนึ่งทำเลทองของการปลูกกล้วยหอมเพื่อการส่งออกรายใหญ่ของไทย เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมถึง 12,000 ไร่ กล้วยหอมทองที่ปลูกในพื้นที่แห่งนี้ ได้รับการยกย่องว่ามีคุณภาพดี รสชาติอร่อย ถูกใจผู้บริโภค เพราะปลูกในแหล่งดินเหนียวที่มีแหล่งน้ำชลประทานทั่วถึง มีการดูแลจัดการสวนอย่างเป็นระบบ ทำให้กล้วยหอมที่ปลูกได้สามารถส่งออกไปขายถึงประเทศญี่ปุ่น ปี 2558 เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทองในพื้นที่ตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ ภายใต้การนำของ “คุณ นุกุล นามปราศัย” ได้รวมตัวกันจดทะเบียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกล้วยหอมทองปทุมรัตน์ เพื่อผลิตกล้วยหอมทองพันกว่าไร่ และจำหน่ายผลผลิตเข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ กล้วยหอมทอง จัดอยู่ในกลุ่มผลไม้เพื่อสุขภาพ จึงเป็นสินค้าขายดี ตลาดมีความต้องการขึ้นอย่างต่อเนื่อง กศน.อำเภอหนองเสือ ส่งเสริม เกษตรกรปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ ผลดีของการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกกล้วยหอมทองปทุมรัตน์ ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทอง มีโอกาสสร้างอำนาจในการต่อรองราคากับผู้ซื้อสินค้า รวมทั้งได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้เรื่องของการปลูก การดูแลสวนกล้วยหอมท
ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รายงานว่า ได้เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีและผู้บริหารนโยบายด้านการศึกษาระดับนานาชาติ The Education World Forum (EWF) ซึ่งเป็นการประชุมระดับสูงด้านนโยบายการศึกษาและพัฒนาทักษะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงด้านการศึกษาพื้นฐาน ด้านอุดมศึกษา อาชีวศึกษา แรงงานและด้านการพัฒนาทักษะ กว่า 200 คน รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงอีกกว่า 1,000 คน จาก 150 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม และการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในช่วงสัปดาห์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ของสหราชอาณาจักร The Rt Hon Gillian Keegan MP เป็นประธานเปิดการประชุมนานาชาติ The Education World Forum 2023 นี้ ที่ Queen Elizabeth II Centre กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 8-10 พฤษภาคม 2566 โดยได้กล่าวถึงความสำคัญของการบริหารจัดการการศึกษา การพร้อมรับเทคโนโลยี รวมทั้งโอกาสและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการนี้ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อ
ทุกวันนี้กระแสการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังคงขยายตัวในวงกว้าง ทั้งกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและประเทศไทยที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงประกาศเตือนคนไทยอย่าการ์ดตก เพิ่มความระมัดระวังในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่และน้ำ หรือเจลล้างมือแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยเพื่อความปลอดภัย รวมทั้งกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรค สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร (สำนักงาน กศน. กทม.) จัดกิจกรรมการเรียนรู้ออนไลน์เกี่ยวกับอาหารต้านโควิด (COVID-19) บนหน้าเพจเฟซบุ๊ก (https://www.facebook.com/ksnbkk) โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารที่สามารถป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมผ่านการทำแบบทดสอบ 70% จะได้รับเกียรติบัตรทางอีเมล นอกจากนี้ สำนักงาน กศน. กทม. ยังได้เชิญชวนให้คนไทยหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพ โดยกินอาหารเพื่อสุขภาพ 2 เมนู คือ ไก่ผัดขิง และต้มโคล้งปลากรอบ รวมท
ม.เกริก จัดประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 17 เน้นพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรม ไทย-จีน สู่ความยั่งยืน สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของโลกในยุคปัจจุบัน เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2564ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเกริกวิชาการระดับชาติ ประจำปี 2564 ครั้งที่ 17 เรื่อง “ทิศทางการพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรม ไทย-จีน สู่ความยั่งยืน” ณ มหาวิทยาลัยเกริก โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยเกริก เข้าร่วมในงานดังกล่าว ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การวิจัยและนวัตกรรม มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นนโยบายหลักของ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งทุกมหาวิทยาลัยจะต้องนำนโยบายนี้ไปขยายผลต่อยอดให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยมหาวิทยาลัยเกริกได้จัดประชุมวิชาการระดับชาติมาอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้มุ่งเน้นประเด็นวิชาการและความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญ คือ ทิศทางการพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรมไทย-จีน สู่ความยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง
เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญกับการผลักดันให้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรเป็นพืชเศรษฐกิจ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จึงสนองนโยบายรัฐบาลมุ่งส่งเสริมการปลูก และเผยแพร่คุณประโยชน์ของสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเพื่อให้ประชาชนได้นำไปใช้ดูแลรักษาสุขภาพได้อย่างถูกต้อง ดร. กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มอบหมายให้ กศน. ดำเนินงานแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจรที่ปลูกในโครงการ “ล้านเมล็ดพันธุ์สู้ภัยโควิด-19” ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร นำไปใช้เป็นประโยชน์ทางยา พร้อมกับจัดเก็บกล้าและเมล็ดพันธุ์ จัดส่งไปให้กับ กศน.ทั่วประเทศ เพื่อนำไปปลูกและใช้เป็นยาต่อไป นอกจากนี้ กศน.ยังได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ดำเนินการศึกษาวิจัย ผลดีของการนำสมุนไพรฟ้าทะลายโจรไปใช้ในการรักษาหรือป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งจัดทำคู่มือการใช้ประโยชน์สมุนไพรฟ้าทะลายโจรเผยแพร่แก่ประชาชนทั่วประเทศ รวมทั้งบรรจุหลักสูตรสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเป็นวิชาเลือกเสรี ให้นักศึกษากศน. ทั่วประเทศได้ใช้เรียนรู้ ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก จนถึงการแปรรูปฟ้าทะลายโจร ในลักษณะยาสมุนไพร เ
ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ เน้นย้ำความท้าทายที่มาพร้อมกับความก้าวหน้าทางสังคม โดยมีเทคโนโลยีการสื่อสารเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ ยุค 4.0 จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับความร่วมมือกันในทุกภาคส่วน เพื่อแสวงหาแนวทางรับมือและวางแผนป้องกันผลกระทบอันเกิดการจากการเป็นยุคแห่ง Disruption “สิ่งสำคัญที่สุด เราต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเด็กให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเด็กเอง ภายใต้สิ่งแวดล้อมสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น โดยครูต้องเป็นผู้นำในการจัดกระบวนการเรียนรู้ ในอดีตคุณครูเป็นผู้บ่มเพาะสั่งสอนบอกกล่าว แต่วันนี้เด็กต้องค้นหาองค์ความรู้เองโดยมีครูเป็นผู้จัดการหรือเป็นโค้ช หากเราจัดการกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างครอบคลุม เด็กเรียนรู้ได้ตามศักยภาพและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเขา เด็กสามารถเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกปัจจุบัน สังคมเชิงพื้นที่ ซึ่งก็คือ ภาพรวมของประเทศที่มีอยู่ การเรียนรู้วันนี้สิ่งสำคัญคือ การที่จะต้องจูงใจและเรียนรู้ร่วมกัน ต้องส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในทุกช่วงวัย ภาพการเรียนรู้วันนี้ คุณครูและโรงเรียนต้องปรับตัวเพื่อ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร. กนกวรรณ วิลาวัลย์) ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี มอบนโยบายขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้กับพนักงานราชการครู กศน.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ สำนักงาน กศน. จังหวัดปัตตานี การขับเคลื่อนงาน กศน. ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา (อำเภอเทพา จะนะ นาทวี และสะบ้าย้อย) โดยการขับเคลื่อนของหน่วยงานสังกัด กศน. ได้แก่ สำนักงาน กศน.จังหวัด กศน.อำเภอ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนปัตตานี ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษายะลา นราธิวาส และปัตตานี โดยร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมจัดและขับเคลื่อนกิจกรรม แบบบูรณาการพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ มีบริบทที่แตกต่างจากพื้นที่ในภูมิภาคอื่น การบริหารจัดการศึกษา จึงมีลักษณะพิเศษที่มีความแตกต่างกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้แนวคิดการจัดการศึกษาเพื่อคนทุกคน และทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาประชาชนบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม มุ่งเน้นการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง การจัดการศึกษาต
สสวท. จับมือ “ข้าวตราฉัตร” กับภารกิจดันอัจฉริยะเด็กไทยสู่เวทีโลก ภายใต้โครงการจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี 2562 กว่า 16 ปี ที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ สสวท. เชิญ “ข้าวตราฉัตร” เข้าร่วมภารกิจดันอัจฉริยะเด็กไทยก้าวไกลสู่เวทีโลก ภายใต้การเป็นผู้สนับสนุนหลักผ่านโครงการจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โอลิมปิกระหว่างประเทศ (หรือ โครงการโอลิมปิกวิชาการ) ซึ่งในปี 2562 นี้ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 16 ถือเป็นบริษัทเอกชนเพียงรายเดียวที่ให้การสนับสนุนโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง มุ่งหวังผลักดันเด็กไทย ผู้เปี่ยมความสามารถด้านวิชาการ ก้าวสู่การแข่งขันในเวทีวิชาการระดับโลก นายสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด (ข้าวตราฉัตร) เปิดเผยว่า ข้าวตราฉัตร ขอขอบคุณ สสวท. (หรือ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ตลอดระยะเวลาของการเป็นผู้สนับสนุนหลักโครงการโอลิมปิกวิชาการ 15 ปี ที่ผ่านมา จนปีนี้ก้าวเข้าสู่ปี 16 ซึ่งถือเป็นภารกิจร่วมกันที่เราจะส่งเสริม ผล
