กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
วช. จับมือตำรวจไทย ชู 3 platform ท้าทายไทย เร่งแก้ปัญหากระบวนการยุติธรรม สำหรับเด็กและเยาวชน 4.0 ด้วยวิจัยและนวัตกรรม พบนวัตกรรมเด่น “Program Application พยากรณ์ พฤติกรรมเด็กทำผิดซ้ำ-การตรวจสารเสพติดจากเส้นผม-มาตรฐานห้องสอบสวนเด็กและเยาวชน” วันนี้ (6 มี.ค.) ที่โรงแรมมารวย การ์เด้น กรุงเทพมหานคร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จัดเสวนา การนำผลสำเร็จของการดำเนินงานไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของประเทศ ภายใต้การขับเคลื่อน “โครงการวิจัยท้าทายไทย กลุ่มกระบวนการยุติธรรมรองรับ 4.0” โดยมี 6 เป้าหมาย ที่เป็นประเด็นท้าทาย ในกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน ได้แก่ 1) สร้างความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรม ทั้งในแง่ของการป้องกัน การปราบปราม การแก้ไข ฟื้นฟู และการสอดส่อง ดูแลเมื่อได้รับการปล่อยตัวสู่สังคม 2) เพื่อให้เกิดมิติใหม่แห่งองค์ความรู้และข้อเสนอแนะที่จำเป็นเร่งด่วนต่อการพัฒนากฎหมาย ให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง และลดข้อจำกัดจากเงื่อนไขทางกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ 3) เพื่อผลักดันให้มีการเพิ่มบทบาทของกระบวนการทางนิติวิทยาศา
จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน และ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันพบว่ามีการระบาดไปแล้วกว่า 81 ประเทศทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 9 หมื่นคน ซึ่งมากกว่าร้อยละ 80 เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศจีน และเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2563 องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศให้การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” (Public Health Emergency of International Concern) โดย WHO ได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศไปยังประเทศจีนเพื่อตรวจสอบสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 และ WHO ได้เผยแพร่ “รายงานการสอบสวนโรคระบาดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในจีน” เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2563 ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค COVID-19 กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ Dr.Daniel Kertesz ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย นายแพทย์ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ นายแพทย์ท
คนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดี จำนวนกว่า 20,000 ราย ต่อปี มากที่สุดในโลก โดยส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อายุระหว่าง 40-60 ปี เป็นโรคที่รุนแรงและก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งชนิดนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว. )ซึ่งเป็นหน่วยบริหารทุนวิจัยหลักของประเทศ ได้เห็นความสำคัญของปัญหานี้ โดยขับเคลื่อนโครงการวิจัยขนาดใหญ่ที่มีเป้าหมายชัดเจน เรียกว่า “โครงการวิจัยท้าทายไทย” สนับสนุนทุนโครงการ “ประเทศไทยไร้พยาธิใบไม้ตับ” ให้กับเครือข่ายการวิจัย โดยมีมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นแกนนำ ตั้งเป้าท้าทายให้โรคพยาธิใบไม้ตับหมดไปจากประเทศไทยภายใน 5 ปี ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า “สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยบริหารทุนวิจัยหลักของประเทศ และเป็นหน่วยงานกลางที่ประสานเชื่อมโยงทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกันบนฐานงานวิจัยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม มีโครงการวิจัยท้าทายไท
วช. เปิดบ้าน วช.5G : Change for the Future (ภาคเหนือ)ประกาศกรอบทุนวิจัยและนวัตกรรมพร้อมทุนพัฒนาบุคลากรการวิจัยของประเทศ เน้นประเด็นสำคัญของประเทศ ตามที่ รัฐบาลได้มีการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อเป็นกลไกการบูรณาการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้ตรงกับความต้องการและเป็นไปในในทิศทางเดียวกัน และได้จัดตั้ง “กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” ขึ้น โดย วช. ได้รับมอบหมายให้เป็น Funding Agency หลักของประเทศ ทำหน้าที่ในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมแก่หน่วยงานในระบบวิจัยและสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งได้แก่ นักวิจัย หน่วยงานและองค์การมหาชนทั้งภายในและภายนอกกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา ครอบคลุมทั้งการวิจัยพื้นฐาน วิจัยประยุกต์ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ รวมทั้งสหสาขาวิชาการ ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจแก่หน่วยงานในส่วนภูมิภาค วช. จึงได้จัดงาน OPEN HOUSE “เปิดบ้าน วช. 5G : Change for the future” (ภาคเหนือ) วันอังคารที่ 3 กันยายน 2562 ณ ห้องประชุมวังจันทน์ คอนเวนชั่น โรงแรมวังจันทน์ ริเวอร์วิว อำเภอเมือง จังหวัด
