กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (ศปป.1 กอ.รมน.)
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จัดพิธีส่งมอบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและยกระดับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดย พล.ท.อุดม โกษากุล ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน. และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ประธานกล่าวเปิดงานพิธีส่งมอบนวัตกรรมให้แก่พื้นที่ ตำบลเหล่าหมี จังหวัดมุกดาหาร และ ศ.ดร.ทศวรรษ สีตะวัน หัวหน้าโครงการวิจัย นายวลัยพรรณ น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และ นายทักษิณ สุวรรณไตรย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสยามกลการ 4 ให้การต้อนรับ โดยมีหัวหน้ากลุ่มตัวแทนวิสาหกิจทั้ง 8 กลุ่ม พร้อมด้วยสื่อมวลชน ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนสยามกลการ 4 ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร กิจกรรมดังกล่าวเป็นผลสำเร็จของการดำเนินงานในโครงการวิจัย เรื่อง “การแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อการเกษตรที่เหมาะสมของชุมชนสังคมจังหวัดมุกดาหารด้วยนวัตกรรม” ซึ่งมี ศ.ดร.ทศวรรษ สีตะวัน สาขาวิชาฟิ
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งกลุ่มมวลชน ปราชญ์เพื่อความมั่นคงและภาคประชาชน โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างอาชีพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม อันสอดคล้องตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เม่ื่อ วันที่30 มีนาคม 2564 ณ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท จังหวัดนครนายก พลเอกวรเกียรติ รัตนานนท์ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสริมสร้างปราชญ์เพื่อความมั่นคงและเครือข่ายภาคจังหวัดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเยี่ยมชมผลงานผลิตภัณฑ์การเกษตร จากเครือข่ายภาคประชาชนในหลายจังหวัด กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคความมั่นคง และภาคการวิจัย ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ปราชญ์เพื่อความมั่นคง และเครือข่ายภาคจังหวัด ซึ่งเป็นฐานสำคัญของประเทศในการร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงการเสริมสร้างความรู
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มมวลชน ปราชญ์เพื่อความมั่นคงและภาคประชาชนทั่วประเทศ โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างอาชีพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยนวัตกรรมงานวิจัย เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2563 กอ.รมน.และ วช. ร่วมจัดกิจกรรม Kick-off เปิดตัว “โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งกลุ่มมวลชน โดยการยกระดับศักยภาพความเข้มแข็งของชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 3 ณ อาคารอเนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพราน อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง กิจกรรมครั้งนี้ดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ : ชุมชนเข้มแข็งด้วยวิจัยและนวัตกรรม ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน พันเอก ณัฐพงศ์ วานิกร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใต้จังหวัดอ่างทองให้เกียรติกล่าวต้อนรับ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทั้งนี้ ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)ร่วมเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มมวลชน ปราชญ์เพื่อความมั่นคงและภาคประชาชนทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างอาชีพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม กอ.รมน.และ วช.ร่วมจัดกิจกรรม Kick-off เปิดตัว “โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งกลุ่มมวลชน โดยการยกระดับศักยภาพความเข้มแข็งของชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 2 ในวันที่ 5 มีนาคม 2563 ณ ศาลาการเปรียญ วัดมาบแฟบ ตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ : ชุมชนเข้มแข็งด้วยวิจัยและนวัตกรรม ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรให้เกียรติกล่าวต้อนรับ โดยศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในการเปิดกิจกรรม Kick-off ครั้งที่ 2 ร่วมกับ พลตรีก
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ พร้อมเร่งแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก ด้วยนวัตกรรมงานวิจัย โดยติดตั้งเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก ระบบเซ็นเซอร์ DustBoy ในหน่วยงานด้านความมั่นคงในระดับภาคและระดับจังหวัด เพื่อร่วมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” โดย กอ.รมน. วช. และ มช. จัดพิธีมอบเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (DustBoy) พร้อมบรรยายการติดตั้งและใช้งานเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (DustBoy) ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงพิเศษ ประจำปีงบประมาณ 2563 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงแรมนนทบุรี พาเลซ จังหวัดนนทบุรี ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมงานประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงพิเศษ ประจำปีงบประมาณ 2563 โดยมี พลโทเรืองสิทธิ์ มิต
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ร่วมเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มมวลชน ปราชญ์เพื่อความมั่นคงและภาคประชาชนทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างอาชีพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม โดยกอ.รมน.และวช.ร่วมจัดกิจกรรม Kick-off เปิดตัว”โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งกลุ่มมวลชน โดยการยกระดับศักยภาพความเข้มแข็งของชุมชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 1” เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ศูนย์เรียนรู้วิสาหกิจชุมชนบ้านหนองบัวดง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน ในการนี้ ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในการเปิดกิจกรรม Kick-off ร่วมกับ พลตรีกฤษณะ วัชรเทศ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฎิบัติที่ 1 กอ.รมน. โดยมี นายสมชัย คล้ายทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ พร้อมผู้
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในบทบาทการขับเคลื่อนผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยในมิติด้านความมั่นคง ได้ตอบสนองนโยบายรัฐ ในการบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายการวิจัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้สามารถผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เอง ที่ผ่านมา วช. ได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง โดยถือเป็นนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วน วช. จึงได้ให้การสนับสนุนกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) พัฒนาและผลิตเสื้อเกราะกันกระสุนน้ำหนักเบาระดับ NIJ III ภายใต้แผนงานวิจัยตอบสนองต่อนโยบาย/เป้าหมายรัฐบาล กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งมีความร่วมมือกับ วช. ในการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ : ชุมชนเข้มแข็ง ด้วยวิจัยและนวัตกรรม ผ่านกลไกการดำเนินงานของศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1- 5 (ศปป.1 – 5) นับเป็นความร่วมมือสำคัญในการบูรณาการขับเคลื่อนงานวิจัยและน
เมืองไทย นับเป็นสวรรค์สำหรับคนรักผลไม้ เพราะมีผลไม้เมืองร้อนและเมืองหนาวนานาชนิดให้เลือกรับประทานตลอดทั้งปี หลายคนรู้ดีว่า ช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม ของทุกปี จะมีผลไม้เข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ทั้งลำไยสดหวานอร่อยจากภาคเหนือ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง จากภาคใต้ให้เลือกซื้อหากันอย่างจุใจ ในแต่ละปี มักมีผลไม้เข้าตลาดเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและมีราคาตกต่ำ เกษตรกรชาวสวนผลไม้จำเป็นต้องขายผลผลิตในราคาถูก ให้มีรายได้หมุนเวียนเพื่อความอยู่รอด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร รัฐบาลต้องทุ่มงบประมาณก้อนโต เพื่อดำเนินมาตรการต่างๆ แก้ไขปัญหาผลไม้ล้นตลาด เช่น ส่งเสริมการแปรรูปผลไม้ เร่งกระจายสินค้าออกจากแหล่งผลิตไปยังผู้ซื้อทั่วประเทศและตลาดส่งออก ฯลฯ วช. หนุนแปรรูปผลไม้ สร้างมูลค่าเพิ่ม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เล็งเห็นปัญหาผลไม้ล้นตลาดที่เกิดซ้ำซากเป็นประจำทุกปี จึงสนับสนุนทุนวิจัยให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. บุศราภรณ์ มหาโยธี ภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ศึกษาวิจัยแนวทางสร้างมูลค่าเพิ่มผลไม
ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2562 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ในหัวข้อ “ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน เดินหน้าอย่างไร? จึงจะถูกใจประชาชน” พบว่า ในภาวะข้าวยากหมากแพง ประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาปากท้อง-ความยากจน เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ไม่สอดคล้องกับตัวเลขรายได้ แถมเจอภาวะสินค้าเกษตรล้นตลาด ราคาตกต่ำ ทําให้เกษตรกรประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก คืนความสุขให้คนไทย ปัญหาปากท้องและความสุขของคนไทย เกี่ยวพันกับความมั่นคงของประเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในฐานะหน่วยงานหลักที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลในการทำหน้าที่ป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงเพื่อประโยชน์ของประชาชนและความมั่นคงของรัฐ จึงได้ร่วมมือกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) “คืนความสุขให้คนไทย” โดยร่วมกันนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ขยายผลเสริมฐานชีวิต สร้างอาชีพ ให้คนไทยไร้หนี้ มีกินมีใช้ มีสินค้าผลิตออกขายตลอดทั้งปี ซึ่งนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศชาติ พลเอกธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่
กอ.รมน. จับมือ วช.เซ็นเอ็มโอยูเพื่อร่วมกันใช้ประโยชน์นวัตกรรมงานวิจัย ไปขยายผล พัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมชุมชนทั่วประเทศ ให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อร่วมพลังพัฒนาชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งตามนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ กอ.รมน. และ วช. มีเป้าหมายร่วมกันที่จะบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่นำองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปขยายผล ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และชุมชน เพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหา พัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ศาสตราจารย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีหน้าที่ในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรม การจัดทำฐานข้อมูลและด
