กะทิ
กระทรวงพาณิชย์เผยมะพร้าวผลแก่และกะทิสดราคาปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากผลผลิตในปี 2567 น้อยกว่าความต้องการใช้ จากภาวะฝนแล้งต่อเนื่อง รวมทั้งโรคแมลงศัตรูมะพร้าวระบาด ย้ำกรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจะติดตามสถานการณ์ราคาใกล้ชิด ไม่ให้มีการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนผู้บริโภค วันที่ 18 ตุลาคม 2567 นายวิทยากร มณีเนตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรณีข่าวปัญหามะพร้าวผลแก่และกะทิสดในจังหวัดตรังมีราคาแพง ส่งผลกระทบต่อราคาอาหารและขนมหวานหลายชนิดที่ใช้กะทิเป็นวัตถุดิบที่สำคัญ กรมการค้าภายในได้เข้าไปติดตามสถานการณ์ราคามะพร้าวผลแก่และกะทิสดอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนผู้บริโภค พร้อมทั้งให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ โดยส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจสุ่มตรวจสอบร้านค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสถานการณ์มะพร้าวผลแก่และกะทิสดพบว่า มะพร้าวผลแก่เป็นสินค้าที่ออกสู่ตลาดตลอดทั้งปี โดยช่วงออกมาก (เมษายน-กรกฎาคม) ราคาที่เกษตรกรขายได้จะเคลื่อนไหวอยู่ในเกณฑ์ต่ำ อยู่ที่เฉลี่ย 5-9 บาทต่อผล และช่วงออกน้อย (สิงหาคม-มีนาคม) ร
มะพร้าวทับสะแก เป็นมะพร้าวที่นิยมเอามาใช้ทำกะทิแกงมาก เพราะว่ามีขนาดของผลใหญ่ให้เนื้อที่เยอะกว่ามะพร้าวทั่วไป เลยทำให้มะพร้าวทับสะแกเป็นที่นิยมปลูกกันแพร่หลาย ใครเดินทางลงภาคใต้ เมื่อออกจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ สองข้างทางเต็มไปด้วยแปลงปลูกมะพร้าวต้นสูงๆ ถึงแม้จะเผลอหลับไป ตื่นขึ้นมาก็ยังเห็นต้นมะพร้าวอยู่ เรื่อยไปจนเข้าสู่พื้นที่จังหวัดชุมพร มะพร้าวทับสะแก มีชื่อเสียงมานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ จึงมีงานเกี่ยวข้องกับมะพร้าวมากมาย นอกจากมีการซื้อขายผลมะพร้าวแล้ว ยังมีงานแปรรูปมะพร้าวเป็นน้ำมัน งานแปรรูปเส้นใย ขุยมะพร้าว กาบมะพร้าวสับ ตลอดจนไม้แปรรูปมะพร้าวสำหรับงานก่อสร้าง คุณกรวสา ชามภูวราช อยู่บ้านเลขที่ 1/22 หมู่ที่ 4 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นคนที่โตมาพร้อมกับสวน จากนั้นย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ เพื่อทำงานบริษัทและเลี้ยงลูก จนส่งลูกเรียนจบ ก็กลับมาทำสวนที่บ้านต่อ เธอบอกว่า ที่จริงแล้วแต่เดิมที่บ้านทำสวนกล้วยไข่มาก่อน หลังจากนั้นก็มาปลูกสับปะรดเป็นเจ้าแรกๆ ของทับสะแก เดิมทำอยู่ประมาณกว่า 100 ไร่ พอหลังจากปลูกกล้วยไข่ ปลูกสับประรด ก็นำมะพร้าวมาปลูกตาม
จากเส้นทางธุรกิจค้าขายส่งมะพร้าว ของครอบครัวเทพผดุงพร ที่ยาวนานมาถึงครึ่งศตวรรษถือเป็นรากฐานที่มั่นคง ก่อนจะมาขยายแนวรุกเพื่อผลิตสินค้าแปรรูปจากมะพร้าวแบรนด์กะทิสำเร็จรูป “ชาวเกาะ” พร้อมกับแตกไลน์ชูความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มด้วยระบบจัดการและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยการออกผลิตภัณฑ์สินค้าในกลุ่มน้ำพริกและผลไม้กระป๋อง สร้างความหลากหลายเพื่อเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ คุณเกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด กล่าวว่า ความนิยมบริโภคมะพร้าวและผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากมะพร้าวได้รับความสนใจมากขึ้นเป็นทวีคูณ ทั้งนี้ มาจากเหตุผล 3 ประการ อย่างแรกที่เริ่มต้นมาจากนโยบายเชิงรุกของภาครัฐที่มุ่งสร้างแบรนด์อาหารไทย ในชื่อ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ส่งผลให้เกิดร้านอาหารไทยในต่างประเทศมากมาย ขณะเดียวกัน ทางภาคราชการได้มีการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น ทำให้บรรดานักท่องเที่ยวต่างได้มีโอกาสชิมอาหารไทย โดยเฉพาะเมนูอาหารที่ส่วนผสมของกะทิจนเกิดความชอบแล้วติดใจรสชาติ ครั้นเมื่อเดินทางกลับประเทศตัวเองก็ได้ไปเสาะหาอาหารไทยตามร้านในแ
แทบจะทุกเมนูของ “อาหารไทย” พลาดไม่ได้ที่จะมี กะทิ เป็นส่วนประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นแกงเขียวหวาน แกงคั่ว พะแนง ต้มข่า หรือหลนต่างๆ ซึ่งพ่อครัวแม่ครัวยุคใหม่หลายคน เลือกใช้ กะทิกล่อง ในการทำอาหารตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ล่าสุด กะทิ 100% อัมพวา จึงได้เชิญ “เชฟพิม” เรวดี เย็นชูติตต์ จากครัวบ้านพิม เว็บไซต์รวมสูตรอาหารและเคล็ดลับในการทำอาหารเมนูต่างๆ ที่หลงใหลในการทำเมนูอาหารไทย มาแนะนำอาหารจากเมนูกะทิไทย เชฟพิมเผยว่า ความหอม หวาน มันอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นเสน่ห์ของกะทิ และเป็นเอกลักษณ์คู่ครัวไทยแต่โบราณเป็นวัตถุดิบหลักในการรังสรรค์เมนู ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวอย่างเมนูมัสมั่น แกงเขียวหวาน ห่อหมก พะแนง ฉู่ฉี่ หรือขนมหวานอย่างข้าวเหนียวมูน กล้วยบวชชี วุ้นกะทิ ทับทิมกรอบ ล้วนมีกะทิเป็นส่วนประกอบสำคัญ ทำให้อาหารจานเด็ดมีรสชาติหวานมัน กลมกล่อม และหอมอร่อยยิ่งขึ้น ทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง จึงทำให้คนไทยชื่นชอบอาหารที่ทำจากกะทิกันมาช้านาน และในปัจจุบันยังมีการนำมาใช้กับเมนูที่หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบในการทำต้มยำน้ำข้น ใช้ทดแทนนมหรือครีมเทียมในการชงชาหรือกาแฟ เป็นต้น พร้อมกันนี้ เชฟพิมยังเป
