กัญชาและกัญชง
ตามที่ทุกคนกังวลถึงโอกาสการเสพติดกัญชาอันเนื่องมาจากสารทีเอชซีที่มีอยู่ในปริมาณที่สูงก่อให้เกิดการแสวงหานวัตกรรมใหม่เพื่อแก้ปัญหาข้างต้น โดยเป็นการเตรียมยาใหม่จากกัญชาที่มีกระบวนการเปลี่ยนสารเสพติดทีเอชซีให้เป็นสารที่ไม่เสพติด นวัตกรรมใหม่ดังกล่าวเป็นร่วมมือของ บริษัท ซาลัส จำกัด และ บริษัท โมดิฟายด์ เอพีไอ จำกัด ในการดำเนินงานนั้น บริษัท ซาลัส จำกัดซึ่งเป็นบริษัทที่มีเทคโนโลยีการสกัดสารสำคัญมาตรฐานสูงระดับโลกและเป็นโรงงานแห่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถสกัดสารสำคัญจากกัญชาและกัญชงให้มีความบริสุทธิ์สูงมากกว่าร้อยละ 99.99 เหมาะที่จะใช้เป็นยา มีกระบวนการแยกสารซีบีดีออกจากสารทีเอชซีที่มีประสิทธิภาพภาพสูง ภายใต้ความร่วมมือกับ บริษัท โมดิฟายด์ เอพีไอ จำกัด สารทีเอชซีที่แยกได้ที่โรงงานของบริษัท ซาลัส จำกัด มีปริมาณที่มากพอเพื่อป้อนเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตยาใหม่ที่มีการนำเทคโนโลยีทางเคมีสังเคราะห์และเภสัชกรรมมาเปลี่ยนสารทีเอชซีให้เป็นสารซีบีเอ็นและสารอนุพันธ์อื่นๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดการเสพติด มีความปลอดภัยสูงเทียบเคียงกับสารซีบีดีที่วงการแพทย์ยอมรับในวงกว้างเพื่อใช้เป็นยา คุณสิทธิรุจน์ เสถียรจารุพ
หลังจากกระทรวงสาธารณสุข ได้ปลดล็อกส่วนใบ ราก ลำต้น ของกัญชาออกจากรายการยาเสพติด เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 โดยมีเจตนารมย์ให้ประชาชนใช้เพื่อการดูแลสุขภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในชุมชนนั้นๆ ทำให้โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้เริ่มพัฒนารูปแบบธุรกิจอาหารที่มีส่วนผสมของใบกัญชา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอาหารไทยซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วโลก ในคุณค่าด้านวัฒนธรรมและสุขภาพ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ศึกษาค้นคว้าความรู้ดั้งเดิม และการวิจัยสมัยใหม่ของการใช้กัญชา ทำให้พบว่า บรรพบุรุษไทยมีความเฉลียวฉลาดในการเลือกใช้พืชพรรณเพื่อดูแลสุขภาพ เพราะความรู้ของบรรพบุรุษช่างสอดคล้องกับการวิจัยสมัยใหม่ จึงนำมาสู่โครงการ “มาชิมกัญ” ทำให้เกิดกระแสบริโภคกัญชาฟีเวอร์ เป็นที่สนใจของคนไทยทั่วประเทศและต่างชาติจำนวนมาก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ดำเนินการติดตามความปลอดภัยในการรับประทานอาหารที่ปรุงจากกัญชาด้วยเพื่อให้มีข้อมูลอย่างรอบด้าน สนับสนุนให้เกิดรูปแบบธุรกิจอย่างยั่งยืน ทำให้ตำรับเมนูกัญชามีความปลอดภัยดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ยังได้ถ่ายทอดชุดความรู้และประสบการณ์ที่ได้ศึกษาค
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร พัฒนานวัตกรรม ศึกษาวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีการใช้พืชสมุนไพรไทยในทางการแพทย์ อุตสาหกรรมทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชน “กัญชาและกัญชง” จัดเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีทั้งโทษและประโยชน์ ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ภายใต้การกำกับของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม พบว่าประชาชนยังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องในการนำกัญชาและกัญชงมาใช้ประโยชน์ จากนโยบายดังกล่าว นำไปสู่การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อนำความรู้ “กัญชาและกัญชง” ไปใช้จัดการเรียนการสอน ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กับ กระทรวงสาธารณสุข โดยมี ดร. กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานในพิธี เพื่อส่งเสริมสนับสนุนดำเนินการพัฒนาคุณภาพวิชาการ การวิจัย การพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน “กัญชาและกัญชง” ให้กับนักศึกษาและประชาชน ทั้งนี้ สำนักงาน กศน. มอบหมายให้สำนักงาน กศน.กทม. ร่วมกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรฯ จัดทำหลักสูตรรายวิ
