การจัดการขยะ
ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick off ชมรม “วว. ไลก์ (ไร้) ขยะ” ภายใต้การดำเนิน โครงการพัฒนาองค์กรต้นแบบบริหารจัดการขยะลดโลกร้อน Sustainable Park วว. ประจำปี 2567 ในวันที่ 15 มีนาคม 2567 ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้น 5 อาคาร Admin วว. เทคโนธานี โดยมุ่งเน้นให้ วว. เป็นต้นแบบการจัดการขยะชุมชนครบวงจรสำหรับการศึกษาดูงานของหน่วยงานอื่นๆ และเป็นการต่อยอดผลสำเร็จจากโครงการตาลเดี่ยวโมเดล จังหวัดสระบุรี ซึ่ง วว. นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดการขยะสู่พลังงานและสร้างรายได้เพื่อความยั่งยืนของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม “…กิจกรรมในวันนี้มุ่งหวังให้ วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี เป็นต้นแบบการจัดการขยะให้กับหน่วยงานอื่นๆ ได้มาศึกษาดูงาน เพื่อเป็นแนวทางนำเทคโนโลยีการจัดการขยะที่เหมาะสมของ วว. ไปปรับใช้ในการบริหารจัดการขยะในพื้นที่ให้ยั่งยืน เป็น Sustainable ที่เป็นต้นแบบของประเทศ ซึ่ง วว. ประสบผลสำเร็จมาแล้วจากการขับเคลื่อนตาลเดี่ยว
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตระหนักถึงปัญหาขยะกองโตบนพื้นที่เกาะท่องเที่ยว เร่งช่วยผลักดันผลงานวิจัยการเพิ่มศักยภาพการจัดการขยะในพื้นที่เกาะท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยค้นพบเทคโนโลยี Mechanical and Biological Treatment (MBT) ที่สามารถลดปริมาณขยะให้ลดลงและยังเกิดผลพลอยได้กลายเป็นเชื้อเพลิงขยะและปุ๋ยอินทรีย์ เผยช่วยกันเผยแพร่สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน และภาครัฐต่อการใช้เทคโนโลยีการจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่ท่องเที่ยวด้วยกัน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาขยะที่เกิดตามแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะต่าง ๆ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ และสิ่งแวดล้อมของการเป็นต้นตอก่อให้เกิดการปล่อยน้ำเสียลงทะเล ทำให้เกิดการทำลายระบบนิเวศน์กระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล รวมไปถึงผลกระทบเรื่องมลพิษทางอากาศ จากการเผาทำลายเพื่อขจัดขยะให้หมดสิ้นไป วช. จึงเห็นคุณค่าต่อผลงานวิจัยของ ดร.พรรษา ลิบลับ แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในเรื่อง “การเพิ่มศักยภาพการจัดการขยะในพื้นที่เกาะท่องเที่ยวอย
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของจังหวัดน่าน มีการใช้พื้นที่ทางการเกษตรที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการบุกรุกพื้นที่ป่า เนื่องจากไม่มีอาชีพทางเลือก ทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ป่าถูกทำลาย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) (สวพส.) โดยมุ่งเน้นให้มีกิจกรรมการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในลักษณะการให้ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้อง ทำงานเชิงรุกอย่างบูรณาการ ส่งผลให้ชุมชนบ้านศรีบุญเรือง ภายใต้การดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่สูงโครงการหลวงโป่งคำ ตำบลพงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน ได้รับรางวัลชนะเลิศชุมชนปลอดขยะ (Zero waste) ก้าวสู่การเป็นชุมชนต้นแบบเรื่องการบริหารจัดการชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องการบริหารจัดการขยะในชุมชน เพราะมีแผนการจัดการขยะที่ชัดเจน จนกระทั่งชุมชนได้รับการยอมรับจากหน่วยงานต่างๆ เป็นพื้นที่ปลอดขยะภายในปี 2565 นายชวลิต สุทธเขตต์ หัวหน้าสำนักงานโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงจังหวัดน่าน กล่าวว่า ผลลัพธ์แห่งความสำเร็จ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงโป่งคำ ของชุมชนบ้านศรีบุญเรือง ยึดแผนชุมชนเป็นหลักในการพัฒนา ดัง
วันนี้ (27 มกราคม 2565) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะสื่อมวลชน เยี่ยมชม “โครงการศึกษาแนวทางการนำเชื้อเพลิงขยะ (RDF) จากมูลฝอยชุมชนมาใช้ประโยชน์ในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs)” ของ ผศ.ดร.พรรษา ลิบลับ แห่งสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราชแสงสุวรรณ พ็อตเทอร์รี่ ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ผู้ผลิตเครื่องปั้นดินเผา/เซรามิก เพื่อเป็นทางเลือกเสริมในการใช้เชื้อเพลิงขยะร่วมกับเชื้อเพลิงชีวมวลเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผศ.ดร.พรรษา ลิบลับ หัวหน้าโครงการ เล่าว่า ในปัจจุบันได้มีการสนับสนุนให้มีการคัดแยกขยะ เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการจัดการขยะที่ปลายทางที่ต้องการนำมาเป็นเชื้อเพลิง (Refuse-derived Fuel, RDF) อย่างไรก็ตาม เชื้อเพลิงขยะ RDF ที่ได้ก็ยังประสบปัญหาเรื่องการนำไปใช้ประโยชน์ เนื่องจากการส่งไปโรงงานปูนซีเมนต์ หรือโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งมีอยู่จำกัด เพียงไม่กี่สิบแห่งในประเทศ ทำให้การขนส่งมีค่าใช้จ่ายสูงและไม่คุ้มค่า ขยะ RDF ที่มีกระจาย
SCG ส่งภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ “Trashless Society” ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมไฟท์ปัญหาขยะ ตามหลัก Circular Economy “ยุคเราต้องไม่มีสิ่งไหนถูกเรียกว่าขยะ” เสียงสะท้อนจากคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญกับปัญหาขยะที่เพิ่มขึ้นมหาศาล จากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและวิถีชีวิตในโลกยุค New Normal ที่ทำให้เกิดการ “ใช้อย่างไม่คุ้มค่า” และ “ทิ้งอย่างไม่เห็นค่า” มากขึ้นทุกวัน ซึ่งเป็นภัยที่อาจยังมองไม่เห็น แต่กำลังจะย้อนกลับมาทำร้ายทั้งตัวเขา สังคม และโลกที่เขาแคร์ แม้ขยะจะเป็นปัญหาสะสมมานาน แต่หากไม่มีใครลุกขึ้นมาเริ่มแก้ไขก็อาจไม่เหลือทรัพยากรพอใช้ในวันข้างหน้า หนึ่งในกลไกที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ก็คือหลัก “เศรษฐกิจหมุนเวียน” หรือ Circular Economy ที่ส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกคน ปรับเปลี่ยนมุมมองและลงมือทำ เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ต่อโลกที่แต่ละคนแคร์ได้ เอสซีจี จึงจัดทำแคมเปญรณรงค์ภายใต้ธีม #TrashlessSociety เชิญชวนคนรุ่นใหม่ ที่เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของสังคม มาร่วมกันสร้าง “สังคมที่ไม่มีคำว่าขยะ” แค่เปลี่ยนมุมมอง ไม่ตัดสินของที่ยังมีค
