การจัดการน้ำ
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “Forecasting for risk – informed decision making and policy” ซึ่งการประชุมในครั้งนี้มีเป้าหมายสร้างความร่วมมือในการบูรณาการบริหารจัดการน้ำระหว่างหน่วยงานระดับภูมิภาคและภายในประเทศ เพื่อรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) รวมถึงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำและภัยพิบัติอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ปัจจุบันสภาพอากาศของประเทศไทยยังอยู่ในสภาวะลานีญา และมีแนวโน้มจะเข้าสู่สภาวะเอลนีโญในช่วงต้นเดือน พ.ค. 69 และต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือน ก.ค. 70 ทำให้การบริหารจัดการน้ำของประเทศจะต้องวางแผนอย่างรัดกุม เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอในทุกกิจกรรมตลอดช่วงฤดูแล้ง ควบคู่ไปกับการประเมินความเสี่ยงจากภาวะฝนทิ้งช่วงในฤดูฝนด้วย ดังนั้น สทนช. จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับบริหารจัดการน้ำตามแผน ควบคู่กับการประเมินความเสี่ยงจ
กรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุวิภา ที่เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามและลาว ได้สลายตัวเป็นย่อมความกดอากาศต่ำ พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงตอนบนของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ลำน้ำสาขาบริเวณริมแม่น้ำโขง ในจังหวัดสกลนครและนครพนม กรมชลประทาน ได้เข้าติดตั้งเครื่องจักรเครื่องมือ อาทิ เครื่องผลักดันน้ำจำนวน 30 เครื่อง บริเวณประตูระบายน้ำ(ปตร.) น้ำอูน อ.ศรีสงคราม , ปตร.หนองบัว อ.นาหว้า , สะพานมิตรภาพน้ำอูน อ.ศรีสงคราม และสะพานบ้านตาล อ.นาหว้า เพื่อเร่งระบายน้ำจากลำน้ำอูน ลงสู่แม่น้ำสงคราม และลงสู่แม่น้ำโขงตามลำดับ ในขณะเดียวกันที่ลำน้ำก่ำ ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำบริเวณปตร.หนองบึง อ.โพนนาแก้ว และปตร.นาขาม อ.นาแก รวมจำนวน 10 เครื่อง นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 5 เครื่อง และรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อีกจำนวน 6 เครื่อง รวมเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 11 เครื่อง เร่งสูบระบายน้ำจากลำน้ำก่ำลงสู่แม่น้ำโขงโดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ยัง
บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จครบรอบ10 ปี โครงการ “เนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ” ในพื้นที่คลองขนมจีน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งแบรนด์เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ได้มุ่งมั่นในการดำเนินโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวทางการฟื้นฟูแหล่งน้ำที่ยั่งยืนอย่างครบวงจร 3 ด้าน ได้แก่ เรียนรู้ ปกป้อง ฟื้นฟู จนทำให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจด้วยการคืนปริมาณและคุณภาพน้ำกลับสู่ชุมชนตามเป้าหมาย พร้อมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนคลองขนมจีน ล่าสุด สามารถยกระดับโครงการเป็นพื้นที่นำร่องระดับประเทศ สำหรับการดำเนินงานอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective area-based Conservation Measures: OECMs) สำหรับพื้นที่บนบกและแหล่งน้ำบนบกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นายไชยงค์ สกุลบริรักษ์ ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจน้ำดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา “โครงการเนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ” จากแบรนด์เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่ในการสร้างคุณค่าและการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมไทย โ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มุ่งเน้นบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล และใช้น้ำตลอดกระบวนการผลิตด้วยความรับผิดชอบ ลดการสูญเสียน้ำ และลดพึ่งพาการใช้น้ำจากแหล่งน้ำภายนอก ยึดหลัก 3Rs คือ ลดการใช้น้ำ (Reduce) นำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) โชว์ผลสำเร็จลงทุนเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการน้ำ ทำให้ ปี 2565 สามารถเพิ่มปริมาณการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่และนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ สนับสนุนการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน นางกอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้น้ำตลอดกระบวนการผลิตอย่างรับผิดชอบ โดยได้กำหนดนโยบายบริหารจัดการน้ำมุ่งเน้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งการใช้น้ำภายในองค์กรและลดการพึ่งพาแหล่งน้ำภายนอก ยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)และหลัก 3 Rs คือ ลดการใช้น้ำ (Reduce) นำน้ำกลับมาใช้ใหม่โดยผ่านการบำบัด (Recycle) และนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำโดยไม่ผ่านการบำบัด (Reuse) ทำให้ผลการดำเนินงาน ปี 2565 ในกิจการประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา อินเดีย ฟิลิปปินส
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนทุนวิจัยโครงการ “การจัดการน้ำด้านการเกษตรจากแหล่งน้ำใต้ดินด้วยเทคนิคการสำรวจประสิทธิภาพสูงเพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิตมะม่วงทับทิมทอง บริเวณศูนย์วิจัยชุมชนตำบลวังใหม่ จังหวัดสระแก้ว” ให้แก่ นายพงศกร จิวาภรณ์คุปต์ ผศ. ดีเซลล์ สวนบุรี และคณะ เพื่อช่วยเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงทับทิมทอง ณ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ส่งเสริมและสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการแก้ไขเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรในการเพาะปลูกพืช ให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยเรื่องการให้น้ำในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือพืชผลการเกษตรผลิดอกออกผล เกษตรกรยังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ และนับเป็นปัญหาสำคัญระดับประเทศ ดังนั้น วช. จึงได้เล็งเห็นถึงปัญหาพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานให้กับทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ช่วยเหลือและแก้ไ
เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิจัย แผนงานวิจัยเข็มมุ่งด้านการบริหารจัดการน้ำ สนับสนุนโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดบรรยายพิเศษ “การติดตามภัยแล้งและการจัดการน้ำ กรณีศึกษาประเทศไทยและไต้หวัน” ในการวิจัยพัฒนาดัชนีน้ำฝนและน้ำท่ามาตรฐาน เพื่อใช้ติดตามสถานะภัยแล้ง และพัฒนาเทคนิคการพยากรณ์ฝนรายฤดู โดยพัฒนาการพยากรณ์ดัชนีภัยแล้ง เพื่อเตรียมวางแผนจัดการน้ำล่วงหน้า จากกรณีศึกษาประเทศไทยและไต้หวัน ซึ่งต่างประสบปัญหาภัยแล้งอยู่บ่อยครั้ง อันเกิดจากปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปกติ เกิดภัยแล้งด้านอุตุนิยมวิทยา กระทบต่อปริมาณน้ำท่าและน้ำเพื่อการเกษตรตามมา สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม นายจรูญ เลาหเลิศชัย จากกรมอุตุนิยมวิทยา ภายใต้แผนงานวิจัยเข็มมุ่งด้านการบริหารจัดการน้ำ วช.ได้นำเสนอการพยากรณ์ความแปรปรวนของปริมาณฝนภายในฤดูกาลและระหว่างปี ภายใต้โครงการ Subseasonal to Seasonal Prediction (S2S) ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในลักษณะของ Outlook ล่วงหน้า 1-4 สัปดาห์ และการพยากรณ์รายฤดูกาล ล่วงหน้า 1-3 เดือน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำได้ แสดงให้เห็นการเปล
สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กับภารกิจในการดำเนินงานต่อจากระบบชลประทานหลักสู่การพัฒนาระบบชลประทานในไร่นา เป็นการแพร่กระจายน้ำให้ทั่วถึงทุกแปลงและมีประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วยงานจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมและงานจัดรูปที่ดิน ซึ่งจะเป็นตัวช่วยที่สำคัญของเกษตรกร หากเรามีการบริหารจัดระบบน้ำที่ดี มีการจัดรูปที่ดินที่เหมาะสม จะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิต ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยได้ การจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม เป็นการจัดระบบชลประทานจากทางน้ำชลประทานหรือแหล่งน้ำอื่นใดไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ที่เหมาะสมแก่การทำเกษตรกรรมได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งการจัดสร้างถนนหรือทางลำเลียงในไร่นา การจัดรูปที่ดิน เป็นการดำเนินงานพัฒนาที่ดินที่ใช้เพื่อเกษตรกรรมให้สมบูรณ์ทั่วถึงที่ดินทุกแปลง เพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนในการผลิต โดยการรวบรวมที่ดินหลายแปลงในบริเวณเดียวกันเพื่อจัดผังจัดรูปที่ดินเสียใหม่ ให้มีการจัดระบบชลประทาน จัดสร้างถนนหรือทางลำเลียงในไร่นา การปรับระบบดิน บำรุงดิน การวางแผนการผลิตและการจำหน่ายผลิตผลการเกษตร รวมถึงการแลกเปลี่ยน การรับโอนสิทธิ์ในที่ดิน การให้เช่าซื้อที่ดิน และการอื่นๆ ที่เกี่
จากการประเมินของศูนย์ภัยพิบัติและแก้ปัญหาด้านการเกษตร ระบุว่า ปี 2563 สถานการณ์ภัยแล้งจะทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากฤดูฝนปีที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำฝนตกเฉลี่ยเพียง ร้อยละ 12 ปริมาณน้ำใช้ในอ่างเก็บน้ำมีเพียง ร้อยละ 22 ของความจุรวมทั้งหมด ทำให้พื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญเสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนน้ำ เฉพาะพื้นที่ปลูกไม้ผลนอกเขตชลประทาน เสี่ยงขาดแคลนน้ำในพื้นที่ 30 จังหวัด คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 370,000 ไร่ พื้นที่อำเภอแม่แจ่ม เป็น 1 ใน 21 อำเภอ ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้งอย่างหนัก ตัวเลขการประเมินสถานการณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า มีเกษตรกรที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบเกือบ 40,000 ราย ในจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่การเกษตรอีกกว่า 200,000 ไร่ คุณมนตรี ภาสกรวงค์ คุณมนตรี ภาสกรวงค์ อดีตพ่อหลวง ชาวตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ผู้นำชุมชนสู้ภัยแล้งต้นแบบในโครงการ “เอสซีจีร้อยใจ 108 ชุมชนรอดภัยแล้ง” ผู้ที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับการรับจ้างในสังคมเมือง ไม่เคยหยิบจับการเกษตรมาก่อน แม้ว่าพื้นฐานครอบครัวจะทำการเกษตรมาโดยตลอดก็ตาม เมื่อแต่งงาน ก็ต้องการความมั่นคงให้ครอบครัว คุณมนตร
