การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง
การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตข้าวแก่เกษตรกรในพื้นที่ มีส่วนช่วยให้เกษตรกรสร้างผลผลิตได้จำนวนมากกว่าเดิม เหมือนดังที่ นายเฉลิมชาติ ฤาไชยคาม ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวลพบุรี อธิบายว่า งานของศูนย์วิจัยข้าวลพบุรีมีด้วยกันหลายรูปแบบ ทั้งการผลิตเมล็ดพันธุ์ งานวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกรในพื้นที่ ทั้งเรื่องการใช้น้ำในการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง รวมถึงเรื่องคาร์บอนเครดิต ที่นำไปถ่ายทอดให้กับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งในส่วนของงานวิชาการนั้น ก็มีทั้งเรื่องการปรับปรุงพันธุ์ข้าว ที่ทำเกี่ยวกับเรื่องพันธุ์ข้าวนาน้ำฝน ข้าวนาชลประทาน และงานเกี่ยวกับเรื่อง “อารักขาพืช” ที่เจ้าหน้าที่กรมการข้าวจะลงพื้นที่ไปสำรวจโรค-แมลงในพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในจังหวัดลพบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดสระบุรี ที่ศูนย์วิจัยข้าวลพบุรีแห่งนี้เป็นแปลงทดลองเกี่ยวกับเรื่องงานปรับปรุงพันธุ์ข้าว โดยนำพันธุ์ข้าวพันธุ์ต่างๆ มาทดสอบว่าข้าวเหล่านี้สามารถที่จะอยู่ในสภาพแวดล้อมของจังหวัดลพบุรีได้หรือไม่ เพราะเป็นพื้นที่ตัวแทนของข้าวนาน้ำฝน ซึ่งจะมีทั้งภาวะน้ำท่วมและฝนแล้ง พันธุ์ข้าวเหล่านี้จึงต้องผ่าน
เกษรตรกรที่ทำนา ต่างมีความรู้ในเรื่องการปลูกข้าวมาจากคนรุ่นก่อนแทบทั้งสิ้น แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและประสานข้อมูลที่จำเป็นให้แก่บรรดาเกษตรกรของกรมการข้าว ทำให้เกษตรกรหลายชุมชนผลิตข้าวได้มากขึ้น และสร้างความยั่งยืนแก่ชุมชนของตนเองได้ นายบุญชู วงษ์อนุ ประธานศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ยอมรับว่า ในสมัยก่อน ตนเองและชาวบ้านในพื้นที่จะทำนาโดยไม่ได้อิงหลักวิชาการ ยังใช้วิธีทำนาแบบวิถีพื้นบ้านที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ด้วยเพราะแนวคิดและเทคโนโลยีต่างๆ ยังไม่เข้าถึง และสิ่งที่ไม่รู้คือ ขั้นตอนของการทำเมล็ดพันธุ์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการปลูกข้าว ตั้งแต่เข้าร่วม “โครงการสร้างการรับรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยีการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง สำหรับการขายคาร์บอนเครดิตในนาข้าว” กับกรมการข้าว ทำให้ตนเองและคนในชุมชนโคกสะอาดได้รู้จักกับนักวิชาการและผู้ที่มีประสบการณ์มาให้ความรู้กับในเรื่องการจัดทำแปลง และช่วยปรับปรุงคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวจากเดิม ให้ได้เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีสำหรับชุมชนแห่งนี้ สิ่งสำคัญคือการเตรียมแปลงปลูก ที่ทางชุมชนโคกสะอาดใช้พันธุ์เดิมอย่าง กข79 ดั
