การป้องกันไฟป่า
เมื่อเร็วๆ นี้ ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ร่วมกับศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการควบคุมไฟป่าภาคกลางกาญจนบุรี และพันธมิตรอีกหลายหน่วยงาน ได้จัดทำโครงการ “พลังเยาวชนต้นกล้าสีเขียว” ขึ้นที่โรงเรียนวัดทุ่งลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โครงการนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมให้เยาวชนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันไฟป่า แต่ที่สำคัญยังได้มีการนำเอาหลัก “บวร” หรือบ้าน วัด โรงเรียน มาบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เกิดผลที่ได้รับอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยให้เกิดการแก้ไขปัญหาให้ชุมชนในเรื่องไฟป่า ซึ่งเป็นที่มาของเรื่องหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ทำให้คุณภาพอากาศลดลง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียง นายสมคิด สิริรัตน์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ หัวหน้าศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการควบคุมไฟป่าภาคกลางกาญจนบุรี ส่วนควบคุมไฟป่า สำนักป้องกันปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งได้มาเป็นวิทยากรในการบรรยายหัวข้อไฟป่ากับผลกระทบต่อชุมชน ได้กล่าวว่า “สถานการณ์ภาพรวมไฟป่าที่ จ.กาญจนบุรี ในปีนี้ค่อนข้างหนักหน่วง แต่ปัจจุบันดีขึ้นเนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน โดย
ปัญหาไฟป่าในประเทศไทย นับได้ว่าเป็นปัญหาที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มนุษย์และสัตว์ป่า รวมถึงควันที่เกิดจากไฟป่า ยังก่อให้เกิดมลพิษและหมอกควันทั่วกระทบต่อชีวิตมนุษย์เป็นวงกว้าง ซึ่งสาเหตุของการเกิดไฟป่านั้น มีทั้งไฟป่าที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ แม้ในปัจจุบันจะมีแนวทางในการป้องกันไฟป่า ซึ่งประชาชนทุกคนสามารถร่วมมือช่วยกันลงมือทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแนวกันไฟล้อมพื้นที่ การดูแลพื้นที่ริมชายป่าโดยการเก็บกวาดพื้นที่ ไม่ให้มีใบไม้แห้งหรือกิ่งไม้แห้งกองสุม ซึ่งเป็นแหล่งเชื้อเพลิง และการหลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมที่เป็นสาเหตุให้เกิดไฟป่าโดยไม่เผาขยะหรือเศษวัชพืช งดการจุดไฟหรือกองไฟในพื้นที่ป่า เป็นต้น เรียนรู้ ปรับตัว แก้ปัญหาให้ตรงจุด ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ จึงนำมาสู่การประดิษฐ์และคิดค้น พัฒนานวัตกรรม “เครื่องเป่าลมใบไม้” โดย ช่างเอก หรือ คุณกฤษณะ สิทธิหาญ ช่างฝีมือดี เจ้าของไร่สับปะรดอินทรีย์ช่างเอก ในตำบลบุญนาคพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เพราะด้วยในทุกๆ ปี จะต้องทำแนวกันไฟป่า และเข้าไปดับไฟอยู่เป็นประจำ ด้วยความยา
