การผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองนอกฤดู
ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่มะม่วงในหลายพื้นที่เริ่มออกดอกและติดผลอ่อนแล้ว โดยเฉพาะมะม่วงการค้าของไทย อย่าง มะม่วงน้ำดอกไม้ ซึ่งหลังจากนี้ไปก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการห่อผลมะม่วงด้วยถุงห่อคาร์บอน เพื่อทำให้มะม่วงน้ำดอกไม้มีผิวสวยและป้องกันแมลงวันทองได้ หลังจากที่ติดผลเท่าขนาดไข่ไก่ เกษตรกรก็จะต้องวางแผนเตรียมห่อผลให้กับมะม่วง ซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญช่วงเวลาหนึ่งที่ต้องใช้ความละเอียดในการห่อผลเพื่อให้ผลมะม่วงมีผิวที่สวย จึงขอยกตัวอย่างการห่อมะม่วงของมะม่วงน้ำดอกไม้ (ซึ่งมะม่วงสายพันธุ์อื่นก็ใช้วิธีการห่อแบบเดียวกัน) มะม่วงน้ำดอกไม้ จะมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ “มะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4” และ “น้ำดอกไม้สีทอง” โดยทั่วไปแล้วราคาน้ำดอกไม้สีทองจะสูงกว่าน้ำดอกไม้ เบอร์ 4 ซึ่งความแตกต่างก็จะเป็นที่สีเปลือก น้ำดอกไม้เบอร์ 4 จะมีสีผิวเขียวเข้มมากกว่าส่วนน้ำดอกไม้สีทอง ซึ่งน้ำดอกไม้สีทองผิวเปลือกจะออกสีเหลืองมากกว่า และเมื่อสุกสีจะแตกต่างชัดเจน (กรณีไม่ห่อผล) โดยมะม่วงน้ำดอกไม้ทั้งหมดจะห่อผลด้วยถุงห่อคาร์บอนทั้งหมด เพื่อให้ผิวมีสีเหลืองสวยทั้งหมดเป็นที่ต้องการของตลาดและป้องกันแมลงวันทองทำลาย ส่วนรสชาติน้ำดอกไม้เบอร์ 4 ร
นายฉกาจ ฉันทจิระวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 ขอนแก่น (สศท.4) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “มะม่วงน้ำดอกไม้” เป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจังหวัดขอนแก่น ซึ่งปัจจุบันจังหวัดขอนแก่นเป็นแหล่งผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยคาดว่า ปี 2564 (ข้อมูล ณ มีนาคม 2564) จังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่ปลูกประมาณ 2,500 ไร่ ผลผลิตรวม 2,850 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 2,000 กิโลกรัม/ไร่ แหล่งปลูกสำคัญอยู่ในอำเภอบ้านแฮด หนองสองห้อง บ้านไผ่ พล มัญจาคีรี และอุบลรัตน์ สำหรับปีนี้ ผลผลิตได้ทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และจะออกต่อเนื่องถึงพฤษภาคม 2564 ซึ่งคาดว่าผลผลิตจะออกตลาดชุกช่วงเมษายน ประมาณร้อยละ 35 ของผลผลิตทั้งหมดในจังหวัด จากการติดตามสถานการณ์การผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงบ้านแฮดเพื่อการส่งออก ตำบลหนองแซง อำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น ที่ประสบความสำเร็จในการรวมกลุ่มผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ส่งออกเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2548 มีพื้นที่ปลูก 1,590 ไร่ ปัจจุบัน มีสมาชิก 69 ราย โดยผลสำรวจข้อมูล ณ วันที่ 19-20 เมษายน ที่ผ่าน
มะม่วง เป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ก้อนโตให้แก่เกษตรกรไทยในแต่ละปี โดยมีอัตราการเติบโตกว่า ปีละ 10% ทำให้มะม่วงเป็นไม้ผลที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในประเทศ กว่า 1.97 ล้านไร่ ผลผลิตรวม 3.12 ล้านตัน ผลผลิตเฉลี่ย 1,583 กิโลกรัม ต่อไร่ ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 5.42 บาท ต่อกิโลกรัม โดยราคาที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ย 29.75 บาท ต่อกิโลกรัม นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก คุ้มค่ากับการลงทุน จึงเป็นพืชเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ที่เกษตรกรหน้าใหม่สนใจเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ช่วงฤดูกาลผลิตมะม่วงของประเทศไทย (เมษายน-มิถุนายน) มีปริมาณการส่งออก 117,472 ตัน มูลค่าส่งออก 4,385 ล้านบาท ซึ่งตลาดหลักสำคัญคือ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ สินค้าขายดีคือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เป็นสายพันธุ์มะม่วงที่ตลาดญี่ปุ่นมีความต้องการสูง เนื่องจากลักษณะเด่นของมะม่วงสายพันธุ์นี้ เมื่อผลสุกผิวของเปลือกมีสีเหลืองนวลถึงเหลืองทอง เนื้อสีเหลืองมีกลิ่นหอม เนื้อละเอียดมีเสี้ยนค่อนข้างน้อย รสหวาน ในปี 2562 ไทยส่งออกมะม่วงสดอบไอน้ำไปญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ จำนวน 12,136.70 ตัน มูลค่า 1,261.70 ล้านบาท (ที่มา : ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจ
