การพัฒนาอาชีพเกษตรกร
“เมื่อปี 2552 มีความคิดกลับมาประกอบอาชีพที่บ้านเกิด ประกอบกับสุขภาพไม่แข็งแรง ต่อมาได้เข้ารับการอบรมเกษตรทฤษฎีใหม่ที่ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้นำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในพื้นที่เริ่มจากการแบ่งพื้นที่ทำการเกษตรตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ มีทั้งหมด 12 ไร่ แบ่งทำนาข้าว 10 ไร่ ที่อยู่อาศัย 2 ไร่ และปลูกต้นยางนาที่ได้รับจากศูนย์ บริเวณริมรั้วของพื้นที่ จำนวน 30 ต้น ปลูกมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบและพันธุ์น้ำหวานแปดริ้ว จำนวน 100 ต้น ระยะแรกซื้อต้นพันธุ์จาก อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และอำเภอแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา ราคาต้นละ 50 บาท และ 100 บาท ปัจจุบันเพาะและขยายพันธุ์เองได้ นอกจากนี้ยังเลี้ยงโคและกระบือ โดยนำมูลไปใช้ปรับปรุงบำรุงดินซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิตลดการใช้ปุ๋ยเคมี มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน จากการขายผลผลิต เช่น มะพร้าว กล้วยหอม กล้วยไข่ และขายหน่อพันธุ์กล้วย” นางสมุทร มาจาด ราษฎรบ้านโคกสามัคคี หมู่ที่ 14 ตำบลห้วยตึ๊กชู อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ กล่าว ทุกวันนี้ นางสมุทรมีความสุขดี ตื่นเช้าไม่ต้องไปวิ่งหางานบ้านอื่น ห
นอกเหนือจากการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้กับเกษตรกรที่ยากไร้ 2.9 ล้านราย รวม 3.7 ล้านแปลง คิดเป็นพื้นที่ 36.2 ล้านไร่ อีกทั้งยังจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ในเขตปฏิรูปที่ดิน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558-2562 จำนวน 74 พื้นที่ 17 จังหวัด เนื้อที่ 74,679.85 ไร่ อีกหนึ่งการทำงานที่ ส.ป.ก.ได้ดำเนินการควบคู่ไปด้วย คือ การพัฒนาอาชีพเกษตรกร เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเน้นให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งโครงการส่งเสริมและสร้างทักษะในการประกอบอาชีพ ทั้งในและนอกภาคการเกษตร ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ส.ป.ก.ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งการทำงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและอาชีพของเกษตรกร นำมาซึ่งการอยู่ดีกินดี กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นการดำเนินการของส.ป.ก.ที่มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยน้อมนำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่มาบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่ทำกิน เน้นการจัดการที่ดินและน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามความเ
