การเกษตรแบบแม่นยำ
การเกษตรแบบแม่นยำ (Precision Agriculture) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยมีการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้มาบูรณาการร่วมกัน จนเกิดเป็นรูปแบบการเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นระบบการวางแผนและการจัดการแปลงเพาะปลูกอย่างครบวงจรตั้งแต่การปลูก ใส่ปุ๋ย ติดตามสภาพแวดล้อม ตรวจสอบการเจริญเติบโต ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้พัฒนาและนำเทคโนโลยีเซ็นเซอร์และ IoT (Internet of Things) มาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือตรวจวัดสภาพอากาศแบบเรียลไทม์โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกประมวลผลและแสดงผลเป็นข้อมูลสถิติรายวันและรายเดือน นอกจากนี้ ยังมีการใช้ระบบผสมปุ๋ยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดการใช้แรงงานคน ทำให้เกษตรกรมีเวลาไปทำงานอื่นเพิ่มขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้การทำเกษตรกลายเป็นเรื่องง่าย เกษตรกรสามารถบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกของตนเองได้อย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและเพิ่มผลผลิตได้อย่างยั่งยืน 1. สถานีตรวจอากาศ วัดอุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ความเข้มแสง ความเร็วลม ปริมาณน้ำฝน มีระบบรายงานผลแบบ real time สรุปสถิติรายวัน สามารถเก็บข้อมูลย้อนหลัง 90 วัน 2. ระ
กรมส่งเสริมการเกษตร เซ็น MOU รับมอบ สถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ 102 สถานี จาก สวทช วางเป้านำข้อมูลที่ได้ มาวิเคราะห์ และลดความเสี่ยงในการบริหารจัดการการเกษตร เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 62 นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการบูรณาการข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านการเกษตร (สถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ) กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับสถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ 102 สถานีจาก สวทช โดยปัจจุบันนำมาติดตั้งที่ สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ รวมถึง ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นที่วัดสภาพบรรยากาศ เพื่อเก็บวัดข้อมูลการพยากรณ์อากาศ เช่น อุณหภูมิความชื้น ความเร็วลม ความเข้มแสง ทิศทางลม และปริมาณน้ำฝน โดยข้อมูลจะแสดงผลแบบ real- time โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้ดำเนินการติดตั้งสถานีวัดสภาพอากาศอัตโนมัติ และนำข้อมูลที่ได้มาเก็บเป็นฐานข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเกษตร สามารถวิเคราะห์ข้อมูล และนำไปใช้ประ
