การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
(ซินหัว) — คณะนักวิจัยของอิสราเอลเผยการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ที่สามารถตรวจจับความหิวของปลาได้ผ่านการวิเคราะห์เสียงที่ปลาส่งออกมาขณะกินอาหาร ซึ่งถือเป็นเครื่องมือใหม่สำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ชาญฉลาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น ทีมวิจัยจากศูนย์การเพาะเลี้ยงในทะเลแห่งชาติ (NCM) ในเมืองเอลัตและสถาบันเทคโนโลยีของอิสราเอล ได้ฝึกฝนอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องจักรให้สามารถระบุเสียงเฉพาะที่ปลากะพงทะเลส่งออกมาเวลากัดกินอาหารเม็ด และกรองเสียงรบกวนจากฟาร์มปลาออกไป ทำให้ระบบนี้สามารถตรวจสอบกิจกรรมการกินอาหารของปลาได้แบบเรียลไทม์ และประเมินได้ว่าปลาหิว อิ่ม หรือเครียด นักวิจัยระบุว่าการควบคุมการให้อาหารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทว่าปัจจุบันฟาร์มปลาส่วนใหญ่มักอาศัยการประมาณการทั่วไปจากตารางน้ำหนักตัวและการให้อาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่การให้อาหารที่มากเกินไป นับเป็นการเพิ่มต้นทุนและก่อมลพิษทางน้ำ ส่วนการให้อาหารน้อยเกินไปก็อาจทำให้ปลาเครียด เจริญเติบโตช้าลง และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค แนวทางดังกล่าวจะได้รับการเผยแพร่ในวารสารคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ทางการเกษตร (Com
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดโครงการ “สื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ” โดยนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. นำสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ลงพื้นที่เยี่ยมชมการขยายผลผลสำเร็จจากโครงการพระราชดำริสู่ชุมชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ตัวอย่างของการพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งอย่างสมดุลและยั่งยืน วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2568 คณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ วิสาหกิจชุมชนจันทราบุรี @ ปากน้ำแหลมสิงห์ หมู่ 1 ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ของนางสุภิดา ลิ้นทอง ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ การเพาะเลี้ยงและแปรรูปสาหร่ายทะเลครบวงจร โดยมีจุดเริ่มต้นจากการ “ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเล”จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และสำนักงาน กปร. ในปี 2566 ซึ่งได้รับขยายผลองค์ความรู้ “แปรรูปสาหร่ายผักกาดทะเล” เกิดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด อาทิ สาหร่ายผักกาดทะเลตากแห้ง บะหมี่และพาสต้าสาหร่าย ผงผักม้วนสาหร่าย รวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเส้นผม เช่น เซรั่ม แชมพู ครีมนวดผม เจลอาบน้ำ และโลชั่นที่มีส่วนผสมขอ
กรมประมง…พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง ปี 2566 เร่งลงพื้นที่สร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เตือนเกษตรกรเฝ้าระวัง หมั่นดูแลสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด แนะควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมประมงอย่างเคร่งครัด นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยในฐานะโฆษกกรมประมงว่าด้วยสภาพอากาศในช่วงฤดูร้อนจะมีลักษณะอากาศร้อนอบอ้าว และร้อนจัดในหลายพื้นที่ ซึ่งได้ส่งผลให้อุณหภูมิน้ำทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำชลประทานเกิดการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้น กระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุให้สัตว์น้ำที่เกษตรกรเลี้ยงไว้เกิดความเครียด อ่อนแอ มีโอกาสติดเชื้อโรคได้ง่าย และอาจตายได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กรมประมงจึงได้จัดทำแผนเตรียมรับสถานการณ์ในช่วงฤดูแล้ง ประจำปี 2566 ไว้ 3 ระยะ คือ 1. การเตรียมรับสถานการณ์ก่อนเกิดภัย 2. การให้ความช่วยเหลือขณะเกิดภัย 3. การให้ความช่วยเหลือหลังเกิดภัย ทั้งนี้ กรมฯ ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนแก่เกษต
กรมประมง จับมือ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ลงนาม MOU ยกระดับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กรมประมง ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปพัฒนาด้านการประมง” เพื่อร่วมพัฒนาการใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ขับเคลื่อนภาคการประมงไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีนายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง และศาสตราจารย์(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นผู้ลงนามฯ โดยมีคณะผู้บริหารจากทั้งสองฝ่าย ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าว นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปัญหาสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม โรคระบาด การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ล้วนแต่ส่งผลทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตท
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยผู้แทนอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องตลอดสายห่วงโซ่การผลิต เข้าพบ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อความยั่งยืนของประเทศ ร่วมด้วย นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯและสหกรณ์ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รักษาราชการอธิบดีกรมประมง และ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเอกพจน์ ยอดพินิจ เปิดเผยว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งของอุตสาหกรรมกุ้งไทย ที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เล็งเห็นความสำคัญของสินค้ากุ้ง รับปาก ยืนยันช่วยผลักดันเต็มที่เพื่อให้ประเทศไทยสามารถผลิตกุ้งให้ได้ปีละ 400,000 ตันภายใน 2 ปี สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ที่สำคัญพร้อมทวงคืน 500,000 ล้านบาท ที่เสียหาย/เสียโอกาสไปอันเนื่องจากการระบาดของโรค พลิกฟื้นอุตกุ้งฯ ให้กลับมาเป็นสินค้าสำคัญของประเทศ เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ด้วยที่ผ่านมา ปี 2553 เคยผลิตได้สูงสุดถึง 640,000 ตัน เป็นผู้น
กรมประมง…โชว์ผลสำเร็จโครงการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรรุ่นใหม่ หลังผุดไอเดียปั้น !! “เยาวชนนักเพาะเลี้ยง” ปีงบประมาณ 2564 ได้ถึง 756 ราย หนุนนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปใช้สร้างงาน สร้างรายได้ พร้อมปลูกฝังความภาคภูมิใจในการประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการจะยกระดับภาคการเกษตรให้สอดคล้องกับบริบทสังคมโลกในศตวรรษที่ 21 โดยมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีความรู้และมีทักษะทางด้านการเกษตรมากขึ้น สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปต่อยอดพัฒนาการประกอบอาชีพ อีกทั้งเป็นการปลูกฝังค่านิยมให้มีความภาคภูมิใจในการเป็นเกษตรกรไทย กรมประมงจึงได้จัดทำโครงการเพื่อสร้างเยาวชนนักเพาะเลี้ยงเป็นกิจกรรมสำคัญของกรมประมงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าว กรมประมงได้มีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดต่างๆ แก่เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดในสังกัดกรมประมงทั้ง
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พัฒนาระบบตรวจสอบสภาพบ่อเพาะเลี้ยงทั้งทางกายภาพ เคมี และชีวภาพด้วยเทคโนโลยี IoT ในพื้นที่ภาคตะวันออก (Aqua-IoT ภาคตะวันออก) นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีต่างๆ ขยายผลใช้งานจริง พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ณ พื้นที่ภาคตะวันออก (จังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา) เพื่อยกระดับผู้ประกอบการสัตว์น้ำ นำร่องกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า ในปี 2553 ประเทศไทย เกิดวิกฤตสภาวะตายด่วนของกุ้งทะเล (Shrimp Early Mortality Syndrome: EMS) ทำให้ไทยตกอันดับจากที่ 1 ของการส่งออกกุ้งและร่วงหล่นลงมาต่อเนื่องหลายปี ทำให้อัตราการเจริญเติบโต GDP ของภาคการประมงและอัตราการเจริญเติบโตมูลค่าธุรกิจของสหกรณ์ประมงมีอัตราการหดตัว โดยเฉพาะในช่วงปี 2557 มีอัตราการหดต่ำสุด เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ปัญหาจากโรคตายด่วน (EMS) ในกุ้งทะเล จนกระทั่งปี 2558 แม้สถานการณ์เริ่มดีขึ้น แต่ผลผลิตยังไม่ถึงเป้าหมา
