การเลี้ยงไก่ไข่
ในยุคนี้ในเรื่องของวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหาร กำลังได้รับความใส่ใจมากขึ้นจากผู้บริโภคโดยมุ่งเน้นไปในเรื่องของการกินผักอินทรีย์ ตลอดไปจนถึงผักที่ปลอดภัยในการผลิต จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้เกษตรกรมีการปรับตัวในเรื่องของการผลิต เพื่อให้สินค้าของตนเองเป็นที่ต้องการของตลาดและจำหน่ายได้ราคาสูงขึ้น อย่างเกษตรกรทางด้านปศุสัตว์ก็ได้มีการผลิตอาหารให้ปลอดภัยมากขึ้น ด้วยการเลี้ยงสัตว์ให้ปลอดจากยาปฏิชีวนะต่างๆ หรือการเลี้ยงให้สัตว์มีอารมณ์ดี ก็จะช่วยให้ได้เนื้อสัตว์หรือวัตถุดิบที่มีคุณภาพ อย่างการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีในปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้ไก่ไม่เครียดแล้ว ยังส่งผลไปถึงคุณภาพของไข่ให้มีลักษณะที่พิเศษกว่าไข่ไก่ที่เลี้ยงในระบบทั่วไป ทำให้ไก่ไข่ที่ผ่านการเลี้ยงด้วยวิธีนี้เป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการ คุณปัฐยาวดี แจงเชื้อ เกษตรกรชาวจังหวัดจันทบุรี ได้มีการปรับเปลี่ยนจากการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี มาสู่การเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ ไข่ทุกฟองแม้มีขนาดที่แตกต่างกัน แต่สามารถจำหน่ายได้ในราคาเดียวกัน ส่งผลให้การเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์นอกจากจะให้ราคาที่ดีแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการกำ
กระแสรักษ์สุขภาพในปัจจุบันไม่เพียงทำให้ผู้บริโภคไปถึงในเรื่องของพืชผักเพียงอย่างเดียว แม้แต่ในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์เองมีการนำมาเลี้ยงในระบบอินทรีย์มากขึ้น ที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดก็จะเป็นในเรื่องของการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี โดยเน้นในเรื่องของการเลี้ยงที่ให้ไก่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี พร้อมทั้งให้กินอาหารที่เป็นพืชผลที่ผลิตในระบบอินทรีย์เข้ามาเสริมจึงทำให้ไข่ที่ได้มีคุณภาพ พร้อมกับสามารถจำหน่ายได้ราคาที่สูงกว่าไข่ไก่ที่เลี้ยงในระบบทั่วไป จึงทำให้เกษตรกรที่สนใจในเรื่องของการทำเกษตรอินทรีย์อยู่เดิมมาเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีเสริมเข้ามาช่วยสร้างรายได้อีกด้วย คุณเสาวนีย์ เมฆนุพักต์ เจ้าของ “Get Farmily เกษตรกรในสวนเพื่อน” ตั้งอยู่เลขที่ 51/1 หมู่ที่ 4 ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) บนพื้นที่จำนวน 19 ไร่ โดยมีการแบ่งพื้นที่ปลูกพืชต่างๆ อย่างชัดเจน เช่น การปลูกข้าวอินทรีย์ กล้วยน้ำว้า และพืชผักสวนครัวต่างๆ แต่ที่เป็นสินค้าหลักและสามารถสร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดีนั้น คือ การเลี้ยงไก่อารมณ์ดี จำนวน 700 ตัว ที่สามารถเก็บไข่จำหน่ายได้เป็นรายได้หลัก
ไกไข่อารมณ์ดีปัจจุบันเริ่มมีผู้สนใจเลี้ยงในพื้นที่บ้านของตัวเองมากขึ้น โดยผู้ที่เริ่มเลี้ยงระยะแรกไม่ได้มองว่าจะต้องจำหน่ายไข่จนเกิดรายได้ เพียงแต่เลี้ยงไก่จำนวนที่น้อยอยู่ที่ 5-10 ตัวเท่านั้น เพื่อให้มีไข่ไว้บริโภคภายในครัวเรือน แต่เมื่อผลผลิตเริ่มมีมากขึ้นจึงทำให้การจำหน่ายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างรายได้ ส่งผลให้จากเดิมที่เลี้ยงไก่ไข่แค่พอไว้บริโภค กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เป็นเกษตรกรเต็มตัว และต่อยอดการทำเกษตรให้ครบวงจรมากขึ้นตามไปด้วย คุณอนันต์ อมดวง อยู่บ้านเลขที่ 86/7 หมู่ที่ 4 ตำบลดอนแร่ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่บ้านจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาทำเกษตรผสมผสานและเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีเข้ามาช่วยสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง จึงทำให้เมื่อมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นไก่ไข่อารมณ์ดีจึงเป็นสินค้าหลักที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี พร้อมกับสร้างการตลาดด้วยบรรจุภัณฑ์ที่น่าซื้อมากขึ้นให้ได้ตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ คุณอนันต์ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวทำการเกษตรมาตั้งแต่ครั้งคุณพ่อคุณแม่ ต่อมาเมื่อเขาจบการศึกษาจนเริ่มทำงานประจำ ช่วงที่ได้กลับมาบ้านช่วงวันหยุดก็จะมาปรับเปลี่ยนพื้นที
ในยุคปัจจุบันการประหยัดต้นทุนการผลิตสินค้าทางการเกษตร เป็นสิ่งสำคัญที่เกษตรกรหลายคนให้ความสำคัญ ในส่วนของการเลี้ยงปศุสัตว์ก็เช่นกัน เกษตรกรผู้เลี้ยงมีความใส่ใจในเรื่องของการเลี้ยงแบบประหยัดต้นทุน โดยยึดการใช้อาหารที่หาได้ง่ายๆ ไม่ใช้ต้นทุนมากเป็นผลผลิตทางการเกษตรในสวนของตนเองมาใช้เลี้ยงแทน ช่วงนี้ตลาดไข่ไก่อารมณ์ดีเป็นที่สนใจมากของผู้บริโภค เพราะจากปัญหาสุขภาพต่างๆ ทำให้คนเริ่มสนใจในเรื่องการดูแลตัวเองมากขึ้น จึงทำให้อาหารสุขภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนมองหา ยิ่งไข่เป็นวัตถุดิบที่กินได้ทุกวัน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีสูตรอาหารเสริมไก่ไข่จากวัตถุดิบธรรมชาติมาฝาก ช่วยให้แม่ไก่ออกไข่ดก ไข่ฟองใหญ่ แล้วสามารถนำไปทำตามกันง่ายๆ จะมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย 1. สูตรอาหารเสริมด้วยตำลึงซึ่งจะช่วยให้ไข่ฟองใหญ่ ภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำให้ไก่ไข่ออกไข่ฟองโต การเลี้ยงไก่ไข่แบบอินทรีย์ซึ่งมีเทคนิคง่ายๆ โดยใช้พืชผักสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่นอย่างตำลึงเป็นผักสวนครัวริมรั้วกินได้ที่มักปลูกทั่วไปตามครัวเรือนต่างๆ นอกจากคนกินได้แล้ว ยังสามารถนำมาเป็นอาหารเสริมเลี้ยงไก่ไข่ได้อีกด้วย วิธีการทำอาหารด้วยตำลึง ให้นำเถาผักตำลึ
การเลี้ยงไก่ไข่ในปัจจุบันการคำนึงถึงในเรื่องของการทำตลาด ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เกษตรกรต้องให้ความสนใจมากขึ้น เพราะในแต่ละช่วงเวลาของการซื้อขายนั้น โดยเฉพาะความต้องการของผู้บริโภคมีเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่งการผลิตสินค้าแบบตลาดนำการผลิตจะยิ่งเป็นตัวช่วยทำให้ตลาดเติบโต โดยเฉพาะตลาดผู้รักสุขภาพที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง คุณบี หรือ คุณภานุวัฒน์ น้อยแก้ว เจ้าของ “บีอินดี้ คันทรี ฟาร์ม” เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ให้ความสนใจการเลี้ยงไก่ไข่แบบปลอดภัย โดยเน้นในเรื่องของการปล่อยไก่ไข่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระภายในโรงเรือนบนบ่อเลี้ยงปลา เพราะนอกจากจะช่วยทำให้ไก่ไข่ที่เลี้ยงมีอารมณ์ดีแล้ว ยังช่วยทำให้ไก่ไข่ภายในฟาร์มออกไข่ได้อย่างมีคุณภาพ ส่วนของเสียที่ไก่ไข่ขับถ่ายมานั้นยังสามารถเป็นอาหารใช้เลี้ยงปลาเบญจพรรรณภายในบ่ออีกด้วย มองการทำตลาดที่ยั่งยืน สู่การเลี้ยงไก่ไข่ ด้วยระบบปลอดภัย คุณบี เล่าให้ฟังว่า ผู้ที่บุกเบิกในเรื่องของการเลี้ยงไก่ไข่นั้นคือ คุณพ่อคุณแม่ ซึ่งคุณบีเองหลังจากจบการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรีแล้ว จึงได้เข้ามาช่วยครอบครัวเลี้ยงไก่ไข่ทันที สำหรับการเลี้ยงในช่วงแรกๆ จะเน้นเลี้ยงแบบใช้ภูมิปั
ในช่วงวัยเด็กการที่ได้เล่นสนุกถือเป็นสิ่งที่คู่กับวัยของแต่ละคนมีความทรงจำในเรื่องเหล่านี้ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่เมื่อเติบโตมาแล้ว สิ่งที่ต้องทำก็คือการช่วยธุรกิจของครอบครัว จนทำให้ในบางครั้งวัยเด็กยังไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งที่กำลังทำอยู่ ทำให้ไม่ได้เล่นสนุกเหมือนกับเพื่อนๆ แต่เมื่อโตขึ้นและรับช่วงต่อกิจการของครอบครัว จึงมีความเข้าใจและพร้อมจะส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกหลานต่อไป ยู แปดริ้ว หรือ คุณศรัณญู อ่อนใจเอื้อ เจ้าของธุรกิจ อภิชาติฟาร์ม เป็นทายาทรุ่น 2 ได้รับช่วงต่อธุรกิจฟาร์มไก่ไข่จากครอบครัว ซึ่งคุณยูนอกจากทำฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่แล้ว ยังเป็นขวัญใจเรื่องของความเร็วในด้านการแข่งรถให้กับใครหลายๆ คนอีกด้วย เมื่อโตจึงเข้าใจ สิ่งที่พ่อแม่ปลูกฝัง ในอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่ ที่ส่งต่อให้ คุณยู เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจฟาร์มไก่ไข่นั้น เริ่มมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อคุณแม่ ถือเป็นกิจการของครอบครัวที่ทำมาได้ประมาณ 37 ปี ซึ่งคุณยูจำความได้ธุรกิจนี้ก็มีอยู่แล้ว เมื่อเติบโตมาเรื่อยๆ หลังจากที่กลับจากโรงเรียนทุกครั้ง จะต้องมาช่วยงานครอบครัว คือการส่งอาหารไก่ทุกวัน จนเกิดความคิดขึ้นมาว่าไม่อยากท
คุณบี-ภานุวัฒน์ น้อยแก้ว เจ้าของ “บีอินดี้ คันทรี ฟาร์ม” สนใจการเลี้ยงไก่ไข่แบบปลอดภัย โดยปล่อยไก่ไข่อยู่แบบอิสระภายในโรงเรือนบนบ่อเลี้ยงปลา ช่วยทำให้ไก่ไข่อารมณ์ดีออกไข่ได้อย่างมีคุณภาพ ส่วนของเสียที่ขับถ่ายสามารถเป็นอาหารใช้เลี้ยงปลาภายในบ่อ ✨ . 🐥 คุณบี บอกว่า การสร้างความยั่งยืนมีความสำคัญมาก ถ้าทำตลาดที่ชัดเจนในเรื่องของความปลอดภัย กลุ่มผู้บริโภคก็จะชัดขึ้น เพราะลูกค้าจะเห็นว่าที่ฟาร์มมีการจัดการแบบไหน เลี้ยงด้วยวิธีใด ทำให้มั่นใจในไข่ที่ขายออกจากฟาร์ม คุณบีสามารถกำหนดราคาเองได้ 💷 อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ “เลี้ยงไก่ไข่” โรงเรือนเปิดแบบไม่ใช้กรง ไก่อยู่แบบอิสระ เก็บขายเฉลี่ย 2,000 ฟอง/วัน เน้นทำตลาดชัด ช่วยให้อาชีพมีความยั่งยืน
ยู แปดริ้ว หรือ คุณศรัณญู อ่อนใจเอื้อ เจ้าของธุรกิจ อภิชาติฟาร์ม เป็นทายาทรุ่น 2 ที่ได้รับช่วงต่อธุรกิจฟาร์มไก่ไข่จากครอบครัว ซึ่งคุณยูนอกจากทำฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่แล้ว ยังเป็นขวัญใจในเรื่องของความเร็วด้านการแข่งรถให้กับใครหลายๆ คน คุณยู บอกว่า สิ่งที่พ่อแม่ให้ทำอย่างสม่ำเสมอนี่เอง เป็นจุดเริ่มต้นให้ได้เรียนรู้ในทุกสิ่งของธุรกิจ ตั้งแต่การเลี้ยงไก่ไข่ ขายอาหารไก่ และที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ การทำตลาดเองโดยที่ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จึงทำให้ไก่ไข่สดๆ ออกจากฟาร์มถึงมือผู้บริโภคโดยตรง อ่านบทความเกีี่ยวกับอภิชาติได้ที่ ขายไข่ไก่สไตล์ “อภิชาติฟาร์ม”
การทำเกษตรไม่ได้เป็นเพียงการสร้างรายได้เพียงอย่างดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เกษตรกรหลายท่านต่างให้ความเห็นว่า เป็นงานที่สร้างความสุขและมีเวลาดูแลคนภายในครอบครัวไปด้วยพร้อมๆ กัน เพราะในทุกวันได้เห็นผลผลิตที่ใส่ใจเป็นวัตถุดิบที่ปลอดภัย นอกจากทำอาหารให้คนในครอบครัวกินแล้ว ยังส่งมอบเป็นสินค้าแทนใจให้กับลูกค้า จึงทำให้เกิดความเชื่อใจกันทั้ง 2 ฝ่าย ส่งผลให้ลูกค้าไม่ว่าจะผ่านไปนานเพียงใด หากเกษตรกรสร้างตัวตนที่มีคุณภาพ ช่วยให้เกิดการซื้อขายกันได้อย่างยาวนาน คุณนรัชฐอิง ทรงกำพล หรือ คุณเอ๋ เจ้าของสวนลัคกี้ฟาร์มสเตย์ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ให้ความสนใจกับการทำเกษตรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี เป็นการเลี้ยงแบบปล่อยให้เดินเล่นในพื้นที่ธรรมชาติ พร้อมกับประหยัดต้นทุนการเลี้ยงใช้แหนแดงเข้ามาเสริมผสมกับอาหารที่เหลือจากครัวเรือน ไก่ที่เลี้ยงเจริญเติบโตที่ดีและไข่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง กลับบ้านดูแลครอบครัว ผันตัวสู่การเป็นเกษตรกร คุณเอ๋ เล่าใฟ้ฟังว่า เดิมทีทำงานเป็นพนักงานขายตรงที่ต้องเดินทางไปทั่วประเทศ แต่ด้วยความที่คุณแม่ไม่ค่อยสบายจึงทำให้
ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนและเกษตรกรในชนบทห่างไกลทั่วประเทศ กลายเป็นหนึ่งในโครงการที่ร่วมบรรเทาปัญหาขาดแคลนโปรตีน สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตแก่เยาวชนในชนบทได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการที่ดีแก่เด็กนักเรียน และยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายโรงเรียน 1,000 แห่ง ภายในปี 2568 เพื่อผลักดันสู่ “การสร้างคลังอาหารในโรงเรียน” เกิดห้องเรียนอาชีพจากการเรียนรู้การเลี้ยงไก่ไข่ ขยายผลสู่ชุมชนเป็นคลังเสบียงในชุมชน คุณสมคิด วรรณลุกขี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ เล่าว่า เครือซีพี ซีพีเอฟ ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตาม “โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน” สานต่อเป็น “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” มาตั้งแต่ ปี 2532 จนถึงปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมให้เด
