การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
กรมประมง ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดตัว “โรงเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามพลังงานแสงอาทิตย์” ตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพการผลิตลูกพันธุ์กุ้งก้ามกรามได้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านตัว/ปี เพื่อปล่อยลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์และแหล่งน้ำธรรมชาติ พร้อมผลักดันเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และส่งเสริมการประกอบอาชีพจากกุ้งก้ามกราม มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “กุ้งก้ามกรามเขื่อนอุบลรัตน์” เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดขอนแก่น เนื่องจากมีราคาจำหน่ายสูง เนื้อมีรสชาติดี และมีความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมประมงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและการเพิ่มศักยภาพการผลิตของกุ้งก้ามกรามในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ เนื่องจากพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์มีลักษณะภูมิประเทศที่ซับซ้อน มีความเชื่อมโยงระหว่างดินและน้ำสูง และมีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ทำให้เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของกุ้งก้ามกรามฃ ที่ผ่านมา กรมประมง โดยศูนย์วิจัยการประมงน้ำจืดขอนแก่นได้ผลิตและปล่อยกุ้งก้ามกรามเป็นประจำปีละกว่า 5 ล้านตัว เพื่อเพิ่มผลผลิ
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ได้จัดกิจกรรม “งานเปิดห้องปฏิบัติการทดสอบด้านประสิทธิภาพ ด้านการติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่าง และด้านความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” โดย นายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบัน เป็นประธานเปิดงานและกล่าวต้อนรับแขกผู้ร่วมงาน ณ ศูนย์ปฏิบัติการและมาตรฐาน สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (นิคมอุตสาหกรรมบางปู) จังหวัดสมุทรปราการ วัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อแสดงความพร้อมและขีดความสามารถของสถาบันไฟฟ้าฯ สำหรับการตรวจสอบรับรองรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในด้านการติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์สัญญาณ ด้านประสิทธิภาพพลังงาน และด้านความกันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า ตามข้อกำหนดการทดสอบของกรมการขนส่งทางบก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นการอำนวยความสะดวกในการทดสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ประกอบการ ลดต้นทุน และลดค่าใช้จ่ายในการส่งสินค้าไปทดสอบยังต่างประเทศ ซึ่งเป็นการรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม สนับสนุนนโยบายของภาครัฐ รวมถึงผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค
เครือสหพัฒน์ โดย “สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง” ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับ “กฟผ.” พัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) วางเป้าหมายนำไปใช้ในพื้นที่ของในเครือฯ พร้อมร่วมส่งเสริมระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย นายวิชัย กุลสมภพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI เปิดเผยว่า เครือสหพัฒน์ โดย บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ EGAT โดยมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อพัฒนา สถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาในทุก ๆ มิติของระบบนิเวศน์ยานยนต์ไฟฟ้าครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ของเครือฯ ทั้งการพัฒนาและติดตั้งสถานีชาร์จ EV (EleX by EGAT) การร่วมพัฒนาแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเครือข่ายข้อมูล และ สื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ มีความตั้งใจให้เป็นโครงการต้นแบบให้กับทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันยกระดับและขับเคลื่อนระบบนิเวศน์ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้มีความปลอดภัย สะดวก คุ้มค่า และเกิดประโยชน์ต่อสังคมสูงสุด อีกทั้งยังตอบรับนโยบายด้านพลังงานของประเทศ
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ภายใต้เครือข่าย Big Brothers จัดการฝึกอบรมการส่งเสริมอาชีพชุมชนใต้แนวสายส่ง การเลี้ยงผึ้งชันโรงในพื้นที่ จังหวัดขอนแก่น โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. สนิท อักษรแก้ว ประธานคณะกรรมการดำเนินงานสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ประเด็นเป้าหมายด้านการพัฒนาสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม วช. เป็นประธานเปิดงานฯ ในครั้งนี้ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานฯ นายสหชาติ พิลาออน ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวต้อนรับฯ และมี ศาสตราจารย์ ดร. วงศา เล้าหศิริวงศ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายกิตติ สิงหาปัด ผู้ดำเนินรายการข่าว 3 มิติ เจ้าของสวนสวน “นา 3 ดี” ดร. จักราวุธ ไม้ทิพย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง และ นายปราการ คชรินทร์ วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้
ในงานประกาศผล “โครงการออกแบบนวัตกรรมสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” รอบชิงชนะเลิศ จัดโดย โคเวสโตร ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อเดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าทีมนักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) คว้ามาได้ทั้ง 3 รางวัลหลัก คุณพิชิต พงษ์ประเสริฐ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาธุรกิจใหม่-การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากแนวคิดของโจทย์การประกวด Innovation Design Contest ปีนี้คือการออกแบบสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน (Recharge to a Fully Circular Way) สอดคล้องกับ กฟผ. ที่กำหนดให้มีการจัดสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ ภายในปี 2565 “แม้ว่า สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จะเป็นเรื่องไกลตัว แต่ผลงานของทีมนักศึกษา มจธ. ทั้ง 3 ทีม สามารถตอบโจทย์ที่เรากำหนดได้เป็นอย่างดี ทั้งด้านการออกแบบที่เน้นการใช้นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้านพลังงานหมุนเวียน เช่น ผู้ชนะเลิศมีจุดเด่นด้านการออกแบบอาคาร mini station ที่น่าสนใจ สามารถสร้างและใช้งานได้จริง ขณะที่ทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 โดดเด่นด้านนวัตกรรม ส่วนทีมรองชนะเลิศอันดับส
กรมชลประทาน เร่งช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม 3 จังหวัดชายแดนใต้ ระดมเครื่องจักรเครื่องมือเร่งระบายน้ำ พร้อมจับมือ กฟผ. วางแผนบริหารจัดการน้ำเขื่อนบางลาง ลดผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำให้ได้มากที่สุด ดร. ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ว่าปัจจุบัน บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกของประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นแห่งๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า ลุ่มน้ำโก-ลก ที่สถานีวัดน้ำสะพานลันตู อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส มีน้ำล้นตลิ่งที่บริเวณเทศบาลสุไหงโก-ลก 2.02 เมตร แนวโน้มลดลง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบบริเวณชุมชนท่าประปา ชุมชนท่าโรงเลื่อย และชุมชนหัวสะพานลันตู เทศบาลเมืองโก-ลก โครงการชลประทานนราธิวาส ได้เปิดบานประตูระบายน้ำ 9 แห่ง เพื่อพร่องน้ำและขุดเปิดสันทรายบริเวณปลายคลองพรุบาเจาะสายใหญ่ เพื่อเร่งผลักดันน้ำให้ไหลลงทะเลโดยเร็ว ส่วนในพื้นที่ลุ่มน้ำบางนรา ที่สถานีวัดน้ำคลองตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.79เมตร แนวโน้มล
นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ นายสุชีพ มีถม ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมลงนามสัญญาโครงการวิจัย และพัฒนา นวัตกรรม กระบวนการผลิตเครื่องสำอางจากสมุนไพรท้องถิ่น ของวิสาหกิจชุมชนบ้านแม่กระบุง อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นางศิรินันท์ ทับทิมเทศ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร (ศนส.) พร้อมด้วย นักวิจัย ศนส. และผู้บริหารเขื่อนศรีนครินทร์ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี โครงการวิจัยดังกล่าว ดร. ภัทราวีร์ ทองอ่อน นักวิจัย ศนส. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบเขื่อนในมิติต่างๆ โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พัฒนากระบวนการผลิตเครื่องสำอางจากสมุนไพรท้องถิ่น ให้เป็นตามมาตรฐาน ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และความปลอดภัย ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 ณ ชุมชนบ้านแม่กระบุง อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
วช. จับมือเครือข่ายพันธมิตร 11 องค์กร นำโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนให้แข็งแกร่ง มุ่งสู่การเป็นกิจการเพื่อสังคม หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำและลดการเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ วันนี้ (วันที่ 28 สิงหาคม 2563) ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ประธานในพิธีให้เกียรติกล่าวปาฐกถา หัวข้อ “ชุมชนเข้มแข็ง สังคมก้าวหน้า ร่วมพัฒนาอย่างยั่งยืน” นอกจากนี้ภายในงานยังมีการสรุปผลงานโครงการ “ผนึกกำลัง Big Brothers … นำชุมชนสู่กิจการเพื่อสังคม ปีที่ 4” โดยมีผู้บริหารจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วยผู้บริหารเครือข่ายพันธมิตร รวม 11 องค์กรได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เอสซีจี เพื่อนชุมชน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร้านภัทรพัฒน์ มูลนิธิชัยพัฒนา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และ วช. ร่วมจัดงานแถลงข่าว “ผนึกกำลัง Big Brothers…นำ
เนื่องจากรัฐบาลได้กำหนดให้ “ประเทศไทย 4.0” เป็นโมเดลการพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบเศรษฐกิจจากเดิมเป็นระบบที่มุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์และใช้ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรม เป็นฐานสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งการผลักดันการพัฒนาประเทศตามแนวทางดังกล่าว จำเป็นต้องมีการพัฒนาเยาวชนที่จะเป็นกำลังหลักของการกำหนดอนาคตประเทศให้มีความเข้มแข็งและพร้อมเป็นบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพสูงต่อไปในอนาคต ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า เพื่อให้เยาวชนที่มีความสนใจและมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นนักวิจัยและนวัตกรรมในอนาคตได้มีเวทีในการแสดงความสามารถพิเศษด้านการประดิษฐ์คิดค้น ซึ่งจะนำไปสู่ช่องทางเพิ่มโอกาสในการขยายฐานบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงประเทศในอนาคต สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงได้จัดทำบันทึกตกลงความร่วมมือกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกั
วช. ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร 11 องค์กร จัดระดมสมอง สะท้อนความคิด นโยบายสิ่งแวดล้อมเมือง ผ่านงานวิจัย เพื่อส่งต่อ (ว่าที่) ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ปัญหาสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพมหานคร เป็นปัญหาเกิดขึ้นมานาน ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งการแก้ไขปัญาต้องใช้องค์ความรู้จากงานวิจัย ไปสู่การแก้ปัญหาทางนโยบายและปฏิบัติ ที่ผ่านมาสิ่งแวดล้อมในเมืองใหญ่แบบกรุงเทพมหานครได้ทวีความรุนแรงและเผชิญกับปัญหาในหลายประเด็น ที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ และที่เดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวในการประชุมระดมสมอง สะท้อนความคิด…นโยบายสิ่งแวดล้อมเมือง…ผ่านงานวิจัย เพื่อส่งต่อ…(ว่าที่) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันจันทร์ที่ 16 กันยายน 2562 ณ ห้องประชุมกมลทิพย์ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะเป็นหน่วยงานส่งเสริมงานวิจัยและนำผลวิจัยไปสู่การขยายผลในทางปฏิบัติได้มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองน่าอยู่และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเมืองหลายแผนงานเป็นเวลามากก
