กาแฟบ้านสบขุ่น
เครือซีพี ขยายผลโครงการ “สบขุ่น โมเดลน่าน” สู่ชุมชน Social Enterprise พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน สังคม และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืนทุกมิติ 4 ต้นน้ำ ปิง-วัง-ยม-น่าน นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เปิดเผยว่า จากเจตนารมณ์ของ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประกาศนโยบายด้านความยั่งยืน ตั้งเป้าหมายเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นองค์กร Carbon Neutral ในปี 2030 และมุ่งสู่ Net Zero ในปี 2050 สอดรับไปกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) แห่งสหประชาชาติ โดยเฉพาะการร่วมกันแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ความถดถอยลงของพื้นที่ป่าไม้ ปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นควัน PM 2.5 จึงได้จัดตั้ง สำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จังหวัดน่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้เป็นศูนย์กลางความร่วมมือขับเคลื่อนงานด้านความยั่งยืนในพื้นที่ 4 ต้นน้ำ ปิง-วัง-ยม-น่าน นำร่อง “สบขุ่น โมเดลน่าน” หมู่บ้านสบขุ่น ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ปรับระบบการทำเกษตรท
เมื่อเร็วๆ นี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ เครือซีพี ร่วมสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน สร้างป่า สร้างรายได้ บ้านสบขุ่น จังหวัดน่าน ได้รับประกาศนียบัตรเหรียญทองแดง ประเภทคุณภาพกาแฟระดับดีมาก ในโครงการประกวดสุดยอดกาแฟไทย ปี 2565 ที่จัดขึ้นโดย กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนจัดขึ้น เพื่อหาเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ตั้งแต่การปลูก จนถึงการแปรรูป จนได้เป็นเมล็ดกาแฟไทยเกรดพิเศษ นอกจากนี้ ยังรณรงค์และส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ตระหนักถึงความสำคัญในการปลูกและการแปรรูปกาแฟ มุ่งพัฒนากาแฟไทยให้มีคุณภาพดีสู่ระดับโลก เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ และความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรนายอรรถวิทย์ ยุทธยศ ผู้จัดการทั่วไป ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่สามารถพัฒนา ยกระดับคุณภาพกาแฟบ้านสบขุ่นให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ ตั้งแต่เริ่มโครงการปลูกกาแฟร่วมกับฟื้นฟูป่าในพื้นที่บ้านสบขุ่น ตั้งแต่ปี 2559 ในพื้นที่เริ่มต้นจากศูนย์ ปลูกกาแฟในพื้นที่ที่เป็นดอยหัวโล้น ไม่มีต้นไม้สักต้น เนื่อ
