กำจัดปลาหมอคางดำ
นักวิชาการ แนะการแปรรูปเนื้อปลาหมอคางดำ ช่วยให้คนไทยเข้าถึงและบริโภคได้สะดวกขึ้น ทั้งยังช่วยสนับสนุนภาครัฐกำจัดปลาหมอคางดำได้รวดเร็ว และควบคุมการแพร่กระจายได้อย่างยั่งยืน ดร.สหภพ ดอกแก้ว รองหัวหน้าภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า “ปลาหมอคางดำ” เป็นสัตว์น้ำต่างถิ่น กำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา อยู่ในตระกูลปลาหมอเทศ อาศัยอยู่ในเขตน้ำกร่อยหรือตามชายฝั่ง สามารถทนต่อความเค็มและสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ ปลาหมอคางดำ มีลักษณะตัวค่อนข้างแบน ลำตัวคล้ายปลานิล ซึ่งแตกต่างจากปลาหมอไทยที่มีลักษณะกลมยาว มีหนาม เนื่องจากอยู่กันคนละกลุ่ม ปลาหมอคางดำมีจุดสังเกตที่บริเวณคางและหน้าจะมีจุดหรือแถบสีดำ โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Sarotherodon melanotheron Ruppell, 1852 และชื่อสามัญว่า Blackchin tilapia ปลาชนิดนี้เป็นปลาประเภทที่กินทุกอย่าง ทั้งพืชและสัตว์ (Omnivorous Fish) ตลอดจนซากพืช ซากสัตว์ แพลงก์ตอน ลูกปลา ลูกหอย ถือเป็นปลา “Invasive Species” คือ สัตว์น้ำรุกราน เพราะไปทำลายชีวิตสัตว์น้ำท้องถิ่น จนทำให้เกิดการทดแทนสัตว์น้ำท้องถิ่น ขณะที่ Alien Species ใช้เรียกสัตว์น้ำต่างถิ่นท
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ณ ห้องประชุมพะยูน อาคารจุฬาภรณ์ กรมประมง-การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ลงนาม MOU ขจัดภัยการระบาดของปลาหมอคางดำ ร่วมกับ 5 หน่วยงานสังกัด กษ. ย้ำจุดยืนหวังคืนสมดุลระบบนิเวศ เดินหน้ารับปลาจากกรมประมงแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพคุณภาพสูง ส่งต่อปัจจัยการผลิตแก่พี่น้องเกษตรกร ช่วยเพิ่มผลผลิตยาง-ลดต้นทุนการผลิต สำหรับพิธีลงนาม MOU “ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาเพื่อขจัดภัยจากการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ ระยะเร่งด่วน” ในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแสดงถึงความร่วมแรงร่วมใจของ 6 หน่วยงาน ที่มุ่งหมายที่จะขจัดปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำให้หมดไปจากแหล่งน้ำธรรมชาติของไทยและบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มอบหมายให้กรมประมงเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำให้เป็นรูปธรรมและเห็นผลชัดเจน (ระยะเร่งด่วน) สามารถควบคุมให้อยู่ในพื้นที่จำกัดไม่กลับมาเกิดการระบาดอีกและอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและประชากรสัตว์น้ำพื้นเมืองในแหล่งน้ำ ดังนั้น กรมประมงขานรับนโยบายและเร่งประสาน 6 หน่วยงานใ
ประมงจังหวัดสงขลาและอำเภอระโนดเร่งแก้ปัญหาปลาหมอคางดำที่อยู่ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำในอำเภอระโนด สนับสนุนใช้แนวทางธรรมชาติ นำ “กากชา” มาช่วยกำจัดปลาที่สร้างความเสียหายช่วยเยียวยาและลดความเสี่ยงให้เกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงปูทะเลมีผลผลิตที่ดี บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร รวมทั้งเป็นการตัดวงจรและควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำอย่างมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนกากชาเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องเกษตรกรรายย่อย ประมงอำเภอระโนดได้รับการสนับสนุนกากชาจำนวน 1 ตันจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และนำมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรเลี้ยงปูทะเลที่ลงทะเบียนขอความช่วยเหลือกลุ่มแรก 20 ราย เกษตรกรนำกากชาที่ได้รับการสนับสนุนไปโรยในบ่อเลี้ยงปูทะเล เพื่อให้สามารถจับปลาหมอคางดำได้ง่ายขึ้น เพราะกากชาไม่ส่งผลกับปูทะเล เพื่อช่วยป้องกันให้ปลาหมอคางดำไปกินตัวอ่อนของปูทะเล กากชาเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ไม่ส่งผลกระทบต่อปูหรือกุ้ง ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงปูทะเลนำไปใช้ในบ่อเพาะเลี้ยงอยู่แล้ว จากการตรวจติดตาม ประมงสงขลาพบว่า ยังมีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในคลองส่งน้ำและบ่อพักน้ำของเกษตรกร จึงม
สำนักงานประมงจังหวัดจันทบุรี สนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ความสำคัญกับการป้องกันและกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเพาะเลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำค่อนข้างน้อย พร้อมแนะนำเกษตรกรควรให้ความสำคัญกับการเตรียมพื้นบ่อให้แห้งที่สุดและการกรองน้ำที่สูบเข้าบ่อช่วยลดผลกระทบจากปลาหมอคางดำและเชื้อโรค และมีส่วนร่วมควบคุมปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติอีกด้วย นายสมพร รุ่งกำเนิดวงศ์ ประมงจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า การเลี้ยงกุ้งในปัจจุบัน นอกจากจะมีการลงทุนสูงแล้ว ต้องอาศัยความรู้และการจัดการที่ดี การเรียนรู้และติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้การเลี้ยงกุ้งได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันในตลาดได้ จากสถานการณ์ปลาหมอคางดำแพร่พันธุ์อยู่ในบ่อเลี้ยงกุ้ง เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย เพราะเกษตรกรให้ความใส่ใจและมีแนวทางในการจัดการปลาหมอคางดำ ในกระบวนการเตรียมบ่อและระหว่างการเลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความเสียหายให้มากที่สุด เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดจันทบุรีรวมถึงเกษตรกรในภาคตะวันออกเป็นผู้นำในก
(25 กันยายน 2567) ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช และประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี โชว์มาตรการปราบปลาหมอคางดำได้ผลดีทั้งสองจังหวัด หลังสำรวจพบปลาหมอคางดำเบาบางลง พร้อมเดินหน้ามาตรการต่อเนื่องทันที ด้านบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ หนุนอีก 3 จังหวัดปล่อยปลาผู้ล่าลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ช่วยกำจัดและตัดวงจรปลาหมอคางดำในระยะยาว นายกอบศักดิ์ เกตุเหมือน ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชมีการสำรวจปริมาณปลาอย่างต่อเนื่อง โดยพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติลดน้อยลง ล่าสุด พบเพียง 25 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร ลดลงจากการสำรวจครั้งแรกที่พบ 60 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร ทั้งนี้ จังหวัดยังบูรณาการกับทุกภาคส่วน ดำเนินมาตรการกำจัดปลาหมอคางดำต่อเนื่อง โดยการปล่อยปลาผู้ล่าลงแหล่งน้ำ และเน้นรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการบริโภคปลาชนิดนี้มากขึ้น ในวันนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินการปล่อยปลาผู้ล่าเป็นครั้งแรก ในพื้นที่อำเภอปากพนัง หลังทำการจับปลาหมอคางดำขนาดใหญ่ออกจากแหล่งน้ำ จนกระทั่งเหลือเพียงปลาขนาดเล็กในปริมาณน้อยลงแล้ว โดยประมงจังหวัดได้รับการสนับสนุนปลากะพง
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่ นายปรีชา ศิริแสงอารำพี เจ้าของโรงงานปลาป่น “ศิริแสงอารำพี” และ นายสนิท แดงพยนต์ หัวหน้ากลุ่มเกษตรกรทำประมงพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เนื่องในโอกาสวันสถาปนากรมประมง ครบรอบปีที่ 98 และวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2567 เพื่อยกย่องและขอบคุณที่โรงงานศิริแสงอารำพี และเกษตรกรให้ความร่วมมือในการรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อใช้ผลิตปลาป่น ซึ่งมีส่วนสนับสนุนมาตรการของกรมประมงในการจัดการปัญหาปลาหมอคางดำประสบผล ส่งผลให้พบปลาหมอคางดำในสมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียงลดลง “เกียรติบัตรที่ได้รับจากกรมประมงสะท้อนความทุ่มเทของโรงงานที่ผนึกพลังกับกรมประมงช่วยกันแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำในจังหวัดสมุทรสาครอย่างจริงจัง นอกจากนี้ โรงงานยังได้รับการสนับสนุนที่ดีจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในการช่วยรับซื้อปลาป่นในราคาที่ดี และรับซื้ออย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้การกำจัดปลาหมอคางดำเกิดผลเป็นรูปธรรมทำให้จำนวนปลาหมอคางดำลดลงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่สมุทรสาครทำให้แหล่งน้ำหลายแห่งพบปลาลดลงถึง 70%” นายปรีชา กล่าว โรงงานปลาป่
กรมประมงเร่งระดมทุกสรรพกำลังจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติในทุกจังหวัด เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและชาวประมง ร่วมสร้างสมดุลระบบนิเวศ โดยบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าร่วมให้การสนับสนุนเครื่องมือจับปลา อาหาร และน้ำดื่มในการจัดกิจกรรมจับปลาในจังหวัดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ บริษัทเตรียมส่งมอบปลานักล่าเพิ่มอีก 19,000 ตัวเพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำให้กับประมงจังหวัดระยอง สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา เพื่อนำปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศให้มากที่สุด วันนี้ ซีพีเอฟร่วมสนับสนุนประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชจัดกิจกรรมลงแขกลง ครั้งที่ 6 บริเวณหน้าประตูระบายน้ำท่าพยา ในอำเภอปากพนัง โดยมีหน่วยงานภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน และชาวประมง คลอง ระดมจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ และเปิดรับซื้อปลาหมอหมอคางดำกิโลกรัมละ 15 บาทเพื่อส่งต่อให้สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดนำไปผลิตน้ำหมักชีวภาพสำหรับเกษตรกรต่อไป ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟร่วมกับประมงนครศรีธรรมราชจัดกิจกรรมส่งเสริมการนำปลาไปใช้ประโยชน์ และสนับสนุนปลากะพงขาวขนาด 4 นิ้ว จำนวน 5,000
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนกรมประมงขจัดและควบคุมปลาหมอคางดำใน 12 จังหวัด รับซื้อทำปลาป่นแล้วกว่า 750,000 กิโลกรัม ยังเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจจับปลาออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมลงพื้นที่รวมพลังกับจังหวัดสมุทรปราการ กรมประมง กองทัพบก กรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติการจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำในพื้นที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ กองทัพบกบางปู พร้อมมีอาสาสมัครกว่า 100 คนเดินทางมาจากจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมทอดแหจับปลานำไปทำปลาร้า หนุนประชาชน “กิน” พิชิต “หมอคางดำ” นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในกิจกรรม “ลงแขกลงคลองตัดวงจรการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำเพื่อรักษาสมดุลระบบนิเวศจังหวัดสมุทรปราการ ครั้งที่ 2” โดยมี นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง ร่วมกับอาสาสมัครจากจังหวัดร้อยเอ็ด และเรือนจำกลางสมุทรปราการ ลุยกำจัดปลาหมอคางดำบริเวณแหล่งน้ำพื้นที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ กองทัพบกบางปู ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ สามารถจับปลาหมอคางดำขึ้นมาได้ถึง 1,101 กิโลกรัม อาสาสมัครจากร้อยเอ็ดจะนำปลากลับไปทำปลาร้าต่อไป นอกจากนี้ ปลาที่จับได้ยังถูกส่งต่อให้การย
“ปลาหมอคางดำ” ถือเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนได้ระดมกำลังร่วมมือกันแก้ไข ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดำเนินการไปพร้อมกับการใช้องค์ความรู้จากนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เข้ามาสนับสนุน เพื่อให้สามารถควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เรื่องนี้ ซีพีเอฟ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ได้เดินหน้า 5 โครงการเชิงรุกบูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน หนึ่งในนั้นคือ ความร่วมมือกับ 3 สถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการ รวมถึงนวัตกรรม เทคโนโลยีที่ทันสมัย เข้ามาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในทุกมิติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย คณะประมง ซึ่งมีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญได้ทำการศึกษาวิจัยปลาชนิดนี้มาหลายปี ส่งผลให้มีองค์ความรู้เข้ามาช่วยเติมเต็มการแก้ปัญหาของภาครัฐได้ ผศ.ดร.สรณัฎฐ์ ศิริสวย ภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ กรมประมงมีการศึกษาเชิงลึกอยู่แล้ว และมีการเตรียมแผนอย่างดี เพื่อนำปลาขนาดใหญ่ออกจ
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ทุ่มงบประมาณ กยท. มาตรา 13 เพื่อการดำเนินธุรกิจฯ วงเงินรวม 50 ล้านบาท เตรียมจ่ายค่าหัวปลาหมอคางดำ กิโลกรัมละ 15 บาท ส่งผลิตเป็นปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ในการเกษตร มุ่งลดต้นทุนปัจจัยการผลิตให้เกษตรกรควบคู่การกำจัดปลาหมอคางดำศัตรูทำลายระบบนิเวศ นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญและรับทราบปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ จึงเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร โดยที่ประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 ได้มีมติให้ดำเนินมาตรการระยะเร่งด่วน คือการกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่มีการระบาด ทั้งนี้ กยท. เป็นหน่วยงานหนึ่งที่สามารถช่วยกำจัดปลาหมอคางดำซึ่งเป็นปลาที่ทำลายระบบนิเวศได้ จึงเตรียมรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ในการเกษตร โดยใช้เงินงบประมาณ กยท. มาตรา 13 สำหรับใช้ในการดำเนินธุรกิจของ กยท. ภายใต้โครงการจำหน่ายปัจจัยการผลิต แผนปฏิบัติการดำเนินงานด้านธุรกิจ ซึ่งคณะกรรม
