ขนมขบเคี้ยว
คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช พื้นที่ทุ่งใหญ่ นำโดย ผศ.ดร.สายใจ แก้วอ่อน ผศ.ผกามาส ปุรินทราภิบาล พร้อมด้วยทีมบุคลากร ดำเนินการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตขนมขบเคี้ยวและสารสีแดง (อังคัก) จากแป้งสาคู ให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตและแปรรูปสาคู อำเภอควนขนุน และอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง การจัดอบรมดังกล่าวอยู่ภายใต้การดำเนินงาน “โครงการวิจัยการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากแป้งสาคูในจังหวัดพัทลุง เพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์” จัดขึ้นที่ห้องนวัตกรรมอาหาร และอาคารเรียนรวม มทร.ศรีวิชัย ทุ่งใหญ่ ข้าวแดง หรืออังคัก หรือสารสีแดง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการหมักของราโมเนสคัส โดยใช้วัตถุดิบหรือธัญพืช โดยราโมเนสคัสจะเจริญบนข้าวนึ่งและสร้างสารที่ทำให้ข้าวเปลี่ยนเป็นสีแดง นิยมนำอังคักไปเป็นส่วนประกอบในการปรุงแต่งสีและกลิ่นของอาหารและเครื่องสำอาง ถือเป็นสีจากธรรมชาติที่ปลอดภัยใช้ทดแทนการใช้สารเคมีในผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณช่วยให้ระบบย่อยและไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ลดระดับคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้อีกด้วย สำห
เป็นที่ทราบกันดีว่ามูลค่าขนมขบเคี้ยวหรือสแน็คในบ้านเรานั้น ยอดขายปีหนึ่งหลายหมื่นล้าน ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ประกอบการรายเล็กรายใหญ่ต่างเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ น.ส.พัทธนันท์ แสงสุขเกษมศักดิ์ วัย 44 ปี เจ้าของ บริษัท ทันน่า ฟู๊ดส์ จำกัด เป็นผู้ประกอบการอีกรายที่เข้ามาสู่วงการผลิตสแน็ค ในชื่อแบรนด์ “แน็คเก็ต” (ชื่อลูกสาว) ซึ่งมีสินค้ารวมกว่า 22 รายการ อาทิ ชีสเชคไส้สับปะรด (ขนมปังกรอบไส้สับปะรด) กล้วยน้ำว้าทอดกรอบรสหวาน, เผือกแท่งทอดกรอบรสเค็ม, ฟักทองทอดกรอบรสหวาน และมันหวานแผ่นทอดกรอบรสหวาน ฯลฯ เชื่อว่าใครที่เป็นลูกค้าร้านเซเว่นฯ คงเคยลิ้มชิมรสกันไปบ้างแล้ว เพราะวางขายมานานถึง 15 ปี โดยช่วงแรก เธอส่งชีสเชคไส้สับปะรดเข้ามาขายก่อน เมื่อปี 2550 พอประสบความสำเร็จ จึงขยายไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆ น.ส. พัทธนันท์ เล่าที่มาที่ไปของการมาทำขนมขบเคี้ยวว่า หลังเธอเรียนจบปริญญาตรี คณะพาณิชย์ศาสตร์ฯ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ จบ MBA ที่เดียวกัน ก็ทำงานด้านจัดซื้อและการตลาดในบริษัทเอกชน สาเหตุที่เธอมาทำชีสเชคไส้สับปะรด เพราะครอบครัวอยู่อำเภอปรานบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีขนมปังไส้สับปะ
“มังคุดโยเกิร์ตอบกรอบ สูตรซินไบโอติก” ขนมขบเคี้ยวทางเลือกใหม่ สะท้อนไอเดีย “SCI+BUSINESS” ต่อยอดสู่ธุรกิจสร้างอาชีพ พร้อมยกระดับและช่วยเพิ่มมูลค่าผลไม้เศรษฐกิจไทย การันตีด้วยเหรียญทองนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์จากเวทีนานาชาติ ITEX 2019 ประเทศมาเลเซีย นักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) สาขาวิทยาศาสตร์อุตสาหการและการจัดการ (ISC) โชว์ผลงาน “มังคุดโยเกิร์ตอบกรอบ สูตรซินไบโอติก” (Mangosteen vegan yoghurt snack (formula: synbiotic)) ไม่เติมน้ำตาล ขนมทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพ ที่ได้รับการพัฒนาจากแนวคิดที่ต้องการผลิตขนมที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายสามารถตอบโจทย์คนรักสุขภาพ คนที่รับประทานมังสวิรัติ ด้วยการนำเนื้อมังคุดฟรีซดรายคุณภาพดีที่มีชิ้นขนาดเล็ก ไม่สามารถนำไปจำหน่ายเป็นเนื้อมังคุดฟรีซดรายเกรดพรีเมี่ยมได้ รวมถึงโยเกิร์ตถั่วเหลือง มาพัฒนาสูตรผ่านกระบวนการผลิตและแปรรูปที่ช่วยเพิ่มมูลค่า พัฒนาออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ขนมทานเล่นที่อุดมไปด้วยสารอาหารและคุณประโยชน์เชิงฟังก์ชัน รับประทานได้หลายรูปแบบ อีกทั้งยังง่ายต่อการพกพาและเก็บรักษาได้นาน ผลงานดังกล่าว เป็นการสร้างความแตกต่างให
โดยปกติแล้ว เวลานำเห็ดหอมมาประกอบอาหาร จะนิยมเอาส่วนที่เป็นหมวกของเห็ดมาทำอาหาร โดยตัดส่วนที่เป็นก้านเห็ดออก เพราะไม่เป็นที่นิยมนำมาประกอบอาหารรับประทาน ทำให้มีก้านเห็ดหอมที่ถูกตัดทิ้งอย่างน่าเสียดาย นั่นเพราะก้านเห็ดหอมล้วนอุดมไปด้วยโปรตีนและสารอาหารมากมาย ด้วยเหตุนี้เองทำให้ นักศึกษาสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ได้นำเอาก้านเห็ดหอมที่เหลือทิ้งมาประกอบเป็นอาหารสำหรับเป็นอาหารว่างขบเคี้ยว ที่ทั้งถูกปากและอุดมไปด้วยสารอาหารทางโภชนาการ เจ้าของผลงานเปิดเผยว่า ในแต่ละวันจะมีก้านเห็ดหอมที่ต้องทิ้งมากมาย จึงคิดว่า ถ้าหากสามารถนำก้านเห็ดหอมเหล่านี้มาทำประโยชน์ได้ก็คงจะดีไม่น้อย จากนั้นเป็นต้นมาจึงได้คิดค้นสูตรอาหารที่จะนำเอาก้านเห็ดหอมมาทำอาหาร จนสุดท้าย สามารถคิดค้นสูตรการทำ ขนมขบเคี้ยว (สแน็ก) ได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งสแน็กจากก้านเห็ดหอมนี้นอกจากจะให้รสชาติที่ถูกปากเหมาะจะเป็นของว่างแล้ว ยังอุดมไปด้วยสาอาหารจากเห็ด ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่า เห็ดเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี อีกทั้งยังประกอบไปด้วยเส้นใย คาร์โบไฮเดรต อีกด้วย หลายคนอาจเคยพบว่า ในท้องตลา
