ขยะพลาสติก
จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณร้อยละ 12 ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมด หรือประมาณปีละ 2 ล้านตัน มีการนำกลับไปใช้ประโยชน์ประมาณปีละ 0.5 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 25 ส่วนที่เหลือ 1.5 ล้านตัน หรือร้อยละ 75 ซึ่งพลาสติกส่วนใหญ่เป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use plastics) อาทิ ถุงร้อน ถุงเย็น ถุงหูหิ้ว แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก กล่องโฟมบรรจุอาหาร ไม่มีการนำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่ โดยส่วนใหญ่จะถูกทิ้งเป็นขยะมูลฝอยในปริมาณและสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2563 ได้มีการศึกษาปริมาณขยะพลาสติกที่เกิดขึ้น ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบว่า มีขยะพลาสติกประมาณ 6,300 ตันต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ของปริมาณขยะพลาสติกเมื่อเทียบกับในช่วงเวลาเดียวกันในสถานการณ์ปกติ เมื่อปี 2562 (ปี 2562 มีปริมาณขยะพลาสติกเฉลี่ย 2 ล้านตัน หรือประมาณ 5,500 ตันต่อวัน) เนื่องจากในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประชาชนมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการใช้บริการสั่งซื้อสินค้าและอาหารผ่านระบบออน
ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ดร.เรวดี อนุวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญวิจัย กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างอย่างยั่งยืน วว. หารือแนวทางจัดการขยะพลาสติกระดับอนุภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญประเทศพันธมิตรนานาชาติ ได้แก่ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ในการประชุม IPPIN Advisory Group Forum 2024 ในวันที่ 8 สิงหาคม 2567 ณ นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โอกาสนี้ ผู้ว่าการ วว. ในบทบาทของ Advisory Group Member, Thailand Chapter, Indo-Pacific Plastics Innovation Network (IPPIN) ได้นำเสนอการแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติที่ดีของประเทศไทย โดยมีจุดสำคัญคือ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technologies) กับบริบทความแตกต่างและเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ การสร้างความมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านการสร้างงาน สร้างรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญกับบทบาทสตรีและแม่บ้านในครัวเรือน ในส่วนของ ดร.เรวดี อนุวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญวิจัย วว. ได้นำเสนอความสำเร็จในการดำเนินงานของประเทศไทย พร้อมยกตัวอย่างค
“ขยะพลาสติก” เป็นปัญหาระดับโลกที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในสังคม ในแต่ละปีทั่วโลกมีการใช้ถุงพลาสติกมากถึง 5 แสนล้านใบ และครึ่งหนึ่งเป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single – use Plastics) สำหรับในประเทศไทยแต่ละปีมีการก่อขยะพลาสติกปริมาณกว่า 2 ล้านตัน โดยมีการใช้ถุงพลาสติกประมาณ 4.5 หมื่นล้านใบต่อปี และมากกว่าร้อยละ 50 เป็นขยะพลาสติกที่มาจากธุรกิจจัดส่งอาหาร ปัญหาขยะพลาสติกในประเทศไทยเริ่มหนักขึ้นและกำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้มีการ ลด-เลิกใช้พลาสติก (ถุงพลาสติกหูหิ้ว กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก ฟิล์มพลาสติก ฯ ) โดยใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือพลาสติกชีวภาพแบบ “ร้อยเปอร์เซ็นต์” หรือหมายถึงการยกเลิกใช้อย่างสิ้นเชิง ภายในปี 2565 แต่เนื่องจากการใช้ถุงพลาสติกเป็นภาพสะท้อนความเคยชินในชีวิตประจำวันของคนในสังคม ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของผู้ผลิ
• การผลิตขยะพลาสติกทั่วโลกมากถึง 370 ล้านเมตริกตัน ต่อปี คาดการณ์ ภายในปี 2050 ขยะพลาสติกกว่า 12 พันล้านตันจะทับถมอยู่ในหลุมขยะฝังกลบและปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมในธรรมชาติ • คอร์สแอร์ ผุดนวัตกรรม ไพโรไลซิส เทคโนโลยีสุดล้ำ แปลงขยะพลาสติกเป็นน้ำมันชีวภาพ สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ได้อย่างยั่งยืน กรุงเทพฯ 14 กรกฎาคม 2564 – คอร์สแอร์ กรุ๊ป (Corsair Group) บริษัทผู้พัฒนาโซลูชั่นธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งมีฐานการดำเนินงานทั้งในประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์ มุ่งมั่นนำเสนอโซลูชั่นใหม่เพื่อแก้ไขปัญหามลภาวะจากขยะพลาสติก มลพิษทางอากาศ และน้ำ ที่ทวีความรุนแรงและส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก พร้อมชูนวัตกรรมใหม่ล่าสุด “เทคโนโลยีไพโรไลซิส (Pyrolysis technologies)” ที่เปลี่ยนแปลงขยะพลาสติกให้เป็นน้ำมันชีวภาพขั้นสูง (Advanced Bio-oil) เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงทางเลือก พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรธุรกิจทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน นายยูสซี เว็คโค ซาโลรานตา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บร
