ขยายตลาด
องค์การสะพานปลา เร่งเครื่องขยายสะพานปลาท่าบกเต็มกำลัง ชูสะพานปลากรุงเทพ-สมุทรสาครโมเดลเป็นต้นแบบ ปูพรมจังหวัดหัวเมืองใหญ่ทั่วไทย ย้ำชัด! สิ้นปี 65 เห็น 4 แห่ง และแตะ 15 แห่ง ภายใน 5 ปี แน่นอน หวังช่วยชาวประมงพื้นบ้าน พ่อค้า แม่ค้า แพปลาขยายตลาด สร้างรายได้เพิ่ม ดร. มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดเผยว่า แผนการขยายสะพานปลาท่าบก ไปในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง และกรุงเทพฯ เพื่อช่วยกระจายสินค้าให้กับชาวประมงพื้นบ้าน พ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการแพปลา มีช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำ และอาหารทะเลเพิ่มขึ้น รวมถึงรองรับความต้องการของลูกค้าที่อยู่ห่างไกลทะเล ที่ต้องการบริโภคอาหารทะเลสดๆ สะอาด ปลอดภัย ปราศจากสารปนเปื้อนแบบส่งตรงจากทะเล (เรือประมง) ในราคาที่สมเหตุสมผลและเป็นธรรม ทั้งนี้ ปี 2565 จะปูพรมขยายเต็มสูบ ด้วยการเอาสะพานปลากรุงเทพและสมุทรสาครโมเดล ที่ อสป. ต้องการผลักดันสะพานปลาสมุทรสาคร ให้เป็น “Hub of Seafood” เป็นต้นแบบขยายสะพานปลาท่าบก โดยจะนำร่องที่ จ.ขอนแก่น ก่อน จากนั้นก็ขยายไปที่ จ. เชียงใหม่ พิษณุโลก ลำพูน สิ้นป
อสป. เร่งขยายท่าบก เจาะภาคเหนือ อีสาน และกรุงเทพฯ เต็มสูบ หวังบุกขยายตลาดขายสินค้าสัตว์น้ำใกล้บ้านผู้บริโภคให้มากที่สุด ช่วยสร้างยอดขายและกระจายสินค้าสัตว์น้ำให้พ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการแพปลาเพิ่ม พร้อมปักหมุดเปิดรับสมัครพนักงานหลายตำแหน่ง-หลายอัตรา ตั้งแต่วันนี้ถึง 18 ก.พ. 64 รองรับการขยายงานใหม่ที่เพิ่มขึ้น ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดเผยว่า อสป. ในฐานะที่เป็นรัฐวิสาหกิจขนาดเล็ก ในสังกัดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแผนที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงขยายงาน ด้วยการสร้างรายได้และผลกำไรให้เติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเตรียมผุดไอเดียใหม่ขยายท่าบก และช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ๆ ภาคเหนือ ภาคอีสาน และอีกหลายจุดในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ที่ต้องการบริโภคอาหารทะเลสดๆ สะอาด ปลอดภัย และปราศจากสารปนเปื้อน โดยมีจุดขายที่ส่งตรงจากทะเล (เรือประมง) ถึงบ้าน ทั้งนี้ รูปแบบการจัดจำหน่าย จะมีทั้งแบบขายหน้าร้าน และเดลิเวอรี่ (Delivery) หรือให้บริการส่งสินค้าถึงบ้าน ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ความต้องการ
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึง ผลการติดตาม โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ ซึ่งโครงการดังกล่าว กรมการข้าว เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานข้าวอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวอินทรีย์ผ่านการอบรมถ่ายทอดความรู้ และตรวจรับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ เป้าหมาย 1 ล้านไร่ ระยะเวลาดำเนินโครงการ ตั้งแต่ ปี 2560-2564 สศก. ได้ติดตามผลการดำเนินการระยะเวลา 3 ปี (ปี 2560-2562) พบว่า มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 107,354 ราย พื้นที่ 962,570 ไร่ เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดความรู้ในเรื่องต่างๆ อาทิ การเข้าสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ การผลิตพืชตามมาตรฐาน เกษตรอินทรีย์ การผลิตตามกระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ และการใช้สารชีวภัณฑ์ เป็นต้น โดยในปี 2563 มีเกษตรกรที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ปี 2560 ได้ผ่านการประเมินในระยะปรับเปลี่ยนและจะเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ Organic Thailand จำนวน 808 กลุ่ม 16,804 ราย คิดเป็นพื้
“ท็อปส์ พลาซ่า” ศูนย์การค้าขนาดย่อม 20,000 ตร.ม. พร้อมดีเดย์จะอวดโฉมเดือนธันวาคม นำร่องที่แรกเมืองชาละวัน “พิจิตร” จากนั้นเดือนมกราคม 2561 ปล่อยโฉมสาขา 2 ที่ “พะเยา” ต่อทันที โดย “ท็อปส์ พลาซ่า” จะเข้ามาเติมเต็มและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ โดยมี “ท็อปส์” ที่ปรับมาในบทบาทมาเป็นดีเวลอปเปอร์บริหารและขายพื้นที่ ควบคู่กับการดึงแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ทั้งร้านอาหาร แฟชั่น หรือโรงหนังเข้ามาเปิดร่วมทัพไปด้วยกัน จากที่ผ่านมา ท็อปส์จะอยู่ในบทบาทของแม็กเนตของการเป็นผู้เช่าในพื้นที่ศูนย์การค้าทั้งในศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัล อย่างเซ็นทรัลพลาซา หรือโรบินสัน รวมถึงการเข้าไปเช่าพื้นที่เปิดในศูนย์การค้าท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดสาขาพิจิตรที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการธันวาคมนี้มีขนาด 2 หมื่นตร.ม. ซึ่งท็อปส์จะเป็นแม็กเนตหลักด้วยขนาดพื้นที่ 7,000 ตร.ม. ที่เหลืออีก 13,000 ตร.ม.จะเป็นพื้นที่พลาซ่าให้ร้านต่าง ๆ “ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เล่าว่า เป็นทิศทางการขยายธุรกิจของท็อปส์ ซึ่งจะไปในจังหวัดที่ขนาดย่อม ถ้านับตามรูปแบบกา
พาณิชย์มั่นใจส่งออกทั้งปีพุ่งแตะ 5% ฟุ้งเอกชนยิ้มออกสดใสทุกตลาด พร้อมเดินหน้าบุกหนักตลาดจีนจับมือเว็บไซต์จีน ‘เจดีดอทคอม’ ยอดนิยมอันดับ 2 เปิดร้านไทยแลนด์ พาวิลเลียน บนเว็บไซต์ ดันสินค้าแบรนด์ไทยระดับสากล สยายปีกตลาดมังกร นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กล่าวถึงการส่งออกของไทยว่า จากที่กรมหารือกับภาคเอกชนผู้ส่งออกสินค้าอย่างต่อเนื่อง พบว่าหลายฝ่ายมั่นใจว่าการส่งออกในปีนี้จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 5% อย่างแน่นอน สินค้าที่ทำตลาดได้ดีคือ สินค้าประเภทอาหาร เช่น ไก่ กุ้ง สินค้าเกษตรมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น เห็นจากการจับคู่ธุรกิจในช่วงที่ผ่านประสบความสำเร็จเกินเป้า รวมทั้งสินค้าอุตสาหกรรมยานยนต์ แม้ปริมาณลดลงแต่มูลค่ากลับเพิ่มขึ้น เพราะเปลี่ยนจากส่งออกรถปิกอัพเป็นรถเก๋งมากขึ้น รวมทั้งสินค้าประเภทเม็ดพลาสติกขยายตัวมากขึ้นด้วย พบว่าทุกตลาดส่งออกไทยสดใส แม้จะมีปัญหาค่าเงินบาทแข็งตัวแต่อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ล่าสุดกรมขยายตลาดสินค้าไทยไปจีน ร่วมมือกับเว็บไซต์เจดีดอทคอม (www.jd.com) ของบริษัท จิงตง จำกัด (Jinddong) ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ ออนไ
