ขี้ควาย
ในปัจจุบัน วัว ควาย เริ่มมีบทบาทน้อยลงในการทำการเกษตรของคนไทย โดยเฉพาะการใช้วัว ควาย เพื่อเป็นแรงงานในการลากเกวียนและไถนา เนื่องมาจากเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ก้าวนำล้ำสมัยไปกว่าในอดีต ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาใช้เครื่องจักรทดแทน เช่น รถไถนา แทนการใช้แรงงานวัว ควาย เพื่อประหยัดเวลาในการทำงาน และมีความสะดวกในการใช้งานที่มากกว่า ทำให้ในทุกวันนี้เราเห็นเกษตรกรเลี้ยงวัว ควาย กันน้อยลง แต่ยังคงมีเกษตรกรไทยอีกจำนวนหนึ่งในหมู่บ้านกุรุคุ จังหวัดนครพนม ที่ยังคงดำเนินชีวิตโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งแปรเปลี่ยนสิ่งไร้ค่า “ขี้วัว ขี้ควาย” ที่คนทั่วไปมองว่าเป็นสิ่งสกปรก มีกลิ่นเหม็น ให้กลับมาเป็น “ทองคำ” บนผืนแผ่นดินไทย เป็นปุ๋ยคอกที่ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนดิน เป็นเงินตราที่ช่วยให้ชาวบ้านได้มีกินมีใช้ ไม่อดอยาก ช่วยให้ชาวบ้านสามารถดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง “พอมี พอกิน พอใช้” และตามพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช รัชกาลที่ 9 ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ที่ว่า “…ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารขอ
ฉันชอบเรือลำเล็กที่เทียบฝั่งอยู่ในบึงใหญ่ ยามเช้าที่ดอกบัวบานปริ่มน้ำเคียงกัน ยิ่งส่งให้เรือเป็นเรือที่มีชีวิตชีวา และหากว่าพบชาวประมงกำลังหาปลาอยู่ด้วยละก็ คงได้อ้อยสร้อยอยู่แถวนี้จนได้ปลามากินนั่นแหละ ฉันเคยไปบึงใหญ่มาหลายบึง อารมณ์คล้ายคลึงกัน น้ำมากน้อยตามปริมาณฝนและลักษณะบึงเป็นไปตามกายภาพที่แตกต่างกันในความเว้าแหว่งแคบกว้าง ภาษาชาวบ้านเขาจะจำแนกกายภาพนี้ตามภาษาและแบบของเขา อย่างที่คนนอกอย่างเรายากจะจดจำหากว่าไม่ลงลึกหรือบันทึกไว้ สำหรับฉันแล้วไม่ถึงขนาดมาทำวิจัยก็เลยไม่ได้ลงรายละเอียดปานนั้น จึงมีเพียงข้อมูลหยาบๆ ว่า บึงใหญ่หรือแก่งละว้าแห่งนี้มีพื้นที่เกือบสองหมื่นไร่ พื้นที่รับน้ำลงแก่งละว้าเกือบหกแสนไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ อันดับที่ 5 อยู่ในเขตอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เป็นแหล่งผลิตน้ำประปาของอำเภอบ้านไผ่ ที่มีประชากร 40 หมู่บ้าน ใช้ประโยชน์ในการหาอยู่หากิน และเป็นพื้นที่ปศุสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดขอนแก่น ตามข้อมูลที่ว่ามาเพียงคร่าวๆ นี้ พอจะมองเห็นได้ว่า แก่งละว้า มีความสำคัญแค่ไหน ต่อให้ไม่มีข้อมูลเป็นตัวเลขยืนยัน แค่สัมผัสด้วยสายตาที่มองเห็นภาพอย่
ในปัจจุบัน วัว ควาย เริ่มมีบทบาทน้อยลงในการทำการเกษตรของคนไทย โดยเฉพาะการใช้วัว ควาย เพื่อเป็นแรงงานในการลากเกวียนและไถนา เนื่องมาจากเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ก้าวนำล้ำสมัยไปกว่าในอดีต ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาใช้เครื่องจักรทดแทน เช่น รถไถนา แทนการใช้แรงงานวัว ควาย เพื่อประหยัดเวลาในการทำงาน และมีความสะดวกในการใช้งานที่มากกว่า ทำให้ในทุกวันนี้เราเห็นเกษตรกรเลี้ยงวัว ควาย กันน้อยลง แต่ยังคงมีเกษตรกรไทยอีกจำนวนหนึ่งในหมู่บ้านกุรุคุ จังหวัดนครพนม ที่ยังคงดำเนินชีวิตโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งแปรเปลี่ยนสิ่งไร้ค่า “ขี้วัว ขี้ควาย” ที่คนทั่วไปมองว่าเป็นสิ่งสกปรก มีกลิ่นเหม็น ให้กลับมาเป็น “ทองคำ” บนผืนแผ่นดินไทย เป็นปุ๋ยคอกที่ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนดิน เป็นเงินตราที่ช่วยให้ชาวบ้านได้มีกินมีใช้ ไม่อดอยาก ช่วยให้ชาวบ้านสามารถดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง “พอมี พอกิน พอใช้” และตามพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช รัชกาลที่ 9 ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ที่ว่า “…ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัว จ
