ข้าราชการ
รอยต่อระหว่างเริ่มต้นกับสิ้นสุดมาถึงอีกครั้งหนึ่ง คือรอยต่อของการรับราชการจะเริ่มต้นหรือลงท้าย มีขึ้นเมื่อสิ้นสุดเดือนกันยายนต่อกับเดือนตุลาคม ด้วยระบบราชการไทย นับการเริ่มต้นของการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายแผ่นดินประจำปีตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม และสิ้นสุดวันใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีในวันที่ 30 กันยายนปีเดียวกันนั้น ดังนั้น ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายนของทุกปี จึงคือฤดูแต่งตั้งโยกย้ายและขยับยศตำแหน่ง “ข้าราชการ” จากเดิมขึ้นไปสู่ตำแหน่งใหม่ เป็นไปตามปกติ ไม่ใช่วาระพิเศษที่เกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อวันที่ 30 กันยายน ผู้ที่อายุ 60 ปีบริบูรณ์ หรือสมัยนี้อาจจะอายุตามที่กำหนดในตำแหน่งนั้นให้เกษียณจากราชการ เนื่องจาก “รับราชการมานาน” หากเป็นตำแหน่งไม่สู้สำคัญ เท่ากับบุคคลผู้นั้นต้องพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ในราชการนั้น ไปรับบำนาญแทนเงินเดือนเป็นค่าตอบแทนการรับราชการมานาน กระทั่งพ้นจากข้าราชการบำนาญเมื่อ “เสียชีวิต” หรือ “พอใจ” รับ “บำเหน็จ” คือ “เงินก้อน” ครั้งเดียว แทนบำนาญที่รับเป็นรายเดือน ต้องว่ากันเรื่องนี้ เมื่อถึงรอยต่อระหว่างเดือนกันยายนกับเดือนตุลาคม ทุกปี เกรงว่าจะหลงลืมเมื่อใกล้ถึงวัน
จากกระแสความนิยมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ชอบกินต้นอ่อนผักชนิดต่างๆ รวมทั้งกระแสรักสุขภาพที่เกิดขึ้น ทำให้คนหันมากินและเลือกซื้อหาผักออร์แกนิก ผลไม้ไร้สารพิษกันมากขึ้น คุณรติรัตน์ นุชนารถ หรือ คุณน้อง วัย 55 ปี ก็เช่นกัน ชอบรับประทานผักบุ้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บังเอิญเพื่อนคนหนึ่งซื้อต้นอ่อนผักบุ้งมาฝากเพราะเห็นว่าชอบ เลยเกิดไอเดียขึ้นมาว่าทำไมถึงไม่เพาะเพื่อกินเอง และคิดว่าเพาะเองก็คงไม่ยาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็เพาะต้นอ่อนทานตะวันอยู่ก่อนแล้ว จึงได้ตัดสินใจเพาะต้นอ่อนผักบุ้ง เริ่มแรกๆ ที่เพาะ ก็ไม่ได้ผลดีมากนัก กว่าจะเรียนรู้เทคนิคและวิธีการปลูกที่ได้ผลดี ลองผิดลองถูกมาใช้เวลาพอสมควร โดยอาศัยการค้นคว้าข้อมูลต่างๆ จากอินเตอร์เน็ตเป็นตัวช่วย ปัจจุบัน คุณรติรัตน์ มีอาชีพเป็นข้าราชการ แต่เพาะต้นอ่อนผักบุ้งขายเป็นรายได้เสริม ซึ่งเธอจะนำต้นอ่อนผักบุ้งไปขายช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และทำส่งให้กับแม่ค้าคนกลางรายหนึ่ง ตามแต่ออเดอร์ที่สั่งมา คนกลางจะรับไปขายอีกต่อหนึ่งตามงานแสดงสินค้าเกษตรบ้าง ออกบูธตามห้างสรรพสินค้าบ้าง เนื่องจากคนที่มารับไปเป็นสมาชิกเกษตร ซึ่งเขามีแหล่งขายอย
