ข้าวยุคใหม่
ไบเออร์ โดยความร่วมมือกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit: GIZ) และสภาธุรกิจเพื่อความเข้าใจระหว่างประเทศ (Business Council for International Understanding: BCIU) จัดงานเสวนา “Securing the Future of Rice: Innovation and Partnerships Advancing Food Security, Climate Resilience and Low-Carbon Rice Systems” ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรด้านการพัฒนาการเกษตร ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของการผลิตข้าวในเอเชีย ข้าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางอาหารของโลกและเป็นรากฐานในการดำรงชีวิตของเกษตรกรหลายล้านคน แต่การผลิตข้าวกำลังเผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้นในด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน งานเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญระดับสูงจากภาครัฐ องค์กรพหุภาคี สถาบันวิจัย ภาคการเงิน และภาคเอกชน เพื่อหาแนวทางการขยายผลระบบการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำในภูมิภาค ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนมุมมองว่
ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้นทุกปี การเกษตรไทยเดินหน้าขับเคลื่อนการส่งเสริม โดยกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เดินหน้าโครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Strengthening Climate – Smart Rice Farming: Thai Rice GCF) ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการทำการเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศสู่เกษตรกรไทยใน 21 จังหวัดทั่วประเทศ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เทคโนโลยีทั้ง 11 วิธีในโครงการฯ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรไทย “อยู่รอด” ท่ามกลางความผันผวนของภูมิอากาศ และยัง “อยู่ดี” ด้วยรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น การดำเนินโครงการฯ ที่เริ่มในปี 2567 และจะขยายต่อเนื่องจนถึงปี 2571 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำนาได้มากกว่า 2.4 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e) รวมถึงเตรียมขยายผลเกษตรกรรายย่อยกว่า 250,000 ราย ทั่วประเทศ ให้สามารถทำนายุคใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นผลตอบแทนของเกษตรกรต้นแบบแต่ละรายที่สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ แ
