ข้าวสารไทย
สมาคมผู้ส่งออกข้าวหวั่นส่งออกปีนี้ สะดุด เหตุญี่ปุ่นปรับค่า MRLs ฟอสอีทิล จาก 0.5 Mg/Kg เหลือ 0.01 Mg/Kg บังคับใช้ ต.ค.นี้ แถมค่าบาทแข็ง คาดทั้งปีเหลือ 9.5 ล้านตัน ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ปี 2561 วางเป้าหมายการส่งออกข้าว 9.5 ล้านตัน มูลค่า 4,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ปี 2560 ส่งออกได้ 11.63 ล้านตัน มูลค่า 5,167 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนผลผลิตภายในประเทศคาดการณ์ทั้งปีที่ 30 ล้านตันข้าวเปลือก โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกมากที่สุดคืออัตราแลกเปลี่ยน โดยเงินบาทแข็งค่ากว่า 3% สูงกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนาม ทำให้ไทยขายข้าวแพงขึ้น 12 เหรียญสหรัฐต่อตัน จึงหวังให้รัฐเข้ามาดูแลค่าเงินให้มีเสถียรภาพไม่ผันผวนมากเกินไป และหากปรับให้อ่อนค่าลง เพื่อให้ผู้ส่งออกข้าว และผู้ส่งออกสินค้าเกษตรอื่นที่ได้รับผลกระทบปรับตัวได้ มองว่าค่าเงินบาทที่เหมาะสมควรอยู่ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สำหรับค่าเงินบาทที่แข็งค่ามีผลต่อศักยภาพการแข่งขันการส่งออกข้าวไทย ดังนั้นเพื่อผลักดันการส่งออกให้ขยายตัวดี ต้องการให้ราคาข้าวไทยใกล้เคียงกับคู่แข่ง หากสูงเกินไปทำให้
ธ.ก.ส.ใกล้ปิด “จำนำยุ้งฉาง” ข้าวไหลเข้าโครงการแค่ 1 ล้านตันข้าวเปลือกเชื่อชาวนาไถ่ถอนกว่า 7 แสนตัน วงการค้าข้าวชี้ราคาข้าวอยู่ช่วงขาลง เหตุข้าวเวียดนามออกสู่ตลาดส่งผลข้าวไทยแข่งราคาหนัก หลังรัฐเปิดประมูลขายข้าว 2.8 ล้านตัน ผู้ส่งออกเสนอราคาซื้อต่ำมาก ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ได้รายงาน ครม. เพื่อรับทราบความคืบหน้าการดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวปีการผลิต 2559/2560 ณ เดือนมกราคม 2560 ในส่วนสถานการณ์ด้านการตลาดปรากฏ มาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกที่ความชื้น 15% (30 ม.ค. 2560) ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนดำเนินโครงการ (15 พ.ย. 2559) โดยข้าวหอมมะลิ เพิ่มขึ้น 500-1,700 บาท/ตัน, ข้าวหอมมะลิ เพิ่มขึ้น 1,000-1,200 บาท/ตัน, ข้าวเหนียวคละ 1,100-2,000 บาท/ตัน, ข้าวเจ้า 5% 100-500 บาท/ตัน และข้าวปทุมธานี 200-400 บาท/ตัน เป็นผลมาจากการดำเนินโครงการ 4 โครงการ สามารถดึงอุปทาน (ปริมาณ) ข้าวเปลือกออกไปแล้ว ประมาณ 5.099 ล้านตัน หรือคิดเป็น 37.77% จากเป้าหมาย 13.5 ล้านตัน แบ่งเป็น 1) โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้
