ข้าวแคบ
“…ร่วมกันก็หมายความว่าสมาชิกในแต่ละสหกรณ์ จะต้องเพาะความสามัคคีกัน ความเข้าใจอันดีซึ่งกันและกัน และสหกรณ์ต่างๆ ก็จะต้องพยายามที่จะอุดหนุนส่งเสริมกัน แลกเปลี่ยนความคิดกัน เพื่อประโยชน์ของแต่ละคน มิใช่เพื่อประโยชน์ของ คำว่า สหกรณ์เท่านั้น…” พระราชดำรัส พระราชทานแก่ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นิคม และสหกรณ์ประมงทั่วราชอาณาจักร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ ศาลาดุสิดาลัย วันจันทร์ ที่ 7 พฤษภาคม 2522 อำเภอลับแล หรือ เมืองลับแล เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเมืองล้านนาโบราณมีมาตั้งแต่สมัยก่อนกรุงสุโขทัย คำว่า “ลับแล” นั้น ตามข้อสันนิษฐานว่า เดิมชาวเมืองแพร่ เมืองน่าน หนีข้าศึกและความเดือดร้อนมาซุ่มซ่อนตั้งชุมชนอยู่บริเวณนี้ เนื่องจากเป็นที่ป่ารก หลบซ่อนตัวง่าย และภูมิประเทศเป็นเมืองอยู่ในหุบเขามีที่เนินสลับกับที่ต่ำ คนต่างเมืองถ้าไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศจะหลงทางได้ง่าย เมืองลับแล มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์สำหรับการเพาะปลูก ชาวเมืองลับแลส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร พืชผลที่ทำรายได้ และสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองลับแล คือ ลางสาด ทุเรียน หอมแดง และยามว่างจากการทำสวน ทำไร่ ทำนา ชาวเมืองลับแลยัง
นายธาดา ใจปินตา ครูโรงเรียนลูกรักเชียงของ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เผยว่า “ข้าวแคบกราโนล่า” ซึ่งเป็นผลงานของทางโรงเรียน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการเข้าร่วมโครงการ ค่ายอุตสาหกรรมอาหาร : Healthy Foods for Healthy Life จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภาคเหนือ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) สาเหตุที่คิดทำเมนูนี้เพราะมองว่าอาหารสุขภาพที่ถูกปากคนไทย คงหนีไม่พ้นประเภทเมี่ยงพันผัก หรืออาหารที่ใช้ผักสดมาห่อเป็นคำๆ ทานกับน้ำจิ้มรสเด็ด “ผมเลยคิดถึงแหนมเนือง อาหารเวียดนาม พร้อมกันนั้นได้คิดต่อยอด โดยนำแผ่นแป้งแหนมเนืองมารวมกับอาหารว่างพื้นบ้านของชาวอุตรดิตถ์อย่างข้าวแคบลับแล และสร้างความแตกต่างด้วยการนำกราโนล่า (Granola) หรือธัญพืชอบกรอบชนิดต่างๆ ของตะวันตกมาใส่ด้วยเพื่อให้ผู้ที่รักสุขภาพได้รับประโยชน์สูงสุด” นายธาดา กล่าวว่า แผ่นแป้งข้าวแคบคล้ายแผ่นโรตีสายไหม มีรสชาติเค็มๆ ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าที่หมักปรุงรส อาทิ รสผักหวาน รสพริกหวาน รสอัญชัน หรือรสฟักทอง เป็นต้น แล้วนำมานึ่งบนปากหม้อที่ตรึงด้วยผ้าขาวบาง เหมือนทำข้าวเกรียบปากหม้อ แล้วนำไปตากแดดจนแห้ง ทั้งนี้ก
