ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา
นางสาวอุษา โทณผลิน ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 11 อุบลราชธานี (สศท.11) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีความต้องการสูง ซึ่งผลผลิตเกือบทั้งหมดได้นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์อีกทั้งนโยบายภาครัฐมีโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรในการปลูกพืชทดแทนการปลูกข้าวนาปรัง ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคงมากขึ้น สศท.11 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเกษตรกรมีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่น 2 (ข้าวโพดหลังนา) ปลูกช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ของปีถัดไป และเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน จากข้อมูลพยากรณ์ ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2565 คาดว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 (ข้าวโพดหลังนา) ปีเพาะปลูก 2564/65 มีเนื้อที่ปลูกรวม 65,383 ไร่ ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 66,006 ไร่ (ลดลงร้อยละ 0.94) ผลผลิตรวม 53,281 ตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 53,465 ตัน (ลดลงร้อยละ 0.34) ทั้งนี้ เนื้อ
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา ปีเพาะปลูก 2561/62 ที่ปลูกระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึงกุมภาพันธ์ 2562 ในเขตภาคเหนือตอนล่างของแหล่งผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำคัญใน 5 จังหวัด เปรียบเทียบกับข้าวนาปรัง หลังจากเกษตรกร เข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาของรัฐบาล โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกแทนข้าวรอบ 2 (ข้าวนาปรัง) ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 (สศท.12) จังหวัดนครสวรรค์ (ข้อมูล ณ 19 เมษายน 2562) พบว่า กำแพงเพชร เกษตรกรมีต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4,768 บาท/ไร่ เกษตรกรขายได้ (ความชื้น 14.5%) ราคากิโลกรัมละ 8.00 บาท ได้ผลตอบแทน 7,357 บาท/ไร่ คิดเป็นรายได้สุทธิ 2,589 บาท/ไร่ ในขณะที่ข้าวนาปรัง เกษตรกรมีต้นทุน 4,231 บาท/ไร่ เกษตรกรขายได้ (ความชื้น 15%) ราคากิโลกรัมละ 7.40 บาท ผลตอบแทน 5,325 บาท/ไร่ รายได้สุทธิ 1,095 บาท/ไร่ พิจิตร ต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4,604 บาท/ไร่ เกษตรกรขายได้ (ความชื้น 14.5%) ราคากิโลกรัมละ 7.90 บาท ผลตอบแทน 6,708 บาท/ไร่ ร
