ข้าวไร่ดอกข่า
กรุงเทพฯ 22 สิงหาคม 2567 – กรมการข้าว เดินหน้าเสริมศักยภาพและมูลค่าให้พื้นที่ผลิตข้าวทั่วประเทศ เร่งผลักดันข้าวไทยให้มีมูลค่าสูงผ่านแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือสินค้า GI เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ ทั้งในการนำอัตลักษณ์ไปต่อยอดการแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าว การยกระดับแบรนด์สินค้า และการใช้ชื่อเสียงจากความเป็นสินค้า GI สร้างคุณค่าและความยั่งยืน พร้อมโชว์ชุมชนตัวอย่าง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มมีเส้นบางกินน้ำ ตำบลบางเหรียง อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา แหล่งผลิตข้าวไร่ดอกข่า (GI) ข้าวพื้นถิ่นของดีจังหวัดพังงาที่มากด้วยสรรพคุณสำหรับคนรักสุขภาพ พร้อมทั้งได้มีการแปรรูปเป็นสินค้าชนิดต่างๆ อาทิ ขนมจีนอบแห้งและน้ำยากึ่งสำเร็จรูป ข้าวบรรจุสุญญากาศ อีกทั้งยังสามารถนำสินค้าก้าวสู่ช่องทางการขายออนไลน์ นางจรัญจิต เพ็งรัตน์ รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว กรมการข้าว เปิดเผยว่า การผลักดันมูลค่าจากการปลูกข้าวยังคงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับประเทศไทยในหลายๆ พื้นที่ เนื่องจากบริบทของแต่ละแปลงนารวมทั้งความต้องการทางการตลาดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น การส่งเส
ข้าวเป็นอาหารหลักที่คนในถิ่นสุวรรณภูมิบริโภคมาช้านาน ในยุค 100 ปีที่ผ่านมา มีข้าวพันธุ์ต่างเป็นพันชนิด เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวกต้องทำให้ชาวนาเก็บพันธุ์ของตัวเองไว้ เพราะพันธุ์เหล่านั้นเหมาะสมกับการปลูกในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นความไวแสง ระยะเวลาการเก็บเกี่ยว ฤดูกาล ปริมาณน้ำซึ่งอาจไม่เหมาะกับที่อื่น ประกอบกับการสมัยก่อนการปลูกข้าวมีเพื่อการบริโภคภายในครัวเรือน ไม่ได้คำนึงว่าจะต้องขาย จึงทำให้พันธุ์ข้าวของไทยมีหลากหลายซึ่งเหมาะสมกับการเพาะปลูกในแต่ละท้องถิ่น ข้าวนอกจากปลูกในนาได้แล้ว ชาวบ้านที่อยู่ในที่ดอนไม่มีน้ำขังเหมือนนาในที่ลุ่ม ก็สามารถปลูกข้าวได้ เราเรียกว่า ข้าวไร่ เคยได้ไปสัมผัสกับตัวเองบนดอยที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ข้าวที่นั่นตำทุกวันเฉพาะกินได้ตลอดวันนั้น ลักษณะข้าวเมล็ดจะสั้นๆ ป้อมๆ เหมือนข้าวญี่ปุ่น กินข้าวเปล่าเข้าไปคำแรกหวานมาก นึกเปรียบเทียบกับข้าวที่เรากินในเมืองจะสู้ไม่ได้เลย มีโอกาสกินได้หลายมื้อ ประทับใจข้าวดอยอยู่ไม่รู้ลืม ส่วนในภาคใต้เป็นภาคที่มีเกษตรกรทำนาน้อยที่สุด ส่วนใหญ่พื้นที่เกษตรจะเป็นสวน ในการคมนาคมสมัยก่อนก็ไม่สะดวก ชาวบ้านที่ไม่มีพื้นที่ลุ่มที่สามารถมาทำนาได้
