คนเกษตรเล่าเรื่อง
ถนนพหลโยธินที่ทอดยาวจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปถึงจังหวัดเชียงราย ถนนนี้ในสมัยนั้น เป็นถนนลาดยาง รถยนต์วิ่งแถวเดียวสวนกันไปมา ตรงสะพานควายจะเป็นตลาด มีร้านค้าหนาแน่น แล้วต่อจากนั้นก็มีแต่ถนน ด้านข้างมีต้นไม้ใหญ่ปลูกข้างทางเรียงเป็นแถว มีลำคลองขนานไปกับถนน เมื่อผ่านสามแยกลาดพร้าวมาสักพัก ก็จะถึง แถวของร้านค้าที่มีจักรยานจอดเรียงกันเป็นแถว ตรงนี้เรียกว่าสามแยกเกษตร ซึ่งตอนกลางวันจะมีรถวิ่งผ่านไปมาอยู่เรื่อยๆ แต่ตกค่ำแล้ว นานๆ จึงจะมีรถมาสักคัน มีแต่จักรยานขี่ไปมา เหมือนเมืองคาวบอยที่มีแต่ม้า ที่นี่ ห่างจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิประมาณ 15 กิโลเมตร จำได้ไหมครับ ถิ่นเดิมของเรา “เกษตรบางเขน” ชีวิตนิสิตเกษตร เมื่อระหว่างปี 2507-2511 ซึ่งผ่านมากว่า 50 ปีแล้ว เมื่อถึงปลายเดือนมกราคม ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย คือวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ในช่วงนั้นเป็นเวลาที่ทางมหาวิทยาลัยได้จัดให้มีงานลีลาศโต้รุ่งกลางทุ่งบางเขน หลังหอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัย งานนี้มีชื่อเสียง เคยได้ยินมาตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็ก พร้อมกับเพลง รำวงเกษตร (เกษตรนี่หล่อจริงๆ…ฯลฯ) และเพลงเกษตรลา (เกษตรจะต้องลา
ความจริงแล้ว นั่งเครื่องบินมาลงที่ลอสแองเจลิส แต่ไม่เห็นมีใครเรียกตรงที่อยู่นี้ว่า ลอสแองเจลิส กลับเรียกว่า Northridge คิดว่า คงเป็นเมือง suburb อยู่ทางเหนือเยื้องมาทางตะวันตกของลอสแองเจลิส อยู่ไม่ห่างทะเลมากนัก แต่อากาศแห้ง และไม่มีฝนในฤดูร้อน เหมือนกับประเทศในเขตอบอุ่นอื่นๆ คาดว่าจะมีฝนในช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นระยะเปลี่ยนฤดูกาล จากร้อนเป็นหนาว หรือในขณะที่โลกเปลี่ยนแกน หันซีกโลกทางเหนืออยู่ใกล้ หรือไกลจากดวงอาทิตย์ ขณะนี้ทางเหนือของโลกหันเข้าหาดวงอาทิตย์ (อยู่ใกล้) ด้านบนของโลกจึงเป็นหน้าร้อน กลางวันยาว ถามเพื่อนดูว่า แถวนี้เอาน้ำที่ไหนมาเป็นน้ำกินน้ำใช้ เพราะฝนไม่ตกเลย เพื่อนให้ความเห็นว่า คงจะต่อท่อมาจาก Colorado Spring ซึ่งอยู่ห่างพอสมควร ลองคิดสรุปๆ ดูว่า ถึงแม้ส่วนเหนือของโลกนี้จะอากาศเย็น แต่ความร้อนของแสงอาทิตย์ก็เผาผลาญน้ำในทะเลเป็นความชื้น และลมก็พัดพาความชื้น ไปสะสมบนท้องฟ้าเหนือแผ่นดิน ล่องลอยไปเรื่อยๆ แม้จะไม่เกิดฝน แต่เมื่ออากาศหนาวจัด ก็ทำให้ความชื้นในอากาศแข็งตัว เป็นหิมะตกลงมา โดยเฉพาะทางตอนเหนือและตอนกลางของประเทศ เพราะฉะนั้น คิดว่า ยังไงในอเมริกาก็ยังมี
มีท่านผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และเพื่อนๆ แนะนำให้ไปเที่ยวมากๆ โดยเฉพาะลาสเวกัส และยังมีจุดต่างๆในลอสแองเจลิส ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็อยากจะไป และยังมีเพื่อนๆ ที่ยินดีบริการพาเที่ยว แต่การเดินทางมาเที่ยวนี้ คงไม่สามารถจะไปได้ ตั้งใจอยากมาเจอหลานๆ และอยู่กับหลานๆ ให้นานๆ เท่านั้น อีกไม่นาน หลานก็จะโต เราก็แก่ แล้วก็ต้องจากตามสัจธรรมของชีวิต ถ้าครั้งต่อไป มีโอกาส และมีใครไปเป็นเพื่อน คงไม่รีรอที่จะหนีลูก หลานๆ ไปเที่ยวด้วยแน่ เมื่อสมัยยังทำงานที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และเคยรับผิดชอบงานวิชาการมาเป็นเวลานาน จึงได้มีโอกาสเดินทางไปประชุมเพื่อเสนอรายงานทางวิชาการ ไปร่วมในการจัดดูงานวิจัยทางเทคโนโลยีใหม่ๆ และการประชุมประจำปีขององค์การนานาชาติ เช่น FAO, WFO เป็นต้น ทำให้ในช่วงทำงาน ได้เดินทางเป็นว่าเล่น ในสถานการณ์ต่างๆ กัน เมื่อมาถึงตอนเกษียณอายุนี้ ได้แต่คิดถึงความหลัง ไม่มีโอกาสแบบเก่าๆ อีกแล้ว เมื่อวานนี้ ไปเที่ยว mall กันเหมือนเคย แม่เขาพาลูกๆ ไปเล่นของเล่นกัน คือเป็นที่ปีนป่ายไปมาเหมือนทุกแห่ง ที่บ้านเราก็มี แต่ที่นี่ ราคาที่เข้าไปเล่นจะสูงหน่อยคือ คนละ 9 เหรียญ แล้วขอสัญญา
วันนี้คือวันที่ 4 กรกฎาคม หรือ Fourth of July ซึ่งเป็นวันสำคัญของประเทศสหรัฐอเมริกา หลายๆ แห่ง คงจะประดับธงอเมริกันและพักผ่อนตามอัธยาศัย เช่น ปิกนิก ทำฮ็อตดอก หรือแฮมเบอร์เกอร์ หรือเล่นกีฬา สนุกสนานกัน ได้ค้นหาใน google เกี่ยวกับวันประกาศอิสรภาพ มีข้อมูลที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังดังนี้ เมื่อปี 1775 ประชาชนในรัฐ New England เริ่มต่อสู้เพื่อประกาศอิสรภาพ จนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 1776 สภา Congress ได้โหวดอย่างลับๆ เพื่อเป็นอิสรภาพจากอังกฤษ แล้วออกประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 กรกฎาคม 1776 แล้วในวันที่ 2 สิงหาคม 1776 ก็มีการริเริ่มร่างสัญญา Thomas Jefferson และ John Adams ได้ลงนามในสัญญาประกาศอิสรภาพ ในวันที่ 4 กรกฎาคม 1826 หรือเป็นเวลา 50 ปี หลังจากเริ่มที่มีการต่อสู้ ซึ่งเรื่องนี้ กลุ่มชาวพื้นเมืองอเมริกันก็ได้ประโยชน์ด้วย โดยสามารถกำหนดอะไรได้ด้วยตัวเอง เหมือนกับตอนก่อนที่ชาวยุโรปจะเข้ามา John Adams ได้เขียนจดหมายถึงภรรยาเขา ชื่อ Abigail เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 1776 ว่าชาวอเมริกัน เริ่มฉลองอิสรภาพของพวกเขา โดยมีขบวนพาเหรด เต้น pom เล่นกีฬา เล่นรอบกองไฟ และตีระฆัง ในปี 1780 รัฐบาลได้ประกาศวั
ความคิดก่อนหน้านี้ที่จะเดินทางมาที่นี่ ได้ตัดใจมานานแล้วว่า คงไม่ได้มาอีก เพราะไกล และค่าใช้จ่ายสูง แต่พอเห็นรูปหลานๆ ทางอินเตอร์เน็ต ก็อดไม่ได้ที่จะต้องตัดสินใจมา เพราะหลานๆ โตขึ้นทุกๆ วัน อยากจะกอดจะปล้ำหลานตอนขณะยังเล็กๆ อยู่ และตอนนี้ได้อยู่ใกล้ชิด เล่นกับหลาน กระเซ้าเย้าแหย่สมใจแล้ว คราวนี้ เมื่อถึงวันจะกลับ คงจะทำใจลำบากแน่นอน ที่อเมริกานี้ ผมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไร สมัยที่ทำงานอยู่ เคยมาบ่อยๆ ก็จริง แต่มาแบบไม่นาน ทำธุระเสร็จก็กลับบ้าน เคยแต่มาอยู่กับครอบครัวเกษตรกร ที่เป็นการเดินทางครั้งแรกในชีวิตที่อยู่นานหน่อย ไม่เหมือนกับเพื่อนๆ ที่มาเรียนต่อที่นี่ อยู่หลายๆ ปี และหลายๆ คนก็อยู่อย่างถาวรจนถึงปัจจุบัน ซึ่งวันนี้ จะได้พบกับพวกเขาบางคนด้วย การที่มาใช้ชีวิตในต่างแดนนานๆ มีคุณค่ามหาศาล อย่างน้อยก็เห็นข้อแตกต่างระหว่าง เขากับเรา ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ คุณค่าของการเรียนรู้ชีวิตที่แตกต่าง ทำให้เห็นปัญหา และข้อที่น่าจะทำของชีวิต และการทำงานของตัวเอง ในสมัยที่ทำงาน ผมจึงกระตุ้นให้เพื่อนๆ ร่วมงานได้เดินทางกัน เริ่มต้นสงสัยไหมว่า ในศตวรรษที่ 15 ทำไมเขาถึงคิดต่อเรือลำใหญ่ๆ วิ่งไปทั่วโลก โดยไ
ตั้งแต่ค่ำวันพุธที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา ขอเริ่มต้นเรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นั่งรอขึ้นเครื่องไปสนามบิน Incheon ประเทศเกาหลี เพื่อเดินทางต่อไปที่ เมืองลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งครอบครัวของลูกสาวอยู่ที่ Northridge เขาอยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยที่นั่น ลูกสาวได้จองเครื่องบินขากลับให้ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 แสดงว่า ผมจะได้มีโอกาสอยู่กับลูกและหลาน ประมาณ 20 วัน (อันมีค่า) เท่านั้น ยังคิดถึงการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกและไปสหรัฐอเมริกาครั้งแรกในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2514 ซึ่งตอนนั้นเป็นไอ้ขี้เมา ข้าราชการภูธรอยู่ที่ฉะเชิงเทรา ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะออกไปสู่โลกภายนอกได้ การไปต่างประเทศสมัยนั้นยากมาก เหมือนได้ไปสวรรค์ เริ่มตั้งแต่ที่สนามบินดอนเมืองอันเก่าแก่ ยังจะต้องแต่งตัวใส่เสื้อนอกโก้มากๆ ญาติพี่น้องเพื่อนๆ ที่ไปส่งต้องซื้อพวงมาลัยให้แขวนคอเหมือนนักมวย ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกแบบไม่เสียดายฟิล์ม ตอนนั้น ขึ้นเครื่อง Cathey Pacific จากไอ้ควายบ้านนอก มาเห็นพนักงานบริการบนเครื่อง และที่อยู่ห้องพักผู้โดยสารที่ฮ่องกงงดงามเหมือนนางฟ้านางสวรรค์ ได้ขอ blanket บนเครื่องบ
