ความมั่นคงทางอาหาร
นายนรภัทร ศรีษะนอก ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี กรมการข้าว เปิดเผยว่า โครงการเพิ่มศักยภาพระบบงานเกษตรภายใต้แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นการดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวและพัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรให้แก่โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย กรมการข้าว โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนโครงการฯ โดยมุ่งเน้นการยกระดับการจัดการแปลงนาข้าวในโรงเรียนและชุมชนรอบข้าง เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงปฏิบัติการให้แก่เด็กและเยาวชน เช่น การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เช่น พันธุ์ข้าวเหนียว พันธุ์ข้าวเจ้า ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อใช้ปลูกในแปลงนาสาธิตของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) พร้อมทั้ง ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการปลูกข้าว (Smart Junior Farmer) โดยสนับสนุนการจัดตั้งแปลงนาสาธิตเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนแบบลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing)
ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี จับมือ มทบ.24 พัฒนาพื้นที่ 17 ไร่หลังค่ายประจักษ์ศิลปาคม สนองพระราชดำริ “ทหารพันธุ์ดี” ปั้นศูนย์เรียนรู้และแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่กำลังพลและชุมชน พร้อมสำรองเมล็ดพันธุ์รับมือภัยพิบัติและสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน นายนรภัทร ศรีษะนอก ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี กรมการข้าว เปิดเผยว่า “โครงการทหารพันธุ์ดี” เป็นโครงการในพระราชดำริฯ ที่มุ่งให้หน่วยทหารใช้พื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์ ด้วยการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่มีคุณภาพ เพื่อใช้บริโภคภายในชุมชน สำรองไว้ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ รวมทั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กำลังพล ครอบครัว และประชาชนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง สำหรับ มทบ.24 ได้เริ่มพัฒนาพื้นที่ว่างบริเวณหลังค่ายประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่ปี 2556 เนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดอุดรธานี โดยน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นหลักในการดำเนินงาน เน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้กำลังพลและประช
หนึ่งในปัญหาใหญ่ของเกษตรกรรมไทยที่ผ่านมา คือการที่ชาวสวนปลูกผักผลไม้โดยไม่มีข้อมูลความต้องการของตลาดล่วงหน้า ทำให้ผลผลิตออกมาพร้อมกันจนล้นตลาด เกษตรกรต้องเจอกับภาวะขาดทุน รวมถึงคุณภาพของผลผลิตที่ไม่สม่ำเสมอ สร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่ระดับฐานรากอย่างเกษตรกรที่ขาดความมั่นคงทางรายได้ ไปจนถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร การค้าปลีก และภาคการส่งออกที่ต้องเผชิญความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบที่ได้มาตรฐาน ถึงเวลาแล้วที่ภาคเกษตรกรรมไทยจะถูกรีเฟรชใหม่ ด้วยฝีมือของคนรุ่นใหม่ที่นำเอาเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง AI เข้ามาพัฒนา เปลี่ยนภาพการทำสวนที่ไม่มีใครอยากทำ ให้กลายเป็นธุรกิจสุดสมาร์ทที่รู้ล่วงหน้าว่าตลาดต้องการอะไร ทำให้เกษตรกรปลูกแล้วมีคนรับซื้อแน่นอน ธุรกิจได้ของดีสม่ำเสมอ สร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกร คุณม่วน-ตรอง หลงสมบูรณ์ CEO & Co-founder, PLOOK สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ผู้ขับเคลื่อนวงการเกษตรด้วยแนวคิด Refresh & Reframe เพื่อชุบชีวิตและเปลี่ยนมุมมองต่อภาคเกษตรกรรมไทยให้มีความ ‘สมาร์ท’ และกลายเป็นอาชีพสร้างสรรค์ที่คนรุ่นใหม่ปรารถนา พร้อมตั้งเป้าหมายยิ่งใหญ่ในการพัฒนาเกษตรกรรมไทยสู่การเป็น
เรื่องราวของ “อุ้มฮุ่ม โฮมสเตย์” เริ่มต้นขึ้นนานกว่าที่จะเรียกได้ว่าเป็นโฮมสเตย์ เพราะย้อนกลับไปเมื่อปี 2530 พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นเพียงทุ่งหญ้าผืนหนึ่งที่ครอบครัวบังเอิญได้มา พี่อุ้ม-คณาภรณ์ ธนูธรรมเจริญ และ พี่นุ้ย-กนกวรรณ ศรีสัจจากุล สองสามีภรรยา เจ้าของ “อุ้มฮุ่ม โฮมสเตย์” บ้านหัวนา ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่เล็กๆ ที่ค่อยๆ เติบโตจากผืนดินของครอบครัว สู่สวนที่มีทั้งป่า อาหาร และวิถีชีวิตที่พึ่งพาตัวเอง ย้อนกลับไป จุดเริ่มต้นของพื้นที่แห่งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2530 เมื่อคุณแม่ของพี่อุ้มเดินทางกลับเชียงใหม่ด้วยรถไฟ และได้พูดคุยกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังจะขายที่ดิน เมื่อมาถึงเชียงใหม่จึงชวนคุณพ่อมาดูพื้นที่ ก่อนตัดสินใจซื้อในที่สุด จากนั้นทุกเย็นวันศุกร์ คุณพ่อคุณแม่จะรับลูกๆ จากโรงเรียนแล้วพากันมาที่นี่ คุณแม่ปลูกต้นไม้ ส่วนลูกๆ ก็วิ่งเล่นบ้าง ช่วยกันปลูกต้นไม้บ้าง ทำแบบนี้ต่อเนื่องราว 15 ปี จนพื้นที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากทุ่งหญ้าเป็นสวนผสมผสาน มีทั้งลิ้นจี่ มะม่วง สับปะรด ต้นสัก และไม้ผลอีกหลายชนิด เมื่อเติบโตขึ้น พี่อุ้มออกไปเรียนมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่ชีวิตการทำงาน
พลโท บุญสิน พาดกลาง นายทหารราชองครักษ์พิเศษ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 นายทหารผู้ทุ่มเทปกป้องแผ่นดิน ได้ประกาศภารกิจครั้งสำคัญในด้านความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้บริโภคอาหารปลอดภัยไร้สารพิษ ด้วยเกษตรอินทรีย์ ทั้งนี้ได้มีการเปิดตัวแบรนด์ข้าวคุณภาพ “ข้าวแม่ทัพไทย” และ “Sirin ข้าวสีสด” สร้างมิติใหม่ให้กับวงการเกษตรและสุขภาพ ณ สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา ทาวน์อินทาวน์ การเปิดตัวแบรนด์ข้าวนี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ Sirin Farm Market และ Grow Longevity Ecovillage ที่มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ได้บริโภคอาหารปลอดภัยไร้สารพิษ และนำไปสู่ “สังคมสุขยืนยาว” (Longevity Society) อย่างยั่งยืน ผ่านการเน้นย้ำถึงการใช้เกษตรอินทรีย์ 100%ง พลโท บุญสิน ได้กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “จากลูกชาวนาสู่ภารกิจความมั่นคงของแผ่นดินไทย ก้าวสู่ภารกิจใหม่สร้างความมั่นคงทางอาหารและสังคมไทย” โดยเน้นย้ำว่าการเข้าร่วมสนับสนุนโครงการนี้ เพราะประทับใจในแนวคิดที่จะทำเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง และไม่มุ่งเน้นผลกำไรสูงสุด โดยชี้ว่าโครงการนี้คือ “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงอีกแขนงห
5 ปีก่อน เป็นจุดเริ่มต้นของหนุ่มเชียงใหม่ ที่จุดประกายให้เขาคิดค้นโรงเรือนอัจฉริยะสำหรับปลูกพืชในอนาคต โดยเริ่มต้นจากงานวิจัย ต่อยอดมาเป็นโรงเรือนที่บริหารจัดการได้จริง สร้างงานและเงินได้จริง ที่ วังรี รีสอร์ต จังหวัดนครนายก คุณกฤษณะ ธรรมวิมล เรียนจบวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำงานในสายอาชีพที่เรียนมาจนคร่ำหวอดในวงการ เปิดบริษัทเกี่ยวกับงานด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ กระทั่งมีเวลาว่างจึงลงเรียนหลักสูตรพิเศษด้านนวัตกรรมของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีเหตุให้ต้องทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ บ้านเกิด ซึ่งตามโจทย์ให้นำค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศกับวิชาชีพมาเขียนเป็นโครงการวิจัย จากการเก็บข้อมูล พบว่า ค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเรื่องเกษตร และปัญหาสินค้าเกษตรของจังหวัดเชียงใหม่ คือ การปนเปื้อนสารเคมีและยาฆ่าแมลงในสินค้าเกษตรจำนวนมาก งานวิจัย จึงพุ่งเป้าไปที่ การปลูกพืช โดยไม่ใช้สารเคมี และราคาไม่แพง การปลูกพืชไร้สารเคมี อาจจะทำได้หลายวิธี แต่สำหรับ คุณกฤษณะ อาศัยความโชคดีที่ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน การสร้างโรงเรือนปลูกพืชอัจฉริยะที
นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการ ASEAN Food and Beverage Alliance’s Paper Launch and Discussion Event ภายใต้หัวข้อ “Climate Change and Food Prices in Southeast Asia” ซึ่งจัดโดยสมาพันธ์ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของอาเซียน (ASEAN Food and Beverage Alliance: AFBA) ร่วมกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ Oxford Economics เพื่อหารือและให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงทางอาหาร ต้นทุนการผลิต อุปทานอาหาร และเสถียรภาพราคาอาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 10-11 ธันวาคม 2567 ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยที่ประชุมนอกจากได้มีการแลกเปลี่ยนสถานการณ์ นโยบาย การดำเนินงานในปัจจุบัน และมุมมองด้านอุตสาหกรรมอาหารแล้ว ทางผู้แทนสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ Oxford Economics ยังได้นำเสนอผลการศึกษา เรื่อง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและราคาอาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉบับปี 2024 (Climate Change and Food Prices in Southeast Asia: 2024 Update) ล
“รมว.นฤมล”เปิดประชุม United Nations decade on Soil Health เน้นย้ำการปรับปรุงสุขภาพดิน เพื่อความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาสู่อนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมคู่ขนาน United Nations decade on Soil Health ซึ่งจัดขึ้นในงาน International Soil and Water Forum ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ว่า การประชุมดังกล่าวได้เน้นย้ำความสำคัญของการจัดตั้งทศวรรษแห่งสุขภาพดินภายใต้องค์การสหประชาชาติ (United Nations decade on Soil Health) เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพดินต่อความมั่นคงทางด้านอาหารและโภชนาการ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน และพัฒนาสุขภาพดินให้เป็นแนวทางการพัฒนาสูงความยั่งยืน “การประชุมที่เกิดขึ้นได้เน้นการปฏิบัติการจัดการดินที่ยั่งยืนและนวัตกรรมที่สนับสนุนผลิตภาพของดินและสุขภาพดิน พร้อมเรียกร้องประเทศสมาชิกให้ร่วมมือปรับปรุงสุขภาพดินเพื่อความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งการประชุมคู่ขนาน United Nations decade on Soil Health เป็นเวทีสำหรับผู้บริหารระดับปร
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ติดตามสถานการณ์การความมั่นคงทางอาหารของโลก พบว่าประเทศที่เป็นผู้นำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารรายสำคัญของไทย ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ล้วนมีมาตรการความมั่นคงทางอาหารในทิศทางเดียวกัน คือ การพึ่งพาตนเองเป็นหลัก ลดการนำเข้า ยกระดับคุณภาพชีวิตประชากร และสนับสนุนการจ้างงานในประเทศให้มากขึ้น จีนออกกฎหมายความมั่นคงด้านอาหาร มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2567 กำหนดให้กระบวนการและขั้นตอนการผลิตอาหารต้องดำเนินการและพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องอุปทานธัญพืชภายในประเทศ ปกป้องความมั่นคงทางอาหาร และปกป้องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง และได้กำหนดแนวทางนโยบายการเกษตรและการพัฒนาชนบทประจำปี (RuralRevitalization) ซึ่งให้ความสำคัญสูงสุดกับความมั่นคงทางอาหารเช่นกัน โดยมุ่งพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตธัญพืชในประเทศ และลดการนำเข้าจากต่างประเทศ สหรัฐอเมริกามีเป้าหมายสร้างความมั่นคงด้านอาหารที่ยั่งยืน เพื่ออนาคตที่ดีของประชาชน ลดค
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รับ 5 รางวัลเกียรติยศด้านความเป็นเลิศแห่งภูมิภาคเอเชียประจำปี 2565 จากเวที The 12th Asian Excellence Awards 2022 จัดโดย นิตยสาร Corporate Governance Asia เป็นสื่อด้านการเงินที่มุ่งเน้นการกำกับกิจการที่ดีของฮ่องกงและเอเชีย สะท้อนศักยภาพองค์กรชั้นนำระดับสากลที่มีความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อม พิธีมอบรางวัล Asian Excellence Awards จัดขึ้นเป็นปีที่ 12 เพื่อยกย่องผู้บริหารและบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคเอเชีย ที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารองค์กร มีธรรมภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีการจัดการทางด้านการเงิน นักลงทุนสัมพันธ์ และดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมที่เป็นเลิศในระดับสากล ซึ่งในปีนี้ ซีพีเอฟได้รับ 5 รางวัล โดยแบ่งเป็นรางวัลประเภทบุคคล 3 รางวัล ได้แก่ รางวัล “ซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” (Asia’s Best CEO) รางวัล “ซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asia’s Best CFO) รางวัล “นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” (Best Investor Relations Professional) และได้รับรางวัลประเภทองค์กรอีก 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลซีเอสอาร
