ความมั่นคงทางอาหาร
พลโท บุญสิน พาดกลาง นายทหารราชองครักษ์พิเศษ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 นายทหารผู้ทุ่มเทปกป้องแผ่นดิน ได้ประกาศภารกิจครั้งสำคัญในด้านความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้บริโภคอาหารปลอดภัยไร้สารพิษ ด้วยเกษตรอินทรีย์ ทั้งนี้ได้มีการเปิดตัวแบรนด์ข้าวคุณภาพ “ข้าวแม่ทัพไทย” และ “Sirin ข้าวสีสด” สร้างมิติใหม่ให้กับวงการเกษตรและสุขภาพ ณ สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา ทาวน์อินทาวน์ การเปิดตัวแบรนด์ข้าวนี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ Sirin Farm Market และ Grow Longevity Ecovillage ที่มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ได้บริโภคอาหารปลอดภัยไร้สารพิษ และนำไปสู่ “สังคมสุขยืนยาว” (Longevity Society) อย่างยั่งยืน ผ่านการเน้นย้ำถึงการใช้เกษตรอินทรีย์ 100%ง พลโท บุญสิน ได้กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “จากลูกชาวนาสู่ภารกิจความมั่นคงของแผ่นดินไทย ก้าวสู่ภารกิจใหม่สร้างความมั่นคงทางอาหารและสังคมไทย” โดยเน้นย้ำว่าการเข้าร่วมสนับสนุนโครงการนี้ เพราะประทับใจในแนวคิดที่จะทำเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง และไม่มุ่งเน้นผลกำไรสูงสุด โดยชี้ว่าโครงการนี้คือ “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงอีกแขนงห
5 ปีก่อน เป็นจุดเริ่มต้นของหนุ่มเชียงใหม่ ที่จุดประกายให้เขาคิดค้นโรงเรือนอัจฉริยะสำหรับปลูกพืชในอนาคต โดยเริ่มต้นจากงานวิจัย ต่อยอดมาเป็นโรงเรือนที่บริหารจัดการได้จริง สร้างงานและเงินได้จริง ที่ วังรี รีสอร์ต จังหวัดนครนายก คุณกฤษณะ ธรรมวิมล เรียนจบวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำงานในสายอาชีพที่เรียนมาจนคร่ำหวอดในวงการ เปิดบริษัทเกี่ยวกับงานด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ กระทั่งมีเวลาว่างจึงลงเรียนหลักสูตรพิเศษด้านนวัตกรรมของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีเหตุให้ต้องทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ บ้านเกิด ซึ่งตามโจทย์ให้นำค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศกับวิชาชีพมาเขียนเป็นโครงการวิจัย จากการเก็บข้อมูล พบว่า ค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเรื่องเกษตร และปัญหาสินค้าเกษตรของจังหวัดเชียงใหม่ คือ การปนเปื้อนสารเคมีและยาฆ่าแมลงในสินค้าเกษตรจำนวนมาก งานวิจัย จึงพุ่งเป้าไปที่ การปลูกพืช โดยไม่ใช้สารเคมี และราคาไม่แพง การปลูกพืชไร้สารเคมี อาจจะทำได้หลายวิธี แต่สำหรับ คุณกฤษณะ อาศัยความโชคดีที่ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน การสร้างโรงเรือนปลูกพืชอัจฉริยะที
นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการ ASEAN Food and Beverage Alliance’s Paper Launch and Discussion Event ภายใต้หัวข้อ “Climate Change and Food Prices in Southeast Asia” ซึ่งจัดโดยสมาพันธ์ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของอาเซียน (ASEAN Food and Beverage Alliance: AFBA) ร่วมกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ Oxford Economics เพื่อหารือและให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความมั่นคงทางอาหาร ต้นทุนการผลิต อุปทานอาหาร และเสถียรภาพราคาอาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 10-11 ธันวาคม 2567 ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยที่ประชุมนอกจากได้มีการแลกเปลี่ยนสถานการณ์ นโยบาย การดำเนินงานในปัจจุบัน และมุมมองด้านอุตสาหกรรมอาหารแล้ว ทางผู้แทนสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ Oxford Economics ยังได้นำเสนอผลการศึกษา เรื่อง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและราคาอาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉบับปี 2024 (Climate Change and Food Prices in Southeast Asia: 2024 Update) ล
“รมว.นฤมล”เปิดประชุม United Nations decade on Soil Health เน้นย้ำการปรับปรุงสุขภาพดิน เพื่อความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาสู่อนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมคู่ขนาน United Nations decade on Soil Health ซึ่งจัดขึ้นในงาน International Soil and Water Forum ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ว่า การประชุมดังกล่าวได้เน้นย้ำความสำคัญของการจัดตั้งทศวรรษแห่งสุขภาพดินภายใต้องค์การสหประชาชาติ (United Nations decade on Soil Health) เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพดินต่อความมั่นคงทางด้านอาหารและโภชนาการ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน และพัฒนาสุขภาพดินให้เป็นแนวทางการพัฒนาสูงความยั่งยืน “การประชุมที่เกิดขึ้นได้เน้นการปฏิบัติการจัดการดินที่ยั่งยืนและนวัตกรรมที่สนับสนุนผลิตภาพของดินและสุขภาพดิน พร้อมเรียกร้องประเทศสมาชิกให้ร่วมมือปรับปรุงสุขภาพดินเพื่อความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งการประชุมคู่ขนาน United Nations decade on Soil Health เป็นเวทีสำหรับผู้บริหารระดับปร
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ติดตามสถานการณ์การความมั่นคงทางอาหารของโลก พบว่าประเทศที่เป็นผู้นำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารรายสำคัญของไทย ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ล้วนมีมาตรการความมั่นคงทางอาหารในทิศทางเดียวกัน คือ การพึ่งพาตนเองเป็นหลัก ลดการนำเข้า ยกระดับคุณภาพชีวิตประชากร และสนับสนุนการจ้างงานในประเทศให้มากขึ้น จีนออกกฎหมายความมั่นคงด้านอาหาร มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2567 กำหนดให้กระบวนการและขั้นตอนการผลิตอาหารต้องดำเนินการและพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องอุปทานธัญพืชภายในประเทศ ปกป้องความมั่นคงทางอาหาร และปกป้องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง และได้กำหนดแนวทางนโยบายการเกษตรและการพัฒนาชนบทประจำปี (RuralRevitalization) ซึ่งให้ความสำคัญสูงสุดกับความมั่นคงทางอาหารเช่นกัน โดยมุ่งพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตธัญพืชในประเทศ และลดการนำเข้าจากต่างประเทศ สหรัฐอเมริกามีเป้าหมายสร้างความมั่นคงด้านอาหารที่ยั่งยืน เพื่ออนาคตที่ดีของประชาชน ลดค
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รับ 5 รางวัลเกียรติยศด้านความเป็นเลิศแห่งภูมิภาคเอเชียประจำปี 2565 จากเวที The 12th Asian Excellence Awards 2022 จัดโดย นิตยสาร Corporate Governance Asia เป็นสื่อด้านการเงินที่มุ่งเน้นการกำกับกิจการที่ดีของฮ่องกงและเอเชีย สะท้อนศักยภาพองค์กรชั้นนำระดับสากลที่มีความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อม พิธีมอบรางวัล Asian Excellence Awards จัดขึ้นเป็นปีที่ 12 เพื่อยกย่องผู้บริหารและบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคเอเชีย ที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารองค์กร มีธรรมภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีการจัดการทางด้านการเงิน นักลงทุนสัมพันธ์ และดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมที่เป็นเลิศในระดับสากล ซึ่งในปีนี้ ซีพีเอฟได้รับ 5 รางวัล โดยแบ่งเป็นรางวัลประเภทบุคคล 3 รางวัล ได้แก่ รางวัล “ซีอีโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” (Asia’s Best CEO) รางวัล “ซีเอฟโอยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Asia’s Best CFO) รางวัล “นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย” (Best Investor Relations Professional) และได้รับรางวัลประเภทองค์กรอีก 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลซีเอสอาร
หนึ่งในเสาหลักของการประเมินระดับความมั่นคงทางอาหาร (Pillars of Food Security) ขององค์การอนามัยโลก (WHO) คือ การเข้าถึงแหล่งอาหาร (Food Access) ซึ่งการเข้าถึงอาหารเพื่อการดำรงชีพโดยที่ชุมชนสามารถผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงดูตนเองได้ ถือเป็นปัจจัยที่ยั่งยืนที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤติ COVID-19 ที่ประชาชนต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่าง และหลีกเลี่ยงการเดินทาง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายและติดเชื้อ ด้วยเจตจำนงที่จะให้ชุมชนได้มีแหล่งอาหารที่ปลอดภัยไว้บริโภค และสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามศาสตร์ของพระราชา โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้ริเริ่มโครงการ “MUNA SMART FARM” ขึ้น โดย อาจารย์ แพทย์หญิงมนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงที่มาของโครงการว่าเกิดขึ้นจากภารกิจหลัก คือ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเกษตรกรปราชญ์เปรื่อง โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากนี้ ยังได้ขยายผลสู่ชุมชนให้ได้เรียนรู้และทดลองทำการเกษตรอินทรีย์ โดยโครงการจัดตั้
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าขับเคลื่อนการเป็น “ครัวโลก” ที่ยั่งยืน กลยุทธ์ Innovation – People – Planet ผลิตอาหาร ด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต เป็นรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม ส่งมอบอาหารคุณภาพปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างเพียงพอ ในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ ในฐานะ “ครัวของโลก” ที่ยั่งยืน นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวใน เวทีเสวนาในงานดินเนอร์ทอล์ก “Food for Good: Best Practices and Lessons Learned” จัดโดย VIV Asia ผู้จัดงานแสดงเทคโนโลยีและสัมมนาด้านอุตสาหกรรมปศุสัตว์และอาหารแห่งภูมิภาคเอเชีย เพื่อแบ่งปันความรู้ความเข้าใจการดำเนินงาน แนวปฏิบัติที่ดี และประสบการณ์ขององค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรมอาหารของไทย ว่า ซีพีเอฟ ตระหนักดีว่า ธุรกิจของบริษัทเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประชากรโลก ซึ่งในปัจจุบัน ซีพีเอฟเป็นผู้ผลิตและส่งมอบอาหารคุณภาพ ปลอดภัยให้กับผู้คนใน 50 ประเทศทั่วโลก และมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยยึดตามแนวทาง “ความทุ่มเทหัวใจในการผลิตอาหาร” (Put our Heart into Food) ขับเค
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ตอกย้ำเป้าหมายสร้างความมั่นคงทางอาหาร และขับเคลื่อนองค์กรดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มุ่งมั่นเพิ่มสัดส่วนใช้พลังงานทดแทน ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ลดปริมาณอาหารสูญเสียในกระบวนการผลิต (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งที่ได้การรับรอง สู่กระบวนการผลิตที่ยั่งยืน นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สร้างความมั่นคงทางอาหารให้คนไทยและประชากรโลก โดยนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาพัฒนาใช้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงตามกระแสโลก ความท้าทายในการดำเนินธุรกิจและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมมุ่งมั่นสนับสนุนเป้าหมายของเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นองค์กรปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon) ในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) ในปี 2
