ฆ้อง
นับถอยหลังสู่ปีใหม่ หลายๆ คนคงนึกถึงงานเลี้ยงฉลอง สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในงานรื่นเริงต่างๆ คือ ดนตรี สัปดาห์นี้พาไปทำความรู้จักเครื่องดนตรีที่เพื่อนบ้านอาเซียนมีคล้ายๆ กัน ประเดิมด้วยเครื่องดนตรีประเภทตี ทำจากโลหะที่มาพร้อมเสียงทุ้มก้องกังวาน ใช่แล้วนี่คือ “ฆ้อง” ว่ากันว่าฆ้องมีถิ่นกำเนิดในแถบชวาและแพร่หลายไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวฆ้องมักทำจากแผ่นโลหะตรงกลางเป็นปุ่มนูน และใช้ไม้หรือเหล็กตีเพื่อให้เกิดเสียง ในพม่าเรียก ฆ้อง ว่า มอง มีด้วยกันหลายชนิด สำหรับฆ้องเดี่ยว มีฆ้องทองเหลืองจี นอง, วา มอง, แดแดะ มอง เมื่อนำฆ้องเดี่ยว 21 ใบไล่ระดับเสียงมาประกอบกันเป็นวงกลมจะได้เครื่องดนตรีอีกชนิดที่เรียกว่า ซี ไว ใกล้เคียงกับฆ้องวงของไทย ส่วน มอนซิ่น หรือฆ้องราง เป็นชุดฆ้อง 18-19 ใบ แต่ละใบวางลงในกรอบไม้และจัดเรียงเป็นแถวไม่เกิน 5 แถว พม่ายังมีฆ้องอีกชนิดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ จี ซี หรือระฆังพม่า เป็นแผ่นทองเหลืองเรียบ รูปทรงสามเหลี่ยมคว่ำคล้ายเจดีย์ ปลายทั้งสองด้านงอนขึ้น นิยมใช้ประกอบพิธีกรรมในวัด และบ่อยครั้งที่เห็นพระสงฆ์ตีจี ซี ระหว่างเดินบิณฑบาตตอนเช้า
ฆ้อง ผลิตจากทองเหลือง ฆ้องมีประวัติความเป็นมาช้านานแต่อดีตกาลนานคณานับ ย้อนหลังอดีตเก้าสิบแปดกัลป์ สมัยพระวิสัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้ายุคสมัยนั้น ยังกล่าวกันว่าเทวดาตีฆ้องร้องป่าวไปทั่วสามโลก (สวรรค์-มนุษย์-บาดาล) ให้มาร่วมฟังธรรม เรามิอาจสรุปได้ว่าใครเป็นผู้สร้างฆ้องขึ้นมา เดิมฆ้องเป็นลักษณะตูมเดียว ต่อมาได้พัฒนาเป็นฆ้องเก้าตูมที่นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เล่ากันว่า ใครสร้างฆ้องเก้าตูมนมเก้าก้อน แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ไม่อดอยากปากแห้ง ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ฆ้อง เป็นเสนาสนะที่ใช้ในวัดพระพุทธศาสนา ใช้ในการรบทัพจับศึก ถือว่าเป็นมงคล เช่น ตอนสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยกกองทัพออกไปรบกับกองทัพพม่า มีกลอนกล่าวไว้ว่า “ลั่นฆ้องศึกกระหึ่มก้องท้องธานินทร์ องค์นรินทร์ยกออกสู้ศัตรูพาล” ฆ้องใช้ตีบอกเวลาโมงยาม ฆ้องใช้เป็นเครื่องมือประกอบดนตรี ฆ้องยังใช้ประดับห้องพระและห้องรับแขกดูสง่างามน่าเกรงขามยิ่งนัก และฆ้องยังเกี่ยวข้องกับศาสนา อีกอย่างหนึ่งคือ เป็นความเชื่อของคนไทยว่า ถ้าทำทานฆ้องแล้วจะได้กุศลมาก อีกอย่างความหมายของฆ้องก็ดีด้วย คือ ฆ้องจิต ฆ้องใจ เป็นคำพ้องเสียงที่ดี แล้วก็สามัคค
