งานเกษตร
โรงเรียนที่เปิดรองรับนักเรียนเข้าศึกษาในพื้นที่อำเภอปากพนัง เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา ปัจจุบันมีหลายแห่ง แต่ถ้าเป็นโรงเรียนเทศบาลที่ก่อตั้งมานานและอยู่ในความดูแลของรัฐบาล มีไม่กี่แห่ง และโรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1 ก็เป็นหนึ่งในหลายโรงเรียนที่สามารถปลูกฝังนักเรียนให้มีความรู้ ความสามารถ ไม่น้อยไปกว่าโรงเรียนเอกชนแห่งอื่นในพื้นที่อำเภอปากพนัง โรงเรียนหลายแห่งในอำเภอปากพนัง มีการแข่งขันในเชิงวิชาการค่อนข้างสูง โรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1 ก็เช่นกัน แต่ในการแข่งขันในเชิงวิชาการ โรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1 ก็มีมุมของการส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกๆ ด้านอย่างพอเพียงไปพร้อมกัน ดร. สุชาติ เอียดวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1 บอกว่า คำว่า “พอเพียง” ในรัชกาลที่ 9 ไม่ได้นำมาใช้เฉพาะกับงานเกษตร แต่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกด้านในชีวิต โดยนำมาส่งเสริมให้เข้ากับแต่ละวิชา ซึ่งอาจารย์แต่ละสาขาวิชาที่มีอยู่ 77 คน ก็เข้าใจในสิ่งที่ต้องถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์ให้เข้าใจไปในทิศทางเดียวกันให้ได้ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และแทรกซึมเข้าไปในการดำรงชีวิตทุกๆ ด้าน มุ่งหวังให้ลูกศิษย์นำไปใช้ได้จริง โรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1
คุณสิริพร ทิพย์อารักษ์วงศ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า งานเกษตรและของดีเมืองอ่างทอง ครั้งที่ 6 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-18 กุมภาพันธ์ 2561 ณ วัดขุนอินทประมูล ตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง โดยการจัดงานครั้งแรกสืบเนื่องมาจากเมื่อครั้งที่พระครูวิเศษชัยวัฒน์ กับ คุณสมเจตน์ เจริญศรีสัมพันธ์ ประธานหอการค้าจังหวัดอ่างทองปี 2555 หารือร่วมกันเพื่อต้องการให้เกษตรในจังหวัดอ่างทองได้มีช่องทางในการนำสินค้าทางการเกษตรด้านต่างๆ ออกมาแสดงให้ประชาชนทั้งในพื้นที่จังหวัดอ่างทองและที่อื่นได้รู้จัก อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้จำหน่ายสินค้าทั้งพืชไม้ผล และต้นพันธุ์ไม้ต่างๆ อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจาก คุณวิศว ศะศิสมิต อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง พร้อมกับได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเกิดเป็นงานเกษตรและของดีเมืองอ่างทอง ครั้งที่ 1 ในปี 2556 จุดประสงค์ของงานเกษตรและของดีเมืองอ่างทอง คือ เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรของจังหวัดอ่างทอง ให้เป็นที่รู้จักและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดอ่าง
เกษตรฯ จับมือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ชวนเที่ยวงานวันเกษตรแห่งชาติและงานวันเกษตรภาคอีสานประจำปี 2561 พบนวัตกรรมการเกษตรใหม่ๆ ผลิตภัณฑ์ และสินค้าทางการเกษตรทั้งสดและแปรรูปที่น่าสนใจมากมาย ด้าน สศก. ร่วมจัดนิทรรศการน้อมรำลึกพระอัจฉริยภาพสารสนเทศการเกษตร สาธิตแอพพลิเคชั่นกระดานเศรษฐีชวนเกษตรกรวางแผนการผลิตด้วยตนเอง นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยถึงการจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2561 ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 26 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2561 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ภายใต้แนวคิด “ร่วมกันก้าวไป เกษตรไทย 4.0” ภายในงานจะพบกับนวัตกรรมการเกษตร ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการเกษตร การแปรรูปอาหารและของใช้ รวมถึงร้านค้าและร้านอาหาร รวมกว่า 10 โซน ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการภายใต้แนวคิด “ศาสตร์พระราชา พัฒนาเกษตรไทย 4.0” ณ บริเวณโซนตรงข้ามกรมการข้าว นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯยังได้ร่วมกับมหาว
พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “พื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของไทย ที่มีผลิตผลการเกษตร มีสินค้าพื้นเมือง สินค้าท้องถิ่น ที่เป็นอัตตลักษณ์ของท้องถิ่น ที่มีคุณภาพ และมาตรฐาน ผัก และผลไม้ ที่น่าสนใจ หลากหลาย แต่ปัญหาจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้ส่งผลต่อการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพของประชาชน และต่อเนื่องถึงทางด้านเศรษฐกิจในภาพรวม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีบทบาทในการเข้าร่วมแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการจัดกิจกรรม “ของดีจากชายแดนใต้” จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับพี่น้องชายแดนใต้ กิจกรรม “ของดีจากชายแดนใต้” ได้เริ่มจัดเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2551 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยได้มีการจัดอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 10 โดยกิจกรรม “ของดีจากชายแดนใต้ ครั้งที่ 10” จะเป็นการรวบรวมสินค้าคุณภาพ ราคาพิเศษ อาทิ สินค้าแปรรูป งานหัตถกรรม จากชาวบ้าน จังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มารวบรวมไว้ ให้ประชาชนที่สนใจได้จับจ่ายภายในงาน นอกจาก
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานเกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี ณ สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 16 – 20 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา รวมการจัดงาน 5 วัน สามารถสรุปนักท่องเที่ยวได้กว่า 104,792 ราย เป็นชาวไทย 99,441 ราย และเป็นชาวต่างชาติ 5,351 รายมีรายได้ทะลักกว่า 24.55 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้เงินสดหมุนเวียนภายในงาน กว่า 16.73 ล้านบาท และมีการสั่งซื้อสินค้าโดยตรงจากเกษตรกรและผู้ประกอบการ รวมทั้งการเจรจาซื้อขายสินค้าในระยะยาวอีกกว่า 7.82 ล้านบาท ซึ่งโดยโซนที่จำหน่ายสินค้าสูงสุด แปลงใหญ่ สามารถจำหน่ายทุเรียนทรายขาว จาก จ.ปัตตานี ได้กว่า 1,000 ลูก รองลงมา เป็น โซน ตลาดเกษตรกร และโซนอาหาร ตามลำดับ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการเปิดการจัดงานเกษตรไทยก้าวหน้า ภายใต้ร่มพระบารมี เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2560 โดยมี นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานในพิธีเปิดนั้น ได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนและเสียงตอบรับจากประชาชนชาวกรุงเทพเป็นจำนวนมาก ซึ่งสินค้าบางรายการที่กระทรวงเกษตรฯ คาดการณ์ไว้หมดก่อนและมียอดสั่งซื้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เป็นเพราะ สินค้าที่น
ทิ้งอาชีพนักร้อง และชื่อเสียงโด่งดัง เพื่อใช้ชีวิตเรียบง่ายด้วยการทำการเกษตรมานานหลายปี ถึงวันนี้วรเชษฐ์ เอมเปีย หรือ เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล บอกกับมติชนออนไลน์ ด้วยรอยยิ้มว่า เขามีชีวิตที่เป็นสุขยิ่ง สุขกับ ‘ความพอเพียง’ และ ‘การให้’ “ผมไปทำการเกษตร ทุกอย่าง ทำมานานแล้ว จนมีเงินเยอะมากมาย” เชษฐ์พูดยิ้มๆ แบบเต็มปากเต็มคำ แล้วว่าที่เป็นอย่างนั้น เพราะเขา “เดินตามรอยเท้าพ่อ คือในหลวงรัชกาลที่ 9” บอกอีกว่า “ใครได้ทำชีวิตแบบการพอเพียง จะมีเงินเหลือ และประสบความสำเร็จด้วยความมั่นคงยั่งยืน” “ใช้หลักนี้แล้วจะพบกับสิ่งที่ไม่เคยจะคิด” เล่าด้วยว่า ที่เขาทำนั้นเป็นเกษตรนวตกรรมใหม่ ทฤษฎีแนวใหม่ ซึ่งจะล้ำยุคก่อนใคร “อย่างเช่นข้าวไรซ์เบอรี่ ตอนที่เขายังไม่ฮิตกัน ผมทำก่อน พอเขาฮิต ผมก็มีข้าวเป็นร้อยๆตัน แล้วผมก็มีเงินเป็นล้าน หลังจากนั้นพอคนเริ่มทำกันเยอะแยะมากมาย เราก็พลิกผันไปทำอย่างอื่น” “แนวคิดเรามันอยู่ตรงนี้มากกว่า ที่จะไปทำซ้ำซากเยอะแยะ” ทุกผลผลิตที่ออกมา ไม่ว่าจะประเภทไหน เชษฐ์ก็ว่าสิ่งที่เขายึดไว้เสมอ คือถ้าผลิตภัณฑ์ของเขาดี ต่อให้อยู่มุมไหนในประเทศ ก็จะมีคนมาขอซื้อ “ของเราเป็นประเภทปลอดสาร เอาแค
พิษณุโลก จัดงานใหญ่ “เกษตรรุ่งเรือง และ OTOP ของดีเมืองสองแคว” ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 15 – 23 ก.ค.นี้ ณ ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก สศก. ร่วมกิจกรรมให้ความรู้แก่เกษตรกร ชวนใช้แอพพลิเคชั่น “RCMO กระดานเศรษฐี เกษตรกรมีโอกาส” ช่วยเกษตรกรคำนวณต้นทุนการผลิตของตนเอง รู้กำไร ขาดทุน เพื่อใช้ตัดสินใจก่อนลงทุนผลิต นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการจัดงาน “เกษตรรุ่งเรืองและ OTOP ของดีเมืองสองแคว” ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 15 – 23 กรกฎาคม 2560 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) ได้ร่วมจัดงานในครั้งนี้ด้วย ซึ่งงานดังกล่าวนับเป็นการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงภาคเอกชน ได้ร่วมสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้บริโภคให้สามารถติดต่อซื้อขายโดยตรง เป็นการช่วยพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมให้เกิดความมั่นคงยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด กิจกรรมภายในงาน มีการแสดงนิทรรศการ ผลงานด้านการเกษตร ผลผิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน
เพื่อเทิดพระเกียรติและร่วมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “กษัตริย์เกษตร” นักพัฒนา ผู้ทรงงานเพื่อปวงชนชาวไทยมานานกว่า 70 ปี แห่งการครองราชย์ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) โดย นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้ร่วมกับองค์กรหน่วยงานภาครัฐ และพันธมิตรทางธุรกิจภาคเอกชน จัดงาน “มหัศจรรย์พันธุ์ข้าวมงคล พืชผลของพ่อ” ขึ้นในวันที่ 24-27 พฤศจิกายน 2559 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ สาระสำคัญอันเป็นไฮไลต์ของงานครั้งนี้ ได้แก่ นิทรรศการพันธุ์ข้าวมงคล และนิทรรศการพืชผลของพ่อ นิทรรศการต่างๆ ประกอบด้วย 9 เรื่องราวข้าวของพ่อ เรื่องราวที่บอกเล่าพระราชจริยวัตรในด้านต่างๆ ที่คนไทยควรรู้ อาทิ ข้าวพระราชทาน ในหลวงกับข้าวกล้อง การปลูกข้าวในวังสวนจิตรลดา เป็นต้น พันธุ์ข้าวมงคล เป็น 9 พันธุ์ข้าว ที่ทรงปลูกในนาทดลองวังสวนจิตรลดา เพื่อนำเมล็ดพันธุ์มาใช้ในพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญพร้อมกับแจกจ่ายให้กับเกษตรกร ได้แก่ พันธุ์ ปทุมธานี 1, ขาวดอกมะลิ 105, สังข์หยด, กข 29, กข 49, กข 41, กข 31, กข 47, กข 6 และดอกพยอม พืชผลของพ่อ ที่นำมาจัดแสดง ส่วนหนึ่งเป็นพืชผลในพระราชดำ
