จะนะ
ไปอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา หวนให้คิดถึง “ส้มจุก” ที่เรียกกันติดปากว่า “ส้มจุกจะนะ” ผลไม้ที่จัดว่าเป็นผลไม้โบราณไปแล้ว เพราะหาซื้อรับประทานยาก ไม่ได้มีวางขายตามแผงผลไม้ทั่วไป หากจะซื้อรับประทานให้ได้ก็น่าจะต้องเดินทางไปให้ถึงสวน ในพื้นที่อำเภอจะนะ เพราะผลผลิตที่ออกมาในแต่ละขั้ว ถูกจับจองเกือบหมดตั้งแต่ยังไม่ถึงแผงค้าเสียด้วยซ้ำ และหากเดินทางไปถึงสวน ก็อาจจะต้องรอคิว เพราะแม้แต่คนในพื้นที่เองก็เป็นหนึ่งในลูกค้าเข้าคิวซื้อส้มจุกจะนะด้วยเหมือนกัน ปัจจุบันในพื้นที่อำเภอจะนะ มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนเป็นผู้ปลูกส้มจุกจะนะไว้ทั้งสิ้น 65 ราย คิดเป็นพื้นที่ 162 ไร่ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่เน้นปลูกส้มจุกจะนะปลอดสารเคมี แต่ยังพบปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง รวมถึงปัญหาแมลง ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงอนุมัติงบประมาณ 200,000 บาท สำหรับขุดบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ถุงห่อส้มจุกป้องกันแมลง ทั้งนี้ ส้มจุกจะนะเป็นผลไม้โบราณที่หารับประทานได้ยาก และมีพื้นที่ปลูกน้อย อีกทั้งรสชาติของส้มจุกที่ปลูกในพื้นที่อำเภอจะนะยังมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้สำนักงานเกษตรอำเภอ ร่วมกับ จังหวัด ยื่นขอขึ้นทะเบีย
เกษตรกรในจังหวัดสงขลา ได้เริ่มหันมาปลูกส้มหัวจุกกันมาก ซึ่งเป็นส้มพันธุ์พื้นเมืองของภาคใต้ เนื่องจากเป็นส้มที่ตลาด มีความต้องการสูงและหายาก อีกทั้งราคาดี และเป็นผลไม้เศรษฐกิจทางเลือกใหม่ ที่สามารถจะสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างงดงามในแต่ละปี คุณธีรพงษ์ ทองวงศ์ บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้พกเอาความรู้ และอุดมการณ์จากรั้วพ่อขุน อาสาลงสมัครการเมืองท้องถิ่นที่บ้านเกิดได้เพียงสมัยเดียว ก็หันหลังให้กับการเป็นนักการเมืองท้องถิ่น มายึดอาชีพเกษตรกรรมตามรอยบรรพบุรุษบ้านไร่อ้อย หมู่ 5 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยโค่นต้นยาง เพื่อนำที่ดินสวนยางพารา 6 ไร่ มาปลูกส้มหัวจุก ทำให้หลายคนแปลกใจ ที่กล้าตัดต้นยางทิ้ง ทั้งๆ ที่ราคาน้ำยางและยางแผ่นสูง คุณธีรพงษ์ ใช้เวลาเพียง 3 ปี ก็ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันมีส้มหัวจุกที่กำลังให้ผลผลิตออกสู่ตลาด 150 ต้น มีแม่ค้ามารับซื้อถึงที่สวน เพื่อส่งขายในตลาดหาดใหญ่ ในราคาไม่ต่ำกว่า กิโลกรัมละ 70 บาท และมีปริมาณการสั่งซื้ออย่างไม่จำกัดจำนวน บางครั้งไม่เพียงพอกับความต้องการ โดยขณะนี้สวนส้มให้ผลผลิตได้ประมาณ 3,000 กิโลกรัม ต่อต้น ต่อปี และหากสภาพอากาศเอื้ออำนวย มีการ
ไปอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา หวนให้คิดถึง “ส้มจุก” ที่เรียกกันติดปากว่า “ส้มจุกจะนะ” ผลไม้ที่จัดว่าเป็นผลไม้โบราณไปแล้ว เพราะหาซื้อกินยาก ไม่ได้มีวางขายตามแผงผลไม้ทั่วไป หากจะซื้อกินให้ได้ก็น่าจะต้องเดินทางไปให้ถึงสวน ในพื้นที่อำเภอจะนะ เพราะผลผลิตที่ออกมาในแต่ละขั้ว ถูกจับจองเกือบหมดตั้งแต่ยังไม่ถึงแผงค้าเสียด้วยซ้ำ และหากเดินทางไปถึงสวน ก็อาจจะต้องรอคิว เพราะแม้แต่คนในพื้นที่เองก็เป็นหนึ่งในลูกค้าเข้าคิวซื้อส้มจุกจะนะด้วยเหมือนกัน คุณวิฑูร พรหมเพชร เกษตรอำเภอจะนะ และ คุณจำเริญ จันศรีคง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ชำนาญการพิเศษ ผู้ช่วยเกษตรอำเภอจะนะ เป็นผู้นำทีมเทคโนโลยีชาวบ้านเข้าถึงสวนส้มจุกที่ยังมีผลผลิตต่อเนื่อง และเป็นสวนที่ปราศจากเคมี มีการดูแลโดยวิธีธรรมชาติ และได้ผลผลิตดีมีคุณภาพ คุณวิฑูร ให้ข้อมูลพื้นที่ปลูกส้มจุกจะนะว่า ปัจจุบัน ในพื้นที่อำเภอจะนะ มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนเป็นผู้ปลูกส้มจุกจะนะไว้ทั้งสิ้น 65 ราย คิดเป็นพื้นที่ 162 ไร่ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่เน้นปลูกส้มจุกจะนะปลอดสารเคมี แต่ยังพบปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง รวมถึงปัญหาแมลง ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงอนุมัติงบประมาณ 200,000 บาท สำหร
