ชีวมวล
ในโลกปัจจุบันปัญหาขยะชีวมวลกำลังกลายเป็นวิกฤตสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เศรษฐกิจพึ่งพาภาคการเกษตรเป็นอย่างมาก ชีวมวลจากชานอ้อย ฟางข้าว ปาล์มน้ำมัน และเศษวัสดุทางการเกษตรจำนวนมหาศาลถูกเผาทำลายหรือทิ้งไปโดยไร้ประโยชน์ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงเป็นที่มาของโครงการ การพัฒนากระบวนการบำบัดชีวมวล เพื่อแยกส่วนและตกตะกอนลิกนินบริสุทธิ์ เป็นผลงานวิจัยร่วมระหว่าง ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ ดร.ชญานนท์ โชติรสสุคนธ์ นักวิจัยกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีไบโอรีไฟเนอรี่และชีวภาพ (IBBG) ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) “ชีวมวลไม่ใช่ของเสีย แต่คือทรัพยากรสำคัญที่สามารถแปรรูปให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราต้องการสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม” ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าว ปัจจุบันชีวมวลถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ เช่น การแปรรูปเป็นพลังงาน หรือการสกัดองค์ประกอบสำคัญอย่า
ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดการสัมมนาเรื่อง “การผลิตพลังงานทดแทน ชีวมวลและขยะชุมชนโดยเทคโนโลยีสะอาด” ซึ่งมีหัวข้อสัมมนาประกอบด้วย 1. การผลิตพลังงานทดแทนชีวมวลและขยะชุมชนโดยเทคโนโลยี Hybrid 2. ทิศทางโรงไฟฟ้าชีวมวลและขยะในอนาคต 3. เทคโนโลยีการใช้ RDF ในโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล 4. การใช้ชีวมวลเพื่อผลิตไบโอแก๊ส และ 5. แนะนำศูนย์สาธิตการผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลและขยะ พร้อมทั้งเยี่ยมชมชุดเทคโนโลยีภายใต้ศูนย์สาธิตฯ โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมเพื่อให้ศูนย์สาธิตฯ เป็นแหล่งเรียนรู้ รวมทั้งสร้างความเข้าใจและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนา ต่อยอดเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนจากชีวมวลและขยะ ภายใต้การดำเนินโครงการแก้ไขปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและขยะชุมชนโดยเทคโนโลยีสะอาดในพื้นที่ โดยศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม วว. โอกาสนี้ ดร. อาภารัตน์ มหาขันธ์ รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. ดร. อาภากร สุปัญญา รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม วว.
นายวัฒนพงษ์ ทองสร้อย ผู้ก่อตั้งสมาคมการค้าชีวมวลไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มผู้ผลิตเชื้อเพลงชีวมวล เช่น ไม้สับ ซังข้าวโพด แกลบ ฯลฯ เพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า ได้ยื่นขอจัดตั้ง “สมาคมการค้าชีวมวลไทย” กับกระทรวงพาณิชย์แล้ว ในเบื้องต้นมีสมาชิกในสมาคมแล้วรวม 40 ราย จากที่มีผู้ผลิตในระบบรวมทั้งสิ้นกว่า 200 ราย การจัดตั้งสมาคมครั้งนี้เพื่อร่วมกันผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกันแก้ไขประเด็นที่เป็นอุปสรรค คือ 1. แก้ไขพระราชบัญญัติสวนป่า ที่กำหนดไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็นสวนป่าของภาครัฐหรือเอกชนนั้น ในกรณีที่จะมีการแปรรูปไม้จะต้องยื่นขออนุญาตต่อกรมป่าไม้ ซึ่งค่อนข้างใช้เวลา ต้องการให้ภาครัฐดูแลราคาซื้อเพลิงชีวมวลทั้งหมดให้เป็นธรรมมากขึ้น เพราะแม้ว่าจะเป็นของเหลือใช้จากภาคเกษตร แต่ก็มีต้นทุน เช่น การขนส่ง การแปรรูป และอื่นๆ และ 3. การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า Fit (Feed in Tariff) ที่ปรับลดลง ทำให้ราคาเชื้อเพลิงชีวมวลถูกบีบให้ขายราคาต่ำ เข่น ราคาไม้สับในปัจจุบันอยู่ที่ 1,250-1,300 บาท/ตัน เท่านั้น ซึ่งไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่เ
