ช่วยเหลือน้ำท่วม
กลายเป็นเรื่องที่ต้องติดตามสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิดทุก ๆ ปี เมื่อประเทศไทยย่างเข้าสู่ฤดูฝนกับปัญหาน้ำท่วมน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณเมืองใหญ่ และศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศตลอดลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมไปถึงกรุงเทพมหานคร เป็นการติดตามระดับน้ำท่ามกลางความหวาดผวากับเหตุการณ์วิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2554 จะหวนกลับมาอีกหรือไม่ โดยเป็นไปในลักษณะนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตลาด 3 ปีของรัฐบาล คสช. แม้ว่าในฤดูฝนปีนี้ กรมชลประทานจะมีการบริหารจัดการน้ำด้วยการ “หน่วงน้ำ-ตัดยอดน้ำเข้าทุ่ง-เก็บกักน้ำในเขื่อนใหญ่” อย่างได้ผล ส่งผลให้สามารถรักษาระดับน้ำไหลผ่านที่สถานีบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ไว้ได้ไม่เกินไปกว่า 2,900 ลบ.ม./วินาที จากระดับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ที่ 3,500 ลบ.ม./วินาที ไว้ได้ก็ตาม แต่ปริมาณน้ำจากภาคเหนือตอนล่างที่ฝนตกท้ายเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ ได้ทวีปริมาณเพิ่มมากขึ้นจากอิทธิพลของพายุ 4 ลูก ที่ส่งผลกระทบกับประเทศไทยโดยตรง ทำให้มีปริมาณน้ำไหลหลากเหนือเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 3,000 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานเองก็ได้บริหารจัดการน้ำจำนวนนี้อย่างเต็มประสิทธิภาพเท่าที่เครื่องไม้เครื่องมือที่มีทั้งหมด
กยท. ลงพื้นที่เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสาน ผสานหน่วยทหารพัฒนาการเคลื่อนที่ 26 สำนักงานพัฒนาภาค 2 กองบัญชาการกองทัพไทย และ อสมท. MCOT โมเดิร์นไนน์ ลุยน้ำท่วมช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสกลนคร เมื่อเร็วๆ นี้ ดร. ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ได้มอบหมายให้ นายวัฒนา คงแก้ว ผอ.กยท. เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พร้อมพนักงาน กยท. เจ้าหน้าที่ทหาร และเครือข่ายสถาบันเกษตรกร ชาวสวนยาง ร่วมกันแจกถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่มสะอาด ยารักษาโรค อุปกรณ์รองเท้ากันน้ำจากยางพารา รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ผลิตจากยางพารา จากนโยบายการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ยางพาราในประเทศ มอบให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่โรงเรียนช้างมิ่งพิทยานุกูล และหมู่บ้านโนนสวรรค์ ต.นาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุโซนร้อนเซินกา ผู้ว่าการ กยท. กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดจากพายุที่พัดผ่านมาในบริเวณพื้นที่ภาคอีสาน และมีปริมาณน้ำฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังสร้างความเสียหายต่อสวนยางพาราและชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวสวนยาง
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่เพื่อติดตามการให้ความช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์และ กลุ่มเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ กำชับสหกรณ์จังหวัดส่งเจ้าหน้าที่บรรเทาความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการตามมาตรการฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด บรรเทาปัญหาหนี้สินชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี พร้อมจัดอบรมซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้เกษตรกร ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เรียกประชุมสหกรณ์จังหวัดภาคใต้ 5 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ชุมพร ระนอง ประจวบคีรีขันธ์และสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้และผลกระทบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ซึ่งในจังหวัดกระบี่พื้นที่ประสบภัยรุนแรงในอำเภอเมืองกระบี่ เขาพนม เหนือคลอง และปลายพระยา มีสมาชิกสหกรณ์ 8 แห่ง ได้รับผลกระทบจำนวน 167 ราย ความเสียหายต่อทรัพย์สินของสมาชิกสหกรณ์ 137 ราย ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรของสมาชิกสหกรณ์ได้รับความเสียหาย เป็นสวนปาล์มน้ำมัน 380.5 ไร่และยางพารา 132 ไร่ รวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์การเกษตรและของใช้ในครั
