ซาอุดีอาระเบีย
ซาอุดีอาระเบีย ได้ชื่อว่าเป็นผู้ค้าน้ำมันอันดับ 1 ของโลก ล่าสุดซาอุดีอาระเบียไม่ได้หวังเพียงแค่ต้องการพลิกฟื้นทะเลทรายเป็นพื้นที่สีเขียว แต่เตรียมมุ่งเป้าบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero) เพื่อลดโลกร้อน ก้าวสู่การเป็นประเทศผู้นำสีเขียว ซาอุดีอาระเบียจะนำเข้าต้นไม้จากทั่วโลกรวมถึงไทย เพื่อเปลี่ยนพื้นที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตชีวา โดยการปลูกต้นไม้ 10,000 ล้านต้น และร่วมสนับสนุนผลักดันโครงการปลูกต้นไม้ 50,000 ล้านต้น ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อให้บรรลุตามนโยบายซาอุดีอาระเบียสีเขียว (The Saudi Green Initiative) ปัจจุบันประเทศไทยได้ส่งต้นไม้ไปยังซาอุดีอาระเบียแล้วกว่า 200,000 ต้น และถือว่ายังมีโอกาสให้ไทยส่งออกต้นไม้ไปยังซาอุดีอาระเบียได้อีกมาก ซึ่งซาอุดีอาระเบียจะร่วมมือกับกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ หรือกลุ่มประเทศ GCC (Gulf Cooperation Council) และประเทศหุ้นส่วนอื่นๆ ในการปลูกต้นไม้ในเอเชียตะวันตกเพิ่มอีก 40,000 ล้านต้น สำหรับการส่งออกต้นไม้ไปยังซาอุดีอาระเบียนั้น ต้องทำความเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับสเปกของต้นไม้ที่จะส่งไปอย่างละเอียด และต้องพิจารณาต้นไม้ที่ทา
ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วย รศ.ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดีวิทยาเขตภูเก็ต รศ.ดร.พรพิษณุ พรหมศิวะพัลลภ คณบดีคณะการบริการและการท่องเที่ยว ผศ.ดร.เชิดชัย อุดมพันธ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และคณะ เดินทางเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2567 เพื่อลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับสองหน่วยงานในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และกระชับความสัมพันธ์กับหน่วยงานและสถาบันการศึกษาในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ Hotel and Tourism Management Institute (HTMi) Saudi Arabia โดยมี นายดามพ์ บุญธรรม เอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนาม การลงนามดังกล่าวเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาทั้งสองแห่งในด้านการทำหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรร่วม การผลิตนักศึกษา และการแลกเปลี่ยนนักศึกษา เพื่อทำงานในอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยว ในโรงแรมในเครือ Al Hokair Group ความร่วมมือในครั้งนี้ ริเริ่
เรารู้จักซาอุดีอาระเบียว่าเป็นเศรษฐีน้ำมัน ร่ำรวยน่าอิจฉา แหล่งขุดทองของแรงงานไทยเมื่อ 30 กว่าปีก่อน (แล้วตอนนี้ก็พยายามจะกลับไปจุดนั้นให้ได้ แต่ยากละนะ บอกเลย) เรื่องราวของแรงงานไทยกลับบ้านพร้อมเงินก้อนโตในชีวิตของแต่ละคน สำนวน “เศรษฐีซาอุ” มีทำนองล้อเลียนแกมชื่นชม สำนวน “ไปซาอุเสียนา กลับมาเสียเมีย” ก็มีไว้สำหรับคนพ่ายแพ้ เรารู้ว่าเขารวย และเป็นประเทศร้อนระอุกลางทะเลทราย นอกจากน้ำมันแล้วแทบจะไม่มีทรัพยากรธรรมชาติอื่นใด ใช้เงินซื้อทุกอย่าง บางคนบอกว่าเขาอาจไม่มีความจำเป็นต้องทำมาหากินในเมื่อรวยล้นเช่นนั้น แต่เขาไม่ได้คิดอย่างนั้น เขารู้ว่าน้ำมันมีวันจะหมดไป การสร้างประเทศให้ยืนอยู่บนขาตัวเองในระยะยาวเป็นเรื่องที่ต้องทำ และอย่าลืมว่าพื้นเพของพวกเขาคือชนเผ่าเร่ร่อนในทะเลทราย ก่อนจะมาร่ำรวยก็เคยใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติที่ทารุณโหดร้ายมามากพอ ดังนั้น เขาไม่หยิบโหย่ง เศรษฐีก็มีความลำบากประสาเศรษฐี ซาอุดีอาระเบียพยายามจะแก้ปัญหาความขาดแคลนทรัพยากรของตัวเองโดยการใช้เงินซื้อ นอกจากสั่งซื้อเอาโต้งๆ แล้ว เขายังไปลงทุนทั่วโลก พยายามผลิตอาหารกลับมาป้อนประเทศตัวเอง แต่ไม่ราบรื่นไปเสียทั้งหมด เคยไปซ
