ซูลคาต้า
“เต่าซูลคาต้า” หรือ เต่าเดือยแอฟริกา เป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก หรือมีขนาดที่รองลงมาจากเต่ายักษ์กาลาปากอส และเต่ายักษ์อัลดาบรา เต่าซูลคาต้าจัดเป็นเต่าที่มีลักษณะกระดองที่แบนราบ เมื่อยังอยู่ในวัยเล็ก ลำตัวมีสีขาวไปจนถึงสีน้ำตาลเหลือง เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นและตัวเต็มวัยสีของกระดองจะพัฒนาเป็นสีน้ำตาลและสีเหลือง ขาทั้งสี่ข้างแข็งแรง โดยเฉพาะขาคู่หน้ามีเกล็ดขนาดใหญ่เห็นได้ชัดเจน เต่าซูลคาต้าเป็นเต่าที่โดยปกติแล้วจะกระจายพันธุ์บริเวณพื้นที่แห้งแล้ง อย่างเช่น ทะเลทราย เป็นต้น ถือว่าเป็นเต่าที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาพอากาศร้อน จึงทำให้เต่าซูลคาต้าค่อนข้างเหมาะอย่างมากกับสภาพอากาศของประเทศไทย ปัจจุบัน เต่าซูลคาต้าถือเป็นสัตว์เลี้ยงสุดน่ารักที่คนนิยมเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนในที่อยู่อาศัย เพราะการดูแลที่ง่าย สามารถเลี้ยงอยู่ภายในบ้านได้ เพียงแค่มีแดดรำไร เพราะเต่าซูลคาต้านั้นชื่นชอบแสงแดดรำไรเป็นอย่างมาก เต่าซูลคาต้าเป็นเต่าบกขนาดใหญ่ที่กินพืชตามแหล่งธรรมชาติ เช่น หญ้า วัชพืช ผลไม้ เป็นต้น แต่เต่าซูลคาต้าที่ถูกนำมาเลี้ยงดูสามารถกินผักตามท้องตลาดทั่วไปได้ เต่าซูลคาต้าเป็นเต่ากินพืช จึง
“เต่าซูลคาต้า” หรือ เต่าเดือยแอฟริกา เป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก หรือมีขนาดที่รองลงมาจากเต่ายักษ์กาลาปากอส และเต่ายักษ์อัลดาบรา เต่าซูลคาต้าจัดเป็นเต่าที่มีลักษณะกระดองที่แบนราบ เมื่อยังอยู่ในวัยเล็ก ลำตัวมีสีขาวไปจนถึงสีน้ำตาลเหลือง เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นและตัวเต็มวัยสีของกระดองจะพัฒนาเป็นสีน้ำตาลและสีเหลือง ขาทั้งสี่ข้างแข็งแรง โดยเฉพาะขาคู่หน้ามีเกล็ดขนาดใหญ่เห็นได้ชัดเจน เต่าซูลคาต้า เป็นเต่าที่โดยปกติแล้วจะกระจายพันธุ์บริเวณพื้นที่แห้งแล้ง อย่างเช่น ทะเลทราย เป็นต้น ถือว่าเป็นเต่าที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาพอากาศร้อน จึงทำให้เต่าซูลคาต้าค่อนข้างเหมาะอย่างมากกับสภาพอากาศของประเทศไทย ปัจจุบัน เต่าซูลคาต้าถือเป็นสัตว์เลี้ยงสุดน่ารักที่คนนิยมเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนในที่อยู่อาศัย เพราะการดูแลที่ง่าย สามารถเลี้ยงอยู่ภายในบ้านได้ เพียงแค่มีแดดรำไร เพราะเต่าซูลคาต้านั้นชื่นชอบแสงแดดรำไรเป็นอย่างมาก เต่าซูลคาต้า เป็นเต่าบกขนาดใหญ่ที่กินพืชตามแหล่งธรรมชาติ เช่น หญ้า วัชพืช ผลไม้ เป็นต้น แต่เต่าซูลคาต้าที่ถูกนำมาเลี้ยงดูสามารถกินผักตามท้องตลาดทั่วไปได้ เต่าซูลคาต้าเป็นเต่ากินพืช จ
