ดาราศาสตร์
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผย 21 มีนาคม 2562 เป็นวัน “วสันตวิษุวัต” ช่วงเวลากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืน ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดี ถือเป็นวันเปลี่ยนฤดูกาลเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิของประเทศทางซีกโลกเหนือ และเปลี่ยนสู่ฤดูใบไม้ร่วงของประเทศในซีกโลกใต้ นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า วันที่ 21 มีนาคมนี้ เป็นวัน “วสันตวิษุวัต” (วะ-สัน-ตะ-วิ-สุ-วัด) (Vernal Equinox) กลางวันยาวเท่ากับกลางคืน “วิษุวัต” (Equinox) ในภาษาสันสกฤตหมายถึง จุดที่ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลกพอดี แปลเป็นภาษาไทยว่า “ราตรีเสมอภาค” แต่ละวันดวงอาทิตย์จะปรากฏในตำแหน่งต่างกัน เปลี่ยนตำแหน่งไปประมาณวันละ 1 องศา เมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนมา ณ ตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก ทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกพอดี จึงมีช่วงเวลากลางวันยาวเท่ากับกลางคืน นับเป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิของประเทศทางซีกโลกเหนือ และเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงของประเทศในซีกโลกใต้ สำหรับประเท
รัฐมนตรีขอควบรวมท้องฟ้าจำลอง หว้ากอมาอยู่กับ สดร. เพื่อให้งานดาราศาสตร์เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมีพลัง ‘หมอธีระเกียรติ’ ตอบรับแล้ว ไม่ขัดข้อง หลังจากนี้เตรียมดำเนินการส่งมอบกันเลย เมื่อวันที่ 31 มกราคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ตนจะขอหารือกับ นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อบูรณาการงานระหว่างสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) สังกัด วท.กับศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาหรือท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ และอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่สังกัด ศธ.เข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนางานด้านดาราศาสตร์ของประเทศไทยให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมีพลัง เพราะที่ผ่านมาท้องฟ้าจำลอง และ หว้ากอ ถูกปล่อยปละละเลย โดยเฉพาะหว้ากอ ถือเป็นสถานที่ ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของวงการวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ไทย เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงคำนวณไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปี ว่าจะมองเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงที่หว้ากอแห่งนี้ และได้เสด็จมาทอดพระเนตร พร้อมด้วยนักวิทยาศาสตร์ และทูตานุทูตชาวต่างป
ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าแม้ไกลโพ้นออกไปในห้วงอวกาศ อยู่ในความสนใจของชาวโลกเสมอ บางคนเชื่อว่ามีผลกระทบต่อเหตุการณ์ดี-ร้าย และความเป็นไปของชีวิตมนุษย์ ขณะที่ในทางวิทยาศาสตร์ก็สะกิดความสงสัยใคร่รู้ของมนุษย์ ดังนั้น ในปี 2560 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) จึงรวบรวมเอาปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่จะเกิดขึ้นตลอดปีให้ผู้สนใจได้ติดตาม ดาวพฤหัสบดีใกล้โลก วันที่ 7-8 เมษายน ดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ และใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี ระยะทางประมาณ 667 ล้านกิโลเมตร สังเกตเห็นตั้งแต่หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ตลอดทั้งคืนไปจนถึงรุ่งเช้า ดาวเสาร์ใกล้โลก วันที่ 15 มิถุนายน ดาวเสาร์จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ และใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี ระยะทางประมาณ 1,352 ล้านกิโลเมตร จึงมองเห็นดาวเสาร์พร้อมวงแหวนที่มีความสว่างมาก เมื่อดวงอาทิตย์ตก ดาวเสาร์จะขึ้นจากขอบฟ้า และเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ดาวเสาร์จะตกลับขอบฟ้า ทำให้มีระยะเวลาสังเกตการณ์ยาวนานตลอดทั้งคืน จันทรุปราคา จันทรุปราคาเงามัว ในช่วงเช้ามืดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2
