ดำนา
สิ่งประดิษฐ์หนึ่งที่น่าสนใจคือ “รถดำนาอาชีวะ” ของนักศึกษาจากวิทยาการอาชีพวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว โดยมีทีมงานประดิษฐ์ ได้แก่ นายบรรพต วัชรพัฒนกุล นายธนากร ชัยสา นายณัฐพล กัลยา นายเอกราช น้อยมณี นายพิเชฐ จิตรัตน์ และ นายชิน เจิมขุนทด โดยมีคณาจารย์ที่ปรึกษา ได้แก่ นายเอกพล พรมดี นางสาววัลลีย์ สราญชื่น นายศิริพงศ์ ฟองสัยเทียะ และ นางสาวบุตรดี สุนนท์ สำหรับ “รถดำนาอาชีวะ” นั้น ตัวแทนทีมงานนักศึกษาเล่าให้ฟังว่า เหตุผลที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้มาเพราะต้องการลดภาระให้เกษตรกรในขั้นตอนการดำนา ซึ่งมองเห็นว่า หนึ่งในขั้นตอนการดำนา ซึ่งเริ่มต้นจากการหว่านข้าวนั้น มีวิธีการใช้การหว่านแบบดั้งเดิม คือการใช้แรงงาน ซึ่งไม่ตอบโจทย์ให้กับชาวนาสมัยใหม่ เพราะการใช้วิธีการเดิม ทำให้อาจมีหญ้าขึ้นแทรกต้นข้าวจำนวนมาก ซึ่งสุดท้ายเกษตรกรต้องหันไปใช้ยาฆ่าหญ้า ขณะที่การดำนาแบบที่ 2 ชาวนาก็ต้องดำนาแบบถอนกล้า ซึ่งต้องใช้คนงานที่มีประสบการณ์ในการดำนาแบบถอนกล้า เพราะฉะนั้นจึงคิดค้นสิ่งประดิษฐ์นี้ขึ้นมาเพื่อลดภาระในขั้นตอนดังกล่าว “เราตั้งเป้าไว้ว่า จะทำเวลานั้น แต่เกษตรกรต้องการให้คนงานมาทำ และคนงานไม่ว่างก็ต้องเลื
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม หลังสถานการณ์ น้ำก่ำที่เอ่อล้นมานานนับเดือน ส่งผลให้น้ำท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน รวมพื้นที่การเกษตรเสียหาย หลังน้ำลดชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบนาข้าวเสียหาย ต่างเร่งปรับเตรียมพื้นที่ เพื่อลงทุนใหม่ทำการปักดำนารอบสอง เนื่องจากนาข้าว ที่เพิ่งปักดำได้ประมาณ 2 เดือน ถูกน้ำท่วม เน่าเสียหายหมด สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านต้องประสบปัญหาขาดทุนหนัก บางรายต้องยอมไปกู้ยืมเงินนอกระบบ มาลงทุนทำนารอบสอง เนื่องจากเกรงว่าจะไม่มีผลผลิตข้าวไว้กินในระยะยาว ยอมเสียดอกเบี้ยนอกระบบ ดีกว่าไปซื้อข้าวกิน ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ ไม่เพียงพอ เนื่องจากมีการพิจารณาจ่ายเพียงไร่ละ ประมาณ 1,100 บาท แต่ต้นทุนที่ปักดำไป ตกไร่ละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท นอกจากนี้ในส่วนของการช่วยเหลือด้านสินเชื่อจากธนาคาร พบว่า มีขั้นตอนยุ่งยาก และให้วงเงินต่ำ ไม่เพียงพอใช้จ่าย ต้องรอขั้นตอนการตรวจสอบ พิจารณา หลายขั้นตอน ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ยอมกู้เงินนอกระบบ รวมถึงนำทรัพย์สินบางส่วนไปขายมาลงทุน เช่นเดียวกับชาวบ้าน ในพื้นที่ บ้านพิมานท่า และบ้านปากบัง ต.พิมาน อ.นาแก จ.นคพ
